ตอนที่ 1060
ตอนที่ 1060 สาวใช้ตัวแสบ 964
October 28, 2026
ตอนที่ 1060 สาวใช้ตัวแสบ 964
ครั้งนั้นเธอเห็นหลินเจี๋ยรับสายโทรศัพท์เสร็จก็เดินเข้ามาด้วยสีหน้าเฉยชาต้องการดื่มเหล้า ซือซือเห็นว่าโอกาสเข้ามาแล้ว
เธอก้าวเท้าทีละนิด บิดสะโพกไปยังหลินเจี๋ย
เธอจำได้ชัดเจนว่าหลินเจี๋ยเกลียดการเข้าใกล้ของเธอมาก จนกระทั่งเธอสามารถพูดให้เขาบรรลุทุกสิ่งที่ใจนึกได้ หลินเจี๋ยจึงยอมให้เธออยู่
“คุณพาผมกลับบ้าน พ่อของคุณต้องโกรธจนตัวสั่นแน่ ๆ ” ซือซือจำประโยคนี้ได้แม่น เพราะประโยคนี้แหละเธอถึงได้คอยตามติดอยู่ข้างกายของหลินเจี๋ย
“ดาร์ลิ่ง ผมไปดูพี่สาวก่อนนะ คุณเล่นได้ตามสบายเลย เรื่องเงินมาคิดลงบัญชีผม” หลินเจี๋ยเอ่ยปากกล่าวก่อนที่จะหยิบชุดสูทเดินไกลออกไปเรื่อย ๆ รอยยิ้มบนใบหน้าของซือซือก็เย็นลงเรื่อย ๆ เช่นกัน หลิน หลิง เธอไม่ให้เขาพาฉันไป?วางใจเถอะ ถึงจะไม่ได้ไปบ้านตระกูลหลิน ฉันก็จะทำให้พวกคุณเป็นวันแห่งหายนะ
ซือซือเดินอยู่บนถนนใหญ่ เซี่ยชีหรั่นเธอไปไหนกันแน่?เธอห้ามตายเด็ดขาดนะ ถ้าเธอตายฉันจะไปหาใคร?
ผู้หญิงคนเมื่อกี้หน้าคล้ายกับเซี่ยชีหรั่นมาก เป็นน้องสาวของเซี่ยชีหรั่นหรือเปล่านะ ซือซือส่ายหัว หลี่หมิงจุ้นมีลูกชายแค่คนเดียวหลังจากจางชิงกลับถึงบ้าน ไม่ได้เจอเย่เชินหลินติดกันหลายวัน เธอนึกถึงผู้หญิงที่ชื่อซือซือคนนั้นที่ตบเธอ ดูเหมือนจะเป็นเพราะว่าเธอมีใบหน้าที่เหมือนกับเซี่ยชีหรั่น จะเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณเย่ดีไหมนะ?เป็นการป้องกันล่วงหน้าให้คุณหญิงเย่
เซี่ยชีหรั่นไม่ได้อยู่ที่ตงเจียง ฉันมากังวลอะไรอยู่กัน?
เธอหารู้ไม่ว่าเซี่ยชีหรั่นกำลังอยู่ที่บ้านอีกหลังนึงของเย่เชินหลิน
“แม่คะ จิ่วจิ่ว” เซี่ยชีหรั่นถอนหายใจพลางเรียกบุคคลสองคนที่คุ้นเคยตรงหน้า ตอนที่จิ่วจิ่วมองเห็นเซี่ยชีหรั่นนั้นเธอก็หลั่งน้ำตาออกมาไม่หยุด
“เซี่ยชีหรั่น บอกมานะว่าเธอไปทำอะไรที่ไหนมา?แถมยังไปตั้งสามปี บอกฉันมา” จิ่วจิ่วตะโกนอย่างบ้าคลั่ง เธอเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของเธอ เธอไปโดยที่ไม่กล่าวอะไรสักอย่าง นี่มันไม่พอสำหรับความเป็นเพื่อนเสียหน่อย จิ่วจิ่วปากมุ่ยพูดด้วยความโกรธ
“จิ่วจิ่ว ฉัน......” เซี่ยชีหรั่นมองไปยังฝู้เฟิ่งหยีและเย่เชินหลินเธอไม่รู้ว่าจะเริ่มอธิบายอย่างไร เธอยิ้มพลางกล่าว : “เข้ามาก่อนเถอะ”
จิ่วจิ่วยืนอยู่อย่างนั้นไม่ขยับ เป็นนัยว่าถ้าเธอไม่บอกฉันฉันก็ไม่เข้าไป
“เนี่ยนโม่มาเรียกคุณน้ากับคุณย่าเร็ว” เซี่ยชีหรั่นจูงเนี่ยนโม่ออกมา นี่หงายการ์ดอะไรกัน ไม่กลัวว่าจิ่วจิ่วกับฝู้เฟิ่งหยีจะยอมแพ้
“คุณน้า คุณย่า” เนี่ยนโม่ปรากตัวขึ้นด้านหน้าของเซี่ยชีหรั่น
จิ่วจิ่วและฝู้เฟิ่งหยีเอาแต่คุยกับเซี่ยชีหรั่นไม่ได้สนใจสิ่งเล็ก ๆ ที่อยู่ด้านหลังเธอ
“เนี่ยนโม่มาให้ย่ากอดหน่อย” ฝู้เฟิ่งหยียื่นมือออกไปอย่างสั่นเทา เธอได้หลานชายเพิ่มอีกคนแล้ว นี่เธอสามารถดีใจได้ไหมนะ?ตระกูลเย่ของเธอมีผู้สืบทอดแล้ว
“ไม่ได้” จิ่วจิ่วร้องเสียงดัง
มือของฝู้เฟิ่งหยีที่ยื่นออกไปไม่ได้ถอนกลับมา เธอมองไปยังจิ่วจิ่วทำไมไม่ได้กัน?เซี่ยชีหรั่นก็มองจิ่วจิ่วด้วยความประหลาดใจ คิ้วของเย่เชินหลินขมวดขึ้น
“ไม่ใช่ ฉันไม่ได้บอกว่าห้ามคุณแม่กอดเนี่ยนโม่ความหมายของฉันคือเนี่ยนโม่ต้องเรียกฉันว่าคุณแม่ทูนหัวสิ” จิ่วจิ่วกล่าวอย่างภาคภูมิใจ เธอตกลงกับชีหรั่นไว้แล้วว่าจะเป็นแม่ทูนหัวของเด็กทุกคน
ฝู้เฟิ่งหยีเคาะหัวของจิ่วจิ่วพลางบ่นอุบ : “เธอนี่นะยังเป็นแบบนี้อยู่อีก ฉันตกใจจนไม่กล้ากอดเนี่ยนโม่เลย อารมณ์พวกนี้เมื่อไรจะปรับปรุงเสียทีนะ” จิ่วจิ่วแลบลิ้นหัวเราะออกมา เธอเพียงแค่ดีใจมากเกินไปเท่านั้นเอง อืม ดีใจเกินไปเท่านั้น
“คุณน้ากับแม่ทูนหัวมันก็เหมือนกันไม่ใช่หรือไง?” เซี่ยชีหรั่นมองจิ่วจิ่วอย่างสับสน ไม่รู้ว่ายัยเด็กคนนี้คิดอะไรอยู่กันแน่นะ
“ไม่เหมือนสักหน่อย ยังไงก็ต้องเรียกฉันว่าแม่ทูนหัว” จิ่วจิ่วกล่าว เธอยื่นมือออกมาหยิกเนื้อกลม ๆ บนใบหน้าของเนี่ยนโม่ยิ้มอย่างมีความสุข สัมผัสบนมือนั้นดีจริง ๆ เลย
“ไป ไป ไป เธอหยิกลูกฉันเจ็บนะ อยากหยิกนักก็ไปคลอดของตัวเองสักคนสิ”
เซี่ยชีหรั่นกล่าวอย่างติดตลก คิดไม่ถึงว่าจิ่วจิ่วยังจำสิ่งนี้ได้ตลอด
“เขาก็เป็นลูกของฉันนะ จะว่าลูกของเธอได้ยังไง” จิ่วจิ่วกล่าวอย่างตรงไปตรงมา แถมยังเดินไปคุกเข่าข้าง ๆ เนี่ยนโม่พลางพูดเสียงหวาน : “เนี่ยนโม่เรียกแม่ทูนหัวเร็วเข้า”
เพราะเหตุนี้รอยบุ๋มบนใบหน้าของจิ่วจิ่วยิ่งลึกลงไปอีก เนี่ยนโม่ยื่นมือออกมาลูบลักยิ้มของจิ่วจิ่ว ราวกับเพิ่งพบเรื่องราวที่น่าสนใจเสียเหลือเกิน ชอบมากจนเขาเองวางไม่ลง
“เด็กคนนี้ดูแล้วคงจะชอบลักยิ้มของจิ่วจิ่วมากนะ”
“ชีหรั่น สามปีมานี้เธอไปอยู่ไหนมากันแน่?” ฝู้เฟิ่งหยีคิดว่าเย่เชินหลินเอาแต่ตามหาเซี่ยชีหรั่น เธอถามข้อสงสัยในใจแทนลูกชายของเธอ
จิ่วจิ่วก็หมุนกลับมาจ้องมองเซี่ยชีหรั่น เธอก็อยากรู้ว่าเซี่ยชีหรั่นไปอยู่ที่ไหนสามปีมานี้?ยัยผู้หญิงจิตใจโหดเหี้ยมคนนี้ นึกไม่ถึงว่าจะไม่รู้จักติดต่อมาหาเธอเลยสักนิด พอคิดจิ่วจิ่วก็โกรธขึ้นมา
“แม่คะ พวกเราเข้าไปข้างในก่อนเถอะ!” เซี่ยชีหรั่นไม่ได้ตอบคำถามฝู้เฟิ่งหยี สิ่งที่เธอไม่อยากกล่าวถึงที่สุดก็คือเรื่องเมื่อสามปีก่อน
จิ่วจิ่วเห็นว่าเซี่ยชีหรั่นไม่อยากพูด เธอก็ไม่ได้ถามต่อ สองสามคนเดินเข้าไปในห้อง คุณแม่เซี่ยเห็นว่าคนมากันหมดแล้วก็เริ่มเสิร์ฟอาหาร
“กินข้าวกันเสียก่อน” เย่เชินหลินกล่าวเสียงดัง จิ่วจิ่วและฝู้เฟิ่งหยีเดินอยู่ด้านขวาของเย่เชินหลิน จิ่วจิ่วย่นจมูกใส่เย่เชินหลิน ทำหน้าทำตาล้อเลียน ยั่วให้เนี่ยนโม่หัวเราะออกมา
เขายังไม่ได้ดึงเก้าอี้ เสียงแจ้งเตือนที่คุ้นเคยก็ดังขึ้น
เย่เชินหลินหยิบโทรศัพท์ออกมาดูชื่อที่แสนคุ้นเคย เขาเหลือบมองเซี่ยชีหรั่น พบว่าอีกฝ่ายไม่ได้สนใจเขาแม้แต่นิดเดียว ในใจของเย่เชินหลินโกรธขึ้นมาเล็กน้อย รับสายโทรศัพท์นั้น ตั้งใจเปิดลำโพงอยากให้เซี่ยชีหรั่นหึงหวง
“มีอะไรหรือ?” เสียงตอบรับอ่อนโยนยากจะหาได้ของเย่เชินหลิน