ตอนที่ 1735
บทที่1735 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1575
October 28, 2026
“ทำไมฉันต้องฟังคุณด้วย?” อ้าวเสว่มองเล็บมือของตัวเองอย่างไม่ใส่ใจ ไม่ฟังคำพูดของเขาเลยสักนิด
เหยนหมิงเย้าอดไม่ได้ที่จะล็อคผู้หญิงคนนี้ไว้ข้างตัวเองไม่อนุญาตให้ไปไหนทั้งนั้น เขาจับคางเธออย่างชั่วร้าย “แทนที่จะให้คุณกุมเอาไว้ สู้ผมไปแจ้งความคุณดีกว่า แถมยังได้รับเงิน2.5ล้านด้วย!”
อ้าวเสว่ตื่นตระหนก “เหยนหมิงเย้า!”
“รู้จักกลัวก็ทำตัวสงบกับผมหน่อย ช่วงนี้อยู่เฉยๆที่ตระกูลเย่รอให้สถานการณ์ผ่านไปก่อน” เหยนหมิงเย้าไม่กล้าพูดมากในพื้นที่ของตระกูลเย่ รีบบอกกล่าวเสร็จก็รีบร้อนจากไป
สองสามวันต่อมา
ในสถานีตำรวจ Bakerมองทั้งสองคน “คนที่ชื่อเย่ป๋อคนนั้นจ่ายเงิน2.5ล้านสำหรับเบาะแส ตอนนี้โทรศัพท์ในสำนักงานมีคนโทรมาแทบจะระเบิดแล้ว ข้อมูลเหลวไหลเลอะเทอะทุกอย่างมีหมด”
“ยังไม่ได้ผลลัพธ์อีกหรอ?” ติงยียีท้อใจอย่างมาก ยิ่งลากนานเท่าไหร่ก็ยิ่งยากขึ้นเท่านั้น
Bakerก็ถอนหายใจ “มนุษยสัมพันธ์ของชิวไป๋คนนี้ง่ายมาก คนแก่ในครอบครัวก็ไม่เคยขัดแย้งกับใครในมหาวิทยาลัย เป็นแบบอย่างของครอบครัวที่ดีจริงๆ เดิมทีก็หาไม่พบข้อมูลใดๆเลย”
ออกมาจากสถานีตำรวจ เย่เนี่ยนโม่ไปกลับรถ ติงยียียืนอยู่ข้างถนนรอเขา ข้างหลังถูกคนใช้ไหล่กระแทก เธอสะดุดไปข้างหน้า ไม่ง่ายเลยที่จะยืนได้อย่างมั่นคง แต่กระเป๋าถือในมือกระเด็นออกไปนานแล้ว
คนที่ชนเธอล้มสวมชุดสีดำยาวและกางเกงขายาว หมวกที่สวมก็คลุมทั้งใบหน้าของเธออย่างมิดชิด เธอก้มตัวลงช่วยติงยียีเก็บกระเป๋าจากนั้นก็รีบจากไป
ติงยียีเพิ่งจะกลับมาถึงตระกูลเย่ เพิ่งจะเปิดกระเป๋าถือ ก็พบว่าในกระเป๋าถือมีของเพิ่มมาอีกหนึ่งชิ้น ของสิ่งนั้นใช้กระดาษห่ออย่างแน่นหนา
เธอแกะกระดาษออก อ่านลายมือบนนั้นด้วยความตกใจ “ถ้าอยากรู้ว่าฆาตกรคือใคร ตอนกลางคืนให้มาที่ถนนต้าถังหมายเลข81ด้วยตัวเอง ถ้าคุณกล้าพาใครมาด้วย เช่นนั้นคุณก็จะไม่มีทางรู้ว่าใครคือฆาตกร ฉันจะให้ของขวัญชิ้นหนึ่งแก่คุณก่อน เสียงข้างในฉันจัดการไปเรียบร้อยแล้ว ไม่ต้องเสียแรงเปล่าเลย”
เธอหยิบเครื่องบันทึกเสียงที่ถูกห่อด้วยกระดาษขึ้นมา กดปุ่มสตาร์ทอย่างสั่นเทา:
วันนั้นฉันเห็นเธอลงจากรถ จากนั้นก็ขับรถชนเธอ แต่ฉันไม่คิดว่าจะเป็นเธอ แล้วฉันก็ถือโอกาสก่อนที่ตำรวจจะมาวิ่งหนีไป เผารถทิ้ง น่าจะไม่มีหลักฐานอะไร
เสียงที่แยกไม่ออกว่าเป็นหญิงหรือชายดังออกมา เธอฟังอย่างเหงื่อไหลท่วมตัว นิ้วมือสั่นจนถือเครื่องบันทึกเสียงไม่มั่นคง มีเสียงเคาะประตูดังเข้ามา เธอตกใจ เครื่องบันทึกเสียงในมือเหวี่ยงออกไปไกลๆ
เย่เนี่ยนโม่เดินเข้ามาในห้องเห็นติงยียีเหงื่อออกเต็มหน้าลอยขึ้นมาสายตาลอยๆ เขาเดินเข้ามาใกล้ เอื้อมมือไปวางฝ่ามือบนหน้าผากของเธอ “เป็นไข้เหรอ?”
“เปล่า เปล่า ฉันก็แค่รู้สึกอยากนอนมาก รู้สึกเหนื่อยมากเลย” ติงยียีจับมือของเขาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม
เย่เนี่ยนโม่พลิกมือของเธอวางที่ฝ่ามือ “ทำไมแม้แต่ฝ่ามือก็มีเหงื่อออกมากขนาดนี้ล่ะ?”
“ฮ่าฮ่า หรอ? ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันปวดหัวมากเลย ไปนอนสักพักก่อนนะ” ติงยียีแม้แต่ไม่ทันเปลี่ยนเสื้อผ้าก็ขึ้นไปบนเตียงนอนหลับตาเลย
ในความมืด เธอรู้สึกถึงเย่เนี่ยนโม่เดินมาข้างหน้าตัวเองเพิ่มความชื้นแอร์ และยังช่วยห่มผ้าห่มให้ตัวเองก่อนถึงจะออกไป
นอกห้อง เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้วและกดเครื่องสื่อสารตรงผนัง “พ่อบ้าน คุณมาที่ห้องหนังสือหน่อย”
กลางคืนสองทุ่ม เย่เนี่ยนโม่มีนัดทานเลี้ยงอาหารเย็น ติงยียีหายจากอาการไม่สบายตัวนอนอยู่ในห้องแต่เช้า รอจนสี่ทุ่มเธอถึงจะเปิดประตูอย่างเงียบๆ
หลบเลี่ยงยามลาดตระเวนของตระกูลเย่ ติงยียีกำลังจะเปิดประตูใหญ่ตระกูลเย่ ด้านหลังอ้าวเสว่ก็เรียกเธอให้หยุด “เธอจะไปไหน”
เธอหันกลับมา “อันนี้ฉันไม่จำเป็นต้องรายงานกับเธอ”
“ก็ใช่ ขอให้เธอเดินทางราบรื่นล่ะ” อ้าวเสว่เลิกคิ้วพูดอย่างถากถาง ติงยียีไม่มีเวลามาสนใจเธอ เห็นบอดี้การ์ดใกล้จะมาลาดตระเวนที่นี่ เธอรีบวิ่งออกจากตระกูลเย่
อ้าวเสว่มองแผ่นหลังของเธออย่างเย็นชา เมื่อกี้ติงยียีสีหน้าตื่นตระหนกมาก อีกอย่างตอนที่เย่เนี่ยนโม่ไม่อยู่ถึงจะวิ่งออกไป จะต้องมีปัญหาแน่ คิดแบบนี้ เธอก็เลยตามไปอย่างเงียบๆ
ถนนต้าถังอยู่ในสลัมแห่งหนึ่ง แม้จะเป็นกลางคืนสี่ทุ่มแล้ว แต่ว่าก็ยังมีคนเยอะแยะเดินผ่านไปผ่านมา พวกเขามองติงยียี ราวกับว่าเธอเป็นอาหารที่แสนอร่อย
ติงยียีเจอหมายเลข81 นี่เป็นสถานที่ที่ราวกับประตูคฤหาสน์หลังใหญ่ อยู่ในซอยเล็กๆซอยหนึ่ง ประตูถูกทาเป็นสีแดง มองแล้วความสูงอย่างน้อย170
เธอเคาะประตู ประตูเปิดออกดังแอ๊ดโดยอัตโนมัติ ภายในประตูคฤหาสน์นั้นรูปทรงคล้ายกับเรือนสี่ประสาน ด้านในมืดสนิท ไม่มีใครสักคน
“มีใครอยู่ไหม?” เธอสังเกตไปรอบๆ แต่ไม่ว่าเธอจะตะโกนเท่าไรก็ไม่มีใครตอบ ประตูใหญ่ด้านหลังปิดลงอย่างแรง เธอตกใจรีบหันกลับไปมอง
โทรศัพท์ดังขึ้น เป็นเบอร์แปลกหน้าเบอร์หนึ่ง “ไปยังบ้านหลักข้างหน้าคุณ ด้านในมีเชือกอยู่ มัดตัวเองซะ”
เสียงในโทรศัพท์ผ่านการดัดแปลงแล้ว ฟังดูแปลกมากด้วย ฟังไม่ออกเลยว่าเป็นใคร