ตอนที่ 1667
บทที่1667 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1507
October 28, 2026
เธอนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องสำอาง ผู้หญิงในกระจกแต่งหน้าอ่อนๆ วันเวลาดูเหมือนจะไม่มีร่องรอยใดๆเพิ่มขึ้นบนใบหน้าที่เรียบเนียน ปีนี้อายุ25ปีแล้ว ถึงเวลาแต่งงานได้แล้ว ทำไมเธอจะต้องดิ้นรนกับทะเลทุกข์แห่งความรัก หาคนที่รักเธอสักคนและใช้ชีวิตอยู่อย่างสุขสบายต่อไปไม่ดีกว่าเหรอ
พวกเขาจะมีลูกสักหนึ่งหรือสองคน เธอมองดูพวกเขาเติบโต เธออยู่กับเขาไปจนแก่เฒ่า แล้ววันหนึ่ง เธอหรือเขาจากไปก่อน ทิ้งอีกคนหนึ่งอยู่บนโลกนี้อย่างเดียวดายเพื่อรอวันนั้นที่จะได้พบกันอีกครั้ง
นี่คือชีวิตที่สามารถมองเห็นได้ทั้งหมด มีความสุขสมบูรณ์และน่าอิจฉา แต่จู่ๆเธอกลับกระวนกระวายใจจนคุมตัวเองไม่ได้
ชีวิตของเธอเดิมทีก็อยู่ได้โดยไม่มีคนคนนั้น แต่ว่าหัวใจทำไมถึงเจ็บขนาดนี้? ทั้งๆที่เธอสาบานว่าจะไม่เข้าไปพัวพันอะไรกับเขาอีกไม่ใช่หรือไง!
คำถามในใจไม่ได้รับคำตอบ เธอลุกขึ้นอย่างกะทันหัน วิ่งออกไปนอกประตูอย่างบ้าคลั่ง
ล่างตึกบริษัทเย่ซื่อ
ติงยียีเงยหน้ามองแสงไฟที่ส่องสว่างอยู่ตึกชั้นบนสุดอย่างเงียบๆ
ข้างๆหน้าต่างเหมือนมีร่างหนึ่งแวบผ่านไป เธอรีบซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้ที่อยู่ข้างๆโดยจิตใต้สำนึก ทั้งที่รู้ว่าเขาไม่มีทางเห็น แต่กลับซ่อนตัวอยู่หลังต้นไม้อย่างดื้อรั้นไม่ยอมออกมา
เสียงแจ้งเตือนข้อความในโทรศัพท์มือถือดังขึ้นอย่างกะทันหัน เนื้อหาข้อความของเย่ชูหวินมีความสุขและความรักใคร่จางๆ “อย่าลืมห่มผ้าห่มด้วยนะ ราตรีสวัสดิ์”
หัวใจของเธอก็สำนึกผิดอย่างมากทันที ทำไมเธอถึงได้ยังลังเลแบบนี้อีกทั้งที่ตอบตกลงจะอยู่ด้วยกันกับเย่ชูหวินไปแล้ว พรุ่งนี้ก็ต้องไปพบครอบครัวของเย่ชูหวินแล้ว เธอไม่ควรมาอยู่ที่นี่
ห้องทำงานบริษัทเย่ซื่อ
เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้วแน่น ในใจจู่ๆก็มีความรู้สึกที่คุ้นเคยอย่างมาก เขายืนอยู่ข้างหน้าต่าง เห็นเงาร่างหนึ่งแวบผ่านไป
เห็นได้ชัดว่าเป็นแค่เงาร่างหนึ่ง ทั้งๆที่เป็นเพียงเวลาชั่วขณะหนึ่ง เขากลับมั่นใจว่าคนๆนั้นคือติงยียี หัวใจของเต้นแรงอย่างบ้าคลั่ง เขารีบลงไปโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น ลิฟต์ของตึกค่อยๆขึ้นจากชั้นหนึ่งอย่างช้าๆ เขารอไม่ไหวเลยวิ่งลงบันไดไป
ตอนที่เขาวิ่งออกประตูบริษัทเย่ซื่อมาอย่างเหนื่อยหอบ รอบๆว่างเปล่าไม่มีอะไรนอกจากต้นไม้และสายลม เงาร่างที่แวบผ่านไปนั้นราวกับความฝัน เขาถอยกลับไปสองสามก้าวเงียบๆ ทันใดนั้นหมัดหนักๆก็ทุบลงบนต้นไม้
เสียงที่กลัดกลุ้มดังขึ้นในคืนอันเงียบสงบ เขาทุบไปด้วยแล้วก็ตะโกนชื่อติงยียีไปด้วย ตะโกนแล้วตะโกนอีก บ่งบอกถึงความรู้สึกเจ็บปวดอย่างสุดหัวใจ
ไม่ไกลนัก เธอมองดูผู้ชายที่เจ็บปวดอยู่ไม่ไกลคนนั้น สองมือที่ปิดปากสั่นไหวอย่างควบคุมไม่ได้ เสียงสะอึกสะอื้นเบาๆเล็ดลอดออกมาจากปลายนิ้ว เธอยืนหลังพิงต้นไม้มองดูดวงดาวบนท้องฟ้า
น้ำตาทำให้สายตาขุ่นมัว ทำให้ดวงดาวบนท้องฟ้ายิ่งมีจุดมัวๆและสวยงามมากขึ้น เสียงของร่างด้านหลังทุบตีต้นไม้ครั้งแล้วครั้งเล่าชัดเจนมาก ห่างออกไปไม่กี่ก้าว คนสองคนที่ใจสลายต่างเศร้าโศกตามลำพัง
ติงยียีไม่ได้นอนทั้งคืน วันที่สองตื่นขึ้นมาก็เหลือเวลาเพียงสองชั่วโมงที่นัดพบกับพ่อแม่ของเย่ชูหวิน
“ต้องแต่งหน้า ต้องเลือกเสื้อผ้า ต้องทำผม ต้องไปซื้อของขวัญ” เธอพึมพำเดินวนไปวนมาอยู่ในห้อง เปิดตู้เสื้อผ้าก่อนและเลือกเสื้อผ้าทีละชุด ไม่ง่ายเลยที่จะเลือกเสื้อผ้าที่ชอบได้ ผ่านไปครึ่งชั่วโมงแล้ว
เธอรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าไปล้างหน้าในห้องน้ำ ช่วงเร่งรีบยาสีฟันก็กระเด็นเลอะบนเสื้อผ้า เธอขมวดคิ้วเดินกลับเข้าไปในห้องอีกครั้งอย่างกระวนกระวาย
เวลาผ่านไปแล้วห้านาที เธอเลือกชุดในตู้เสื้อผ้าอย่างลนลาน ไม่ว่าชุดไหนก็ถูกเธอคัดออกเพราะมีข้อบกพร่องหลายอย่าง ไม่ง่ายเลยที่จะหาชุดอีกชุดหนึ่งมาเปลี่ยนได้
นั่งลงหน้ากระจกโต๊ะเครื่องสำอางอย่างเร่งรีบ โทนเนอร์ รองพื้น แล้วก็คอนซีลเลอร์ สภาพผิวย่ำแย่มาก ทำให้รองพื้นเป็นคราบเล็กๆบนใบหน้า
“อา!” เธอทิ้งลิปสติกในมือแล้วรีบเข้าไปในห้องน้ำเพื่อเช็ดเครื่องสำอาง เธอจะแต่งหน้าแบบนี้ไปเจอพ่อแม่ของเย่ชูหวินได้ยังไง!
ในห้องน้ำเธอถูแก้มของตัวเองอย่างบ้าคลั่ง น้ำยาล้างเครื่องสำอางไหลเข้าตา เธอก็ร้องไห้ออกมาทันที
เธอนั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นร้องไห้เสียงดัง ความเจ็บปวดทุกอย่างและความหมดหวังทั้งหมดถูกระบายออกมาผ่านทางน้ำตา เสียงกริ่งประตูดังขึ้น เธอกลับจมดิ่งอยู่ในโลกแห่งความเศร้าของตัวเองโดยไม่สนใจอะไร
จนไปนั่งบนรถของเย่ชูหวิน เลยเวลาไปแล้วสิบนาที เห็นขอบตาของเธอแดง เย่ชูหวินไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ตบหลังมือของเธอเบาๆ น้ำเสียงอบอุ่น “ไม่เป็นไร ทุกอย่างผมจัดการเอง”
เธอฝืนยิ้มให้เขา สีหน้าเสียใจอย่างชัดเจน เธอในกระจกไม่ได้แต่งหน้า หน้าตาซีดเซียวและยังสวมเสื้อยืดธรรมดากับกางเกงยีน
“ขอโทษ” เธอพูดขอโทษเบาๆ ในใจรู้สึกผิด เดิมทีเธอควรจะแต่งตัวสวยๆให้ทุกคนเห็นความจริงใจของเธอ แต่ตอนนี้เธอทำทุกอย่างพังหมดแล้ว
เย่ชูหวินเลิกคิ้วขึ้น ภายใต้สายตาของเธอก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมา “แม่ พวกคุณยังไม่ได้ออกมาใช่ไหม อืม สายสักหนึ่งชั่วโมงนะ ที่นี่รถติด ติดหนักมาก”
วางสายโทรศัพท์ เขายิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ให้เธอ รถขับเลี้ยวไปทางห้างสรรพสินค้าข้างๆ สี่สิบนาทีต่อมา ติงยียีสวมชุดใหม่ออกมาจากห้าง