ตอนที่ 1668
บทที่1668 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1508
October 28, 2026
คำพูดที่อ่อนโยนทำให้ความโกรธของเธอสลายไปอย่างรวดเร็ว ความอ่อนโยนจากแผงอกทำให้เธออดหัวเราะออกมาไม่ได้ ทั้งสองกอดกันไม่แยกจากกันอีก
ชั้นล่างเขตชุมชนเล็กๆ ติงยียีมองอ้าวเสว่ที่ห่างออกไปไม่กี่ก้าวพูดนิ่งๆว่า: “ฉันจะหมั้นแล้ว”
“ฉันรู้ ฉันมาเพื่อขอบคุณคุณ” อ้าวเสว่ลูบผมยุ่งๆของเธอเล็กน้อยพูดอย่างอ่อนหวาน
ติงยียีเดินผ่านร่างเธอเดินขึ้นไปชั้นบน “ไม่จำเป็นหรอก”
“เขาเจ็บปวดมาก” อ้าวเสว่ตะโกนข้างหลังเธอ “ทุกวันเขาทำงานจนดึกมาก ใช้พลังงานตัวเองอย่างหนัก บ้าคลั่งเหมือนกับเครื่องจักรที่ทำงานเป็นอย่างเดียว”
หัวใจของติงยียีบิดพันกัน แม้ว่าจะเจ็บปวดมาก แต่กลับไม่หวั่นไหว เธอหันกลับมาพยายามทำเสียงให้ฟังดูเย็นชาพอ “ดังนั้นเธออยากจะพูดอะไร?”
“ปล่อยให้เขาเจ็บปวดต่อไป วันหนึ่งความเจ็บปวดของเขาจะเปลี่ยนเป็นความเกลียดชัง ยิ่งเขาเกลียดคุณมากเท่าไหร่ พวกคุณก็จะยิ่งเป็นไปไม่ได้ ถึงอย่างไรคุณก็เตรียมจะปล่อยเขาไปอยู่แล้วไม่ใช่หรอ?”
“คุณนี่น่าเบื่อเสียจริง” ติงยียีเดินต่อไปข้างหน้า เดินไปไม่กี่ก้าวจู่ๆก็หันกลับมาอยู่ตรงหน้าอ้าวเสว่อีกครั้ง “คุณอยากจะเลียนแบบฉันไหม? ถ้าคุณต้องการ ฉันสามารถสอนคุณได้นะ”
ดึกดื่นเช้ามืด
พ่อบ้านต้อนรับเย่เนี่ยนโม่เข้ามาในบ้าน คางของเย่เนี่ยนโม่มีหนวดเครารุงรัง เพราะอดหลับอดนอนเป็นเวลานานทำให้ตาแดง พ่อบ้านกำลังจะก้าวไปข้างหน้าช่วยเขาถือเสื้อคลุม เขาโบกมือและแขวนเสื้อคลุมด้วยตัวเอง “พ่อบ้าน ต่อไปไม่ต้องรอผมนะ”
“ครับ” พ่อบ้านตอบ แล้วถึงจะเดินไปที่ทางเดิน
เขาปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสองเม็ดบนสุดออก ร่างกายเข้าสู่ความผ่อนคลายชั่วขณะบนโซฟานุ่มๆทำให้เขาอดถอนหายใจออกมาไม่ได้ ปลายจมูกได้กลิ่นจางๆลอยเข้ามา เขาตกใจ ในตาเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
นั่นคือกลิ่นน้ำหอมที่ติงยียีรักมากที่สุด เขาเคยคิดจะมอบให้แก่เธอ สุดท้ายเธอบอกว่าตัวเองทำขึ้นมาเอง บนท้องตลาดไม่มีขาย นี่หมายความว่าเธอกลับมาแล้วใช่หรือไม่?
เขาชะลอฝีเท้า ราวกับกลัวจะรบกวนการรอคอยในใจ เขาเดินขึ้นไปชั้นบนอย่างช้าๆ กลิ่นหอมจางๆเริ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ มีความเย้ายวนที่รุนแรง
ประตูห้องที่ติงยียีเคยอาศัยอยู่ไม่ได้ล็อกไว้ ด้านในประตูที่แง้มอยู่มีเงาร่างที่งดงามลางๆ เขาค่อยๆผลักเปิดประตู กลิ่นหอมยิ่งแรงขึ้น คนที่เขาคิดถึงกำลังหันหลังให้เขา ผมยาวนุ่มสลวยสยายอยู่บนไหล่ ดูมีความอ่อนโยน
เขาเดินไปช้าๆ ก้มลงกอดเธอเบาๆ หลับตาลง ในจมูกเต็มไปด้วยกลิ่นของเธอ เขาสูดดมอย่างพึงพอใจ “ยียี คุณกลับมาแล้ว”
“เนี่ยนโม่” เสียงเรียกเบาๆทำให้เขาลืมตาขึ้นทันที ปล่อยมือออกอย่างแรง เขาขมวดคิ้วอย่างดุดัน “อ้าวเสว่”
อ้าวเสว่หันกลับมา ในสายตาแห่งความรักสั่นไหว “เนี่ยนโม่ คุณกลับมาแล้ว”
เย่เนี่ยนโม่มองดูเธออย่างดุร้าย ดวงตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความน่าสะพรึงกลัว เขาสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อระงับความโกรธของตัวเอง หันหลังกลับโดยไม่ลังเล ข้างหลังเสียงฝีเท้าที่วุ่นวายดังขึ้น แผ่นหลังแนบชิดกับร่างอุ่นๆ
“อันนี้เธอเป็นคนสอนฉัน เธอยังบอกฉันเกี่ยวกับอาหารโปรดของคุณด้วย เธอบอกฉันถึงนิสัยของคุณทุกอย่าง เนี่ยนโม่ ฉันจะดูแลคุณแทนเธอให้ดีเอง”
เธอพูดอย่างตื่นเต้นไม่หยุด กลิ่นน้ำหอมเข้มๆเต็มไปด้วยกลิ่นที่หอมหวาน เวลานี้กลับเป็นฉนวนจุดประกายความโกรธของเขา เขาแกะมือที่โอบรอบเอวแน่นออกอย่างเย็นชา เดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
รถขับออกไปตามถนนอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งหยุดลงที่ชั้นล่างเขตชุมชนที่ติงยียีอาสัยอยู่ เขาขึ้นไปชั้นบนอย่างโมโห ชนเข้ากับติงยียีที่กำลังจะออกไปทิ้งขยะพอดี
สายตาประสานกัน เธอเห็นความโมโหของเขา คำพูดที่อยากจะพูดก็จุกอยู่ในลำคอ คำว่า “สวัสดี” ไม่ว่ายังไงก็พูดไม่ออก
เย่เนี่ยนโม่ก้าวมาข้างหน้า เธอได้แต่ถอยหลังอย่างหมดหนทาง เขาต้อนเธอจนจนมุม สายตาของเขาเหมือนจะกินคน “คุณทำอย่างนั้นได้ยังไง เหยียบย่ำความรักที่ผมมีต่อคุณลงบนพื้นและปล่อยให้คนอื่นเหยียบย่ำ สุดท้ายความทรงจำเล็กน้อยนี้ก็ไม่ยอมทิ้งไว้ให้ผมเลยเหรอ!”
เขาถามเสียงดัง สายตาถูกทำร้าย ติงยียีมองเขานิ่งๆ “ฉันก็เป็นคนแบบนี้แหละ เห็นชัดแล้วต่อไปก็กลับไปเป็นท่านประธานของคุณให้ดีๆเถอะ”
เย่เนี่ยนโม่มองดูเธอลึกๆ สายตามองตั้งแต่ปลายผมไปจนถึงริมฝีปากที่เม้มแน่น สุดท้ายก็คือดวงตาคู่นั้นที่เคยทำให้เขาหลงใหล เขากัดฟัน พูดทีละคำว่า: “วางใจเถอะ ผมทำแน่”
เขาหันหลังกลับ ติงยียีพูดนิ่งๆข้างหลังเขา “ฉันกำลังจะหมั้นกับชูหวินแล้ว วันเวลากำหนดไว้ในอีกครึ่งเดือนหลังจากนี้”
คำพูดของเธอทำให้เขาแทบจะยืนไม่ไหว ร่างของเขาสั่นไหว นี่เป็นครั้งแรกที่หนีจากสายตาของเธออย่างอับอาย
ติงยียีพิงประตู สองมือกำแน่นอยู่ด้านหลัง มีแค่แบบนี้เท่านั้นถึงจะสามารถพยุงร่างกายที่ทรุดตัวลงไว้ได้ แต่หัวใจล่ะ? หัวใจไม่รู้สึกถึงความเจ็บปวดมานานแล้ว เธอใช้วิธีขั้นสูงสุดลงโทษเขา แล้วก็ลงโทษตัวเองด้วย
วันรุ่งขึ้น ติงยียีเพิ่งเปิดประตู หน้าประตูช่อกุหลาบช่อใหญ่ทำให้เธอตกตะลึง “ไม่ใช่ว่าคุยกันแล้วนัดกันแล้วว่าจะรอที่จุดหมายปลายทางหรอ?”
เย่ชูหวินดูอารมณ์ดี “นี่ไม่ใช่จุดหมายปลายทางหรือไง?”
ทั้งสองหัวเราะคิกคักเดินออกไปข้างนอก เย่ชูหวินทำตัวลึกลับไม่บอกเธอว่าจะไปที่ไหน พอไปถึงที่หมายนั่นก็คือโรงแรมแห่งหนึ่ง
ติงยียีเดินตามหลังเขาไปยังห้องที่จองไว้ ทันทีที่ประตูเปิดออกเธอก็อุทานออกมาด้วยความเซอร์ไพรส์ “อาจารย์!”
Alinพ่นลมหายใจถลึงตามองเธอ “เรื่องหมั้นหมายตั้งใจจะไม่บอกฉันใช่ไหม?”