ตอนที่ 1113
ตอนที่ 1113 สาวใช้ตัวแสบ 1017
October 28, 2026
ตอนที่ 1113 สาวใช้ตัวแสบ 1017
คนตายเพื่อเงิน นกตายเพื่ออดอาหาร นี่เป็นเรื่องที่เข้าใจได้จริง ๆ คนที่ไม่อยากอยู่ ต่อให้บังคับก็ไร้ประโยชน์
เมื่อได้ยินที่เธอพูด หลาย ๆ คนก็เริ่มมาเข้าแถวเพื่อเซ็นยกเลิกสัญญา ผู้ถือหุ้นเก่าหลายคนที่กำลังเซ็นลงนามอยู่ต่างก็รู้สึกมือสั่นไม่หยุด รวมถึงเซี่ยชีหรั่นด้วย
จำนวนเงินลงทุนของหลาย ๆ บริษัทไม่ได้น้อยเลย เงินจำนวนมากขนาดนี้ พวกเราจะชดใช้ไหวได้อย่างไร? แน่นอนว่ายังไม่รวมถึงค่าเสียหายในตลาดหุ้นด้วย
หลังจากลงชื่อยกเลิกสัญญาเสร็จคนส่วนใหญ่ก็ได้ออกไปกันหมดแล้ว เหลือเพียงผู้นำอีกไม่กี่คนที่ยังอยู่และพวกเขาได้พูดว่า “เรื่องหุ้นยังไงพวกเราก็ไม่ต้องการอะไรจากคุณอยู่แล้ว แต่ว่าสำหรับความสูญเสียอื่น ๆ ผมคิดว่าบริษัทของคุณน่าจะช่วยอธิบายให้กับบริษัทผู้ค้าของคุณหน่อย เรารู้ว่าตอนนี้คุณกำลังประสบกับปัญหาและความยากลำบาก ดังนั้นอีกสักเดือนสองเดือนเราค่อยมาคุยเรื่องนี้ อย่างไรก็ตามเราร่วมงานด้วยกันมานานแล้ว พวกเราก็ต้องขออภัยคุณจริง ๆ ด้วยนะครับ ถ้างั้นขอตัวก่อนนะครับ”
เป็นคำพูดที่สุภาพมาก แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเรื่องเงินอยู่ดี เซี่ยชีหรั่นรู้ดี ถ้าหากว่าวันนี้พวกเธอล้มละลายจริง ๆ อย่าพูดถึงเวลาแค่เดือนสองเดือนเลย ต่อให้เธอใช้เวลาเป็นปี ๆ ก็ไม่สามารถชดใช้ค่าเสียหายนั้นได้อยู่ดี ตอนนี้เธอควรทำอย่างไร? เธอรู้สึกลุกลี้ลุกลนจริง ๆ
ผู้ถือหุ้นเก่าอีกหลายคนเครียดจนหัวใจแทบวาย บางคนยังคิดว่าจะจองตั๋วเพื่อหนีความจริงนี้ เพราะเงินนี้ต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิตก็ไม่อาจชดใช้ได้
และวิธีแก้ปัญหานั้นอาจเรียกว่าเป็นแค่จินตนาการเท่านั้น ครั้งนี้พวกเขาได้สัมผัสความร้ายกาจที่แท้จริงของบริษัทแฟชั่นคิวบ์แล้ว
“หรือว่า เรายอมขายกิจการให้กับบริษัทแฟชั่นคิวบ์จะดีกว่า......” ทันใดนั้นก็มีคนพูดอย่างท้อแท้ขึ้นมา อย่างน้อยก็ยังมีงานให้ทำอยู่ ถ้าเขาซื้อกิจการไป พวกเขาก็จะกลายเป็นพนักงานของบริษัทแฟชั่นคิวบ์ แม้ว่าจะไร้ประโยชน์มาก แต่อย่างน้อยก็สามารถบรรเทาปัญหาหนี้สินเหล่านี้ได้
เมื่อเซี่ยชีหรั่นได้ยินข้อเสนอนี้เธอก็ส่ายหัวปฏิเสธทันที “เรื่องนั่นเป็นไปไม่ได้หรอก ทันทีที่บริษัทแฟชั่นคิวบ์เข้ามามีบทบาทในบริษัทของเรา สิ่งแรกที่เขาจะทำคือปรับเปลี่ยนพนักงาน ถึงตอนนั้นพวกเราทุกคนที่อยู่ในนี้ก็จะตกงานกันหมด จุดจบมันก็ไม่ต่างอะไรกันหรอก”
“อย่างน้อยก็ดีกว่าติดหนี้นะ” ผู้ถือหุ้นเก่าคนหนึ่งพูดขึ้นมา ปกติแล้วพวกเขาจับจ่ายใช้สอยอย่างฟุ่มเฟือยมาก แล้วใครจะคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้น?
“ผมจะให้คนไปตรวจสอบรายละเอียดของพวกเขาก่อนละกัน ตอนนี้ยื้อได้ก็ยื้อไปก่อน” สวีเห้าเซิงเสนอและจัดคนไปทันที
เซี่ยชีหรั่นมองเขาอย่างซาบซึ้ง แต่เธอรู้อยู่ในใจว่าสถานการณ์ของบริษัทเครื่องประดับแฟชั่นในตอนนี้ไม่ใช่เรื่องดีแล้ว พนักงานทุกคนต่างก็เริ่มกังวลและเกรงว่าจะไม่ได้รับค่าตอบแทนของพวกเขาจากทางบริษัทตามที่สมควรได้รับ เมื่อคิดเช่นนี้เธอก็ได้ห้ามเขาไว้ “พี่สวี พี่ดูสิ ตอนนี้ผู้ถือหุ้นก็เหลือแค่พี่คนเดียวแล้ว หรือว่าพี่ก็ถอนหุ้นไปก่อนเถอะ จะได้ไม่ต้องสูญเสียมากกว่านี้”
สวีเห้าเซิงโบกมือ “ได้ไงล่ะ จะปล่อยให้พวกคุณขาดทุนอยู่คนเดียวได้ไง เงินแค่นี้ผมไม่สนใจอยู่แล้ว คุณเอาเวลาไปวางแผนว่าพวกเราควรทำอย่างไรต่อจะดีกว่า”
ความตั้งใจของเขาเซี่ยชีหรั่นน่าจะเข้าใจดี เขาไม่ได้ทำเพื่อใครคนอื่น แต่เพื่อเธอคนเดียว แม้ว่าวันนี้เธอจะล้มละลายและมีหนี้สินท่วมตัวก็ตาม อย่างน้อยเธอก็ยังมีเขาคนนี้ สวีเห้าเซิงคิดอย่างนั้น เขามองไปที่เซี่ยชีหรั่นอย่างจริงใจ ไม่ว่าเขาจะมองผู้หญิงคนนี้ยังไงก็มองไม่เบื่ออยู่ดี
แต่เวลาไม่เคยรอใคร เซี่ยชีหรั่นจ่ายเงินเดือนพนักงานทั้งหมดก่อน จากนั้นบอกพวกเขาว่าช่วงนี้ยังไม่ต้องมาทำงาน แต่หน้าร้านยังคงต้องเปิดบริการต่อไปและให้ร้านค้าในตงเจียงจัดโปรโมชั่นส่วนลดทั้งหมด
เพื่อดึงดูดลูกค้า เพชรพลอยเครื่องประดับไม่ใช่ข้าวสารเกลือหรือน้ำมัน ขอแค่สินค้าถูกใจ ต่อให้ต้องซื้อมันด้วยราคาสูงสักเท่าไหร่กุลสตรีทั้งหลายก็รู้สึกว่ามันคุ้มค่า ดังนั้นถ้าขายได้ก็รีบขาย เพราะจะทำให้บรรเทาหนี้สินในตอนนี้ไปได้มาก
สิ่งที่เหลือคือการทิ้งพันธนาการที่เหลืออยู่ แม้ว่าราคาที่ต้องขายมันอาจจะเจ็บปวด แต่จะลังเลที่จะขายในตอนนี้ไม่ได้ สุดท้ายคือต้องหาเวลาไปพบผู้นำของบริษัทแฟชั่นคิวบ์ เพื่อที่จะได้ขอการเจรจาที่สมเหตุสมผลที่สุด
อันดับแรกเธอต้องการรู้ว่าผู้นำคนนี้คือใครมาจากไหน อันดับที่สองเธอต้องรู้จักเขาให้เร็วที่สุดเพื่อจะได้รู้ว่าเขากำลังคิดจะทำอะไร ซึ่งทุกคนก็เห็นด้วยอย่างมากกับการจัดการทั้งหมดนี้
โดยเฉพาะสวีเห้าเซิง เป็นครั้งแรกที่เขาสังเกตว่าทักษะการเป็นผู้นำของเซี่ยชีหรั่นก็ดีมากเช่นกัน เธอจัดการทุกอย่างได้สมเหตุสมผลมาก จึงทำให้เขาชื่นชมในตัวเธอมากยิ่งขึ้น
ไม่คิดจะยอมแพ้เมื่อเผชิญกับความยากลำบาก แต่ยังเลือกที่จะเผชิญหน้ากับมันอย่างถูกต้อง
หลังจากเสร็จธุระทั้งหมดนี้เวลาก็ดึกพอสมควรแล้ว เซี่ยชีหรั่นบีบขมับที่เจ็บปวดของเธอเบา ๆ เธอไม่ได้ทำงานหนักขนาดนี้มานานแล้ว มีหลายเรื่องที่ซับซ้อนมากเกินไป อาจจะพูดได้ว่าชีวิตของเธอคงต้องไม่สงบสุขแบบนี้ไปอีกนาน
“ดึกมากแล้ว วันนี้กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวผมไปส่ง” เสียงห่วงใยของสวีเห้าเซิงแผ่วเบา เขาก็น่าแปลกใจเหมือนกันที่ใช้เวลายุ่งอยู่กับเซี่ยชีหรั่นแบบนี้ทั้งวัน
อาจจะเป็นความชอบของเขาก็ได้ คนเกือบทั้งบริษัทก็ได้เห็นเหมือนกัน แม้ว่าหลาย ๆ คนจะพูดคุยซุบซิบเรื่องของเขา แต่ในช่วงเวลาวิกฤตนี้คนส่วนใหญ่ที่เห็นต่างก็ต้องยกย่องในความดีของเขา และสาว ๆ ในบริษัทหลายคนก็ต้องแอบชอบเขาอย่างปฏิเสธไม่ได้ ดังนั้นจึงทำให้หลายคนต้องอิจฉาเซี่ยชีหรั่นไปด้วยเช่นกัน
เซี่ยชีหรั่นหยิบกระเป๋าขึ้นแล้วตอบ “ไม่เป็นไรหรอก ฉันกลับเองได้อยู่ พรุ่งนี้ค่อยเจอกันนะ”
“ไม่ได้หรอก มันดึกแล้วไม่ปลอดภัย ให้ผมไปส่งคุณนะ” สวีเห้าเซิงยืนยันคำพูด เวลากลางคืนมีพวกขี้เมาและอันธพาลตั้งเยอะ ยิ่งเซี่ยชีหรั่นสวยขนาดนี้ ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเธอจะทำอย่างไร