ตอนที่ 1736
บทที่1736 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1576
October 28, 2026
ติงยียีสูดหายใจแรง หลังจากนั้นก็ไออย่างแรง เย่ป๋อโทรเรียกรถพยาบาล จากนั้นก็เดินมาตรงหน้าชายคนนั้น “บอกทุกอย่างที่คุณรู้ให้เราฟัง”
ชายคนนั้นเมื่อเห็นรอยที่คอของติงยียีดูไม่เหมือนของปลอมแต่ก็ตื่นตระหนกเล็กน้อย “สถานที่นี้ของเราใช้สำหรับให้ผู้อื่นมาถ่ายละครโดยเฉพาะ เมื่อวานก็มีคนมาเหมาสถานที่นี้ไว้แล้ว”
“คุณมีข้อมูลติดต่อเธอไหม คุณรู้ชื่อเธอหรือเปล่า?”
“นี่ก็ต้องใช้บัตรประชาชนและชื่อเพื่อลงทะเบียนอยู่แล้ว คุณดู นี่คือคนที่มาลงทะเบียนเมื่อวานนี้”
เย่ป่อรับสมุดมามองแวบหนึ่ง สีหน้ายิ่งจริงจังมากขึ้น ถือสมุดไปตรงหน้าเย่เนี่ยนโม่ “คุณชายดูสิครับ”
บนสมุดเขียนด้วยชื่อและเลขบัตรประชาชนของติงยียี
เย่เนี่ยนโม่สีหน้าเยือกเย็นจนถึงขีดสุด เขากัดฟันอย่างรุนแรง “ที่นี่เป็นสลัม คนที่มักจะพบเจอก็ค่อนข้างคงที่ ไปถามมาว่ามีใครเคยมาที่นี่มาก่อนไหม”
“เนี่ยนโม่” ติงยียีลำคอราวกับไฟเผา แต่เธอกลับไม่สนใจ “ชิวไป๋ถูกคนฆ่าตาย”
สายตาของเย่ป๋อเย็นยะเยือก “ใคร!”
เธอชี้ออกไปนอกหน้าต่าง ยังพูดไม่จบเย่ป๋อก็พุ่งออกไปแล้ว
สาวสวยยืนอยู่ตรงป้ายรถเมล์กำลังรอรถเมล์เที่ยวสุดท้าย เย่ป๋อไล่ตามมาตลอดทางไม่เห็นใครที่น่าสงสัยเลย ได้แต่ถามสาวสวยคนนี้ว่า “ขอโทษครับคุณเห็นใครวิ่งผ่านมาจากทางนี้บ้างไหมครับ?”
ผู้หญิงยิ้มหวานให้เขา “ฉันรอที่นี่มาครึ่งชั่วโมงแล้ว ไม่เห็นใครเลยค่ะ”
มองดูแผ่นหลังของผู้ชายหายไปอีกครั้ง ซือซือยิ้มและเดินไปทางตรงข้าม โบกรถแท็กซี่ เธอยิ้มแล้วพูดว่า: “ไปสถานีตำรวจ”
วันรุ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากหลั่งไหลเข้ามาในตระกูลเย่ ในมือBakerถือเครื่องบันทึกเสียงอันหนึ่ง ติงยียีเห็นเครื่องบันทึกเสียงนั้นสีหน้าก็เปลี่ยนไป
“คุณอ้าวเสว่” สายตาBakerจ้องไปยังอ้าวเสว่ อ้าวเสว่รู้ว่าชายคนนี้เป็นคนเจ้าเล่ห์ พยายามทำตัวอย่างใจเย็น: “สวัสดีค่ะ”
“เมื่อวานทางเราได้รับบันทึกเสียงและจดหมายแจ้งความฉบับหนึ่ง ในจดหมายบอกว่าคุณคือผู้ก่อเหตุที่ชนชิวไป๋เสียชีวิต ต้องการให้คุณไปกับทางเราหน่อย”
ไม่เพียงแต่อ้าวเสว่ แม้แต่เย่เนี่ยนโม่ก็ประหลาดใจเช่นกัน อ้าวเสว่กับชิวไป๋ไม่ได้มีความบาดหมางกัน ไม่มีเหตุผลที่จะต้องชนเธอเสียชีวิต
“ต้องมีคนพูดใส่ร้ายแน่นอน เธอไม่ได้เป็นอะไรกับฉันซะหน่อย ที่ฉันได้เจอกับเธอไม่กี่ครั้งเลย ทำไมฉันต้องชนเธอให้ตายด้วย?!”
ฝู้เฟิ่งหยีก็ช่วยพูดด้วยว่า: “ใช่ค่ะคุณตำรวจ เด็กคนนี้จิตใจดีมาก ไม่มีทางทำเรื่องอย่างนั้นแน่นอน”
“ทางเราก็แค่ทำคดีตามปกติ” Bakerยกมือขึ้น ชายแต่งชุดนอกเครื่องแบบสองคนก็เข้ามาจับแขนซ้ายขวาของอ้าวเสว่
ฝู้เฟิ่งหยีกระทืบเท้าอย่างกังวลอยู่ข้างๆ “นี่มันเรื่องอะไรกัน! เรื่องนี้ฉันจำเป็นต้องยุ่ง!”
ติงยียียังไม่ทันปรับตัว จนกระทั่งเย่เนี่ยนโม่กอดเธอไว้ในอ้อมแขน มือใหญ่ตบหลังของเธออย่างเบาๆ “อย่าคิดมาก”
ในห้องสอบสวน อ้าวเสว่นั่งบนเก้าอี้อย่างรังเกียจ น้ำในแก้วกระดาษตรงหน้าเธอไม่ดื่มแม้แต่น้อย “ฉันบอกแล้วไงว่าพวกคุณจับผิดคนแล้ว”
“ถ้าอย่างนั้นขอถามว่าวันที่15กุมภาพันธ์คุณอยู่ที่ไหนครับ?”
“แม้แต่ที่เมื่อวานฉันเคยทำอะไรยังจำไม่ได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงวันที่15กุมภาพันธ์เลย”
“คุณอ้าวเสว่ กรุณาให้ความร่วมมือกับทางเราด้วยครับ”
“ฉันให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีแล้ว พวกคุณมีหลักฐานไหมว่าเสียงบันทึกนั้นออกมาจากปากฉัน?”
เดินออกจากห้องสอบสวน เจ้าหน้าที่สอบสวนส่ายหน้า “การระวังตัวของเธอดีมาก ทั้งยังไม่ยอมให้ความร่วมมือ ถามไปมากมายแต่ก็ไม่ได้คำตอบที่มีค่าเลย”
Bakerยิ้มเจื่อน “คนของตระกูลเย่ไม่ธรรมดาจริงๆ”
ตอนกลางคืน Bakerเพิ่งกลับมาถึงที่ประตูหน้าบ้านก็เห็นคนยืนอยู่หน้าประตู เขายิ้มเจื่อนๆ: “ผมรู้คุณต้องมาแน่”
“ตกลงมันเกิดอะไรขึ้น?” เย่เนี่ยนโม่ถามออกมาตรงๆสิ่งที่ตัวเองสงสัย
Bakerเปิดประตู แมวน้อยสีดำตัวหนึ่งวิ่งออกมา เย่เนี่ยนโม่อุ้มมันเข้าไปที่ห้องรับแขกด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
“ทางเราก็สงสัยความน่าเชื่อถือของเสียงบันทึกนั้นเช่นกัน จากที่เราสื่บมาแล้ว อ้าวเสว่ไม่ได้มีความสัมพันธ์กับชิวไป๋โดยตรงจริงๆ ไม่มีแรงจูงใจในการฆ่าชิวไป๋ แต่ว่าทำไมต้องเอาความผิดมาลงที่เธอเรายังต้องสื่บอีก”
สิ้นเสียง เพื่อนร่วมงานจากสำนักงานตำรวจก็โทรมา “ผู้บังคับบัญชา เบื้องบนต้องการปล่อยคนครับ”
Bakerวางโทรศัพท์ “คนของคุณ?”
เย่เนี่ยนโม่ส่ายหน้าอย่างเย็นชา ในใจเดาได้ลางๆว่าคือใคร
ออกจากสถานที่คุมขัง อ้าวเสว่ก็เดินไปยังรถสีดำที่จอดอยู่ข้างถนน ทันทีที่เข้าไปในรถก็ร้องอย่างไม่ได้รับความยุติธรรมว่า “คุณย่า”
ฝู้เฟิ่งหยีนั่งอย่างเคร่งขรึม “เสี่ยวเสว่ เธอบอกย่ามาตามตรง เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเธอหรือเปล่า!”