ตอนที่ 1112
ตอนที่ 1112 สาวใช้ตัวแสบ 1016
October 28, 2026
ตอนที่ 1112 สาวใช้ตัวแสบ 1016
เดิมทีเซี่ยชีหรั่นเตรียมตัวจะพาเนี่ยนโม่กลับไปแล้ว แต่ฝู้เฟิ่งหยีกับจิ่วจิ่วพยายามทุกหนทางเพื่อให้พวกเธออยู่ต่อ คิดซะว่าทำเพื่อเย่เชินหลินก็ได้ และสุดท้ายเนี่ยนโม่ก็ได้ขอร้องเธอด้วย เซี่ยชีหรั่นจึงจำเป็นต้องอยู่บ้านตระกูลเย่ต่อ
ฝู้เฟิ่งหยีรู้สึกดีใจมาก เธอจึงรีบไปย้ายข้าวของของเซี่ยชีหรั่นและเนี่ยนโม่เข้ามาโดยไม่พูดอะไรสักคำ......
ถึงอย่างไรก็ตาม คนอื่นยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเธอเอาไว้ เซี่ยชีหรั่นจึงใช้เวลาที่ฝู้เฟิ่งหยีกับจิ่วจิ่วกำลังเล่นกับเนี่ยนโม่ เข้าไปต้มซุปไก่ดำให้เย่เชินหลินด้วยตนเอง เธอหวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายเขา
ไม่คาดคิดว่าเธอเพิ่งวางถ้วยลงก็ได้ยิน “ป้อนผม” สองคำ เป็นคำพูดน้ำเสียงที่ไร้ความอบอุ่นจริง ๆ
เซี่ยชีหรั่นรู้สึกตกใจมาก แต่เห็นเย่เชินหลินที่อ่อนเพลียอยู่ เธอจึงถือถ้วยซุปไก่ดำขึ้นมาแล้วป้อนให้เขาทีละคำจนหมดถ้วย เขากินมันจนหมดเหมือนเด็กน้อยคนหนึ่งที่เชื่อฟัง
ถ้าเย่เชินหลินเป็นแบบนี้ตั้งแต่แรกก็คงดีแค่ไหน เซี่ยชีหรั่นคิดว่าความรักความสัมพันธ์ของเธอกับเขานี้สามารถเขียนเป็นหนังสือเล่มหนึ่งได้แล้ว
“อย่าเพิ่งไปสิ นั่งลงก่อน” เสียงแผ่วเบานั้นได้หยุดเซี่ยชีหรั่นที่กำลังจะเข้าไปล้างถ้วยในห้องครัว เธอจึงนั่งลงข้าง ๆ แล้วก้มหัวลงอย่างไม่พูดอะไรสักคำ
แต่กลับเป็นเย่เชินหลินที่ถามเธอก่อน “คุณเกลียดผมไหม?”
เซี่ยชีหรั่นพยักหน้าเบา ๆ จะไม่ให้เธอเกลียดได้อย่างไร? อดีตที่ผ่านมาเธอแค่คิดก็เหมือนถูกมีดบาดในใจแล้ว ผู้ชายตรงหน้าคนนี้เองที่เป็นคนมอบทุกอย่างให้กับเธอ
“แล้วคุณยังรักผมไหม?” เย่เชินหลินถามต่อ เขารู้สึกเศร้าใจมากและต้องการรู้คำตอบนี้ให้ได้
ในตอนแรกเซี่ยชีหรั่นส่ายหัวก่อน จากนั้นเธอค่อย ๆ พยักหน้า อารมณ์ที่ซับซ้อนแบบนี้เกิดขึ้นกับเธอบ่อยครั้ง เธอทั้งเกลียดทั้งรักเขา เธอเกลียดความเหี้ยมโหดและความเย็นชาของเย่เชินหลิน แต่ก็รักเขาที่ยอมเสียสละตนเองเพื่อช่วยชีวิตเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า
“งั้นคุณออกไปได้ละ” เย่เชินหลินรู้อยู่แก่ใจว่าชีวิตที่เหลือเขาควรเดินอย่างไรต่อ เขาเชื่อว่าเวลาจะเป็นคำตอบที่ดีสำหรับเธอ
เซี่ยชีหรั่นลุกขึ้นยืนและเธอก็ยังกังวลเรื่องขาของเขามาก เธอจึงอดไม่ได้ที่จะพูดว่า “ยังไงก็ขอบคุณที่ช่วยชีวิตฉันไว้นะ ฉันเชื่อว่าขาของคุณต้องหายดี”
“คุณสงสารผมอยู่เหรอ?” จู่ ๆ เย่เชินหลินก็พูดอย่างเย็นชา “ถ้าหากใช่ ผมจะบอกคุณนะว่าผมไม่ต้องการความสงสารและความเห็นใจจากใคร ถ้าหากคุณอยู่ที่นี่เพราะเห็นใจผม ผมแนะนำให้คุณไปซะดีกว่า”
น้ำเสียงของเขาเย็นชาแบบนี้เสมอ ซึ่งทำให้คนฟังแล้วน่าผิดหวังมาก
เซี่ยชีหรั่นไม่ได้มีเจตนาอย่างนั้น เมื่อเย่เชินหลินพูดแบบนี้ก็ยิ่งทำให้เธอเครียดมากขึ้น เธอจึงเดินออกไปจากห้องทันทีโดยที่ไม่ตอบคำถามเขา หลังจากนั้นไม่นานก็มีเสียงแก้วแตกดังขึ้นในห้อง
ต้องเป็นแบบนี้ทุกครั้งเลยหรือ? ทุกครั้งพวกเขาต้องโจมตีซึ่งกันและกัน เย่เชินหลินเป็นคนคิดมาก ส่วนเธอเซี่ยชีหรั่นก็เป็นคนปากแข็ง ถ้าเธออยู่ต่อแล้วเธอกับเขาจะมีความสุขจริง ๆ หรือ?
หลาย ๆ ครั้งคำพูดของเย่เชินหลินก็ทำให้เซี่ยชีหรั่นรู้สึกแย่มาก เธอไม่เข้าใจจริง ๆ เลยว่าทำไมสวรรค์ถึงต้องส่งสัตว์ประหลาดตัวนี้ลงมายังโลก เมื่อกี้นี้เธอไม่มีเจตนาอย่างที่เขาพูดเลยจริง ๆ
เย่เชินหลินที่อยู่ในห้องก็ยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่ เขาเกลียดตัวเองที่ทำอะไรไม่ได้ในตอนนี้ เขาอยากลุกขึ้นและดึงเซี่ยชีหรั่นมากอดไว้ เขาอยากบอกเธอว่าเธอคือทุกสิ่งสำหรับเขา ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าเธออีก
ตอนนี้เขาต้องการเธอเท่านั้น แต่เมื่อทุกครั้งที่คำพูดออกจากปากความรู้สึกมันก็เปลี่ยนไป เขาอดไม่ได้ที่จะโกรธตัวเอง ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปความเข้าใจผิดระหว่างเขาทั้งสองก็คงมีแต่รุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ
ทั้งสองมีความคิดของตัวเอง แต่ใครจะรู้ว่าสิ่งที่อยู่ในใจของกันและกันคืออะไร?
ต่อให้เป็นแบบนี้ เซี่ยชีหรั่นยังคงแบกความรับผิดชอบในการดูแลเย่เชินหลิน แม้ว่าเธอจะไม่ตรงต่อเวลาเท่ากับสาวใช้ในบ้านก็ตาม แต่บางทีเธอก็ลงมือปรุงซุปที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายให้เขากับมือ เธอพาเนี่ยนโม่เข้าไปหาเขาบ่อย ๆ และนวดเท้าให้เขาเพื่อพยายามให้ขาของเขานั้นฟื้นตัวได้เร็วขึ้น
เกือบสองสัปดาห์ผ่านไป แม้ว่าเย่เชินหลินไม่ได้พูดอะไรมาก แต่เห็นได้ชัดว่าร่างกายของเขานั้นฟื้นตัวได้เร็วพอสมควร ฝู้เฟิ่งหยีและจิ่วจิ่วที่เห็นต่างก็มีความสุข
โดยเฉพาะสีหน้าของเขาดูดีขึ้น ไม่ได้ซีดเซียวเหมือนที่ผ่านมา ต้องชมผลงานของเซี่ยชีหรั่นที่เคยดูแลเขา! ทุกคนต่างก็เห็นและจดจำมันไว้ในใจ
จนกระทั่งวันหนึ่ง มีสายโทรเข้าจากบริษัทเครื่องประดับแฟชั่น ทำให้เซี่ยชีหรั่นวุ่นวายจนไม่มีเวลากินอาหารเช้า เธอฝากเนี่ยนโม่ให้จิ่วจิ่วช่วยดูแลแล้วรีบออกเดินทางไปบริษัททันที!
ณ ขณะนี้ บริษัทเครื่องประดับแฟชั่นทั้งหมดถูกห่อหุ้มด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียด รวมถึงบริษัทที่อยู่ในเคลือของเธอมากกว่าสิบบริษัท ใบบรรดาบริษัทเหล่านั้นยังมีบริษัทระดับนานาชาติที่มีชื่อเสียงด้วย
ทันทีที่เซี่ยชีหรั่นเข้าไปในบริษัท ผู้ช่วยของเธอก็รีบนำเอกสารมาให้ “ประธานเซี่ยคะ ครั้งนี้บริษัทแฟชั่นคิวบ์เสนอซื้อกิจการบริษัทเครื่องประดับแฟชั่นของเรา เดิมทีเราไม่เห็นด้วย ใครอยากทำการร่วมมือกับพวกเขาล่ะ? แต่ท่านช่วยดูเอกสารนี้หน่อยค่ะ เอกสารลับของบริษัทเราถูกขโมยออกไป เขาไม่เพียงแต่เอาไปใช้เป็นประโยชน์ แต่ในทางกลับกัน พวกเขายังฟ้องเราสำหรับความผิดการละเมิด ตอนนี้เราได้ส่งเรื่องให้ทางทนายความไปดำเนินเรื่องต่อแล้วค่ะ”