ตอนที่ 1127
ตอนที่ 1127 สาวใช้ตัวแสบ 1031
October 28, 2026
ตอนที่ 1127 สาวใช้ตัวแสบ 1031
“สำเร็จแล้ว ฉันทำงาน เธอยังไม่วางใจอีกเหรอ?” จางชิงพูดอย่างได้ใจและโอ้อวดกับซือซือว่าเธอหลอกให้ฝู้เฟิ่งหยีเชื่อใจได้ยังไง แล้วก็ความคุมเนี่ยนโม่ไว้ในมือได้ยังไง
ซือซือพูดขัดการคุยโวโอ้อวดของเธอ และสั่งกำชับขึ้นว่า “ฝู้เฟิ่งหยีไม่มีประโยชน์ในการหลอกใช้แล้ว ไม่ต้องพาเขามาด้วย ไม่งั้นก็จะวุ่นวายกันมาก เธอพาแต่เนี่ยนโม่มาก็พอแล้ว ฉันรอเธออยู่ที่ที่พักของเธอ”
จางชิงกดวางโทรศัพท์ลง แล้วก็เบ้ปากพูดขึ้นว่า “เธอยังจะนึกว่าตัวเองเป็นนางพญาจริง ๆ เหรอ?”
แต่ว่า จางชิงกลับไม่กล้าขัดขืนคำสั่งของซือซือ เธอรู้สึกหวาดกลัวผู้หญิงคนนี้มาจากก้นบึ้งหัวใจเลย
จางชิงหาที่ราบเรียบที่หนึ่งวางตัวฝู้เฟิ่งหยีลง แล้วพาแต่เนี่ยนโม่จากไป
พอเนี่ยนโม่มองเห็นว่าคุณย่าโดนทิ้งเอาไว้ ก็ใจร้อนรีบร้องตะโกนขึ้นมา จนทำให้จางชิงโกรธแล้วตีเขาอีกหลายที ถึงได้ทำให้เขาสงบเงียบลงไปได้
ดวงตาทั้งคู่ของเนี่ยนโม่เต็มไปด้วยความเคียดแค้น เขาอยากเติบโตขึ้นมาเดี๋ยวนี้เลย แล้วจะจับผู้หญิงคนนี้ไปโยนลงทะเลให้ปลากิน
จางชิงพาเนี่ยนโม่กลับมาถึงที่ที่พักของตัวเอง ซือซือมารออยู่ที่นี่นานแล้ว
น้ำตาของเนี่ยนโม่ไหลจนเหือดแห้งไปนานแล้วตั้งแต่ระหว่างทางที่มา เขาพิงอยู่บนตัวผู้ชายคนนั้นอย่างเหนื่อยอ่อน ขยับก็ไม่ยอมขยับ
ซือซือไม่มีเวลาไปสนใจเนี่ยนโม่ เธอจับมือของจางชิงเอาไว้ แล้วยิ้มอย่างญาติดีมาก ๆ กับเธอ “ฉันดูคนไม่ผิดจริง ๆ โอกาสที่เธอทำงานสำเร็จได้มีสูงมากเลยนี่”
จางชิงพยักพเยิดอย่างได้ใจเอามาก ๆ แล้วก็ชี้ไปที่เนี่ยนโม่และพูดขึ้นว่า “เจ้าเด็กนี่ เธอกะว่าจะจัดการยังไงกัน?”
ถ้าหากเอาตามความหมายของเธอก็คือ ยาพิษแก้วหนึ่งโดยตรง เอาให้ถึงตายไปเลย
ซือซือยิ้มเย็น “เขานะเหรอ เขายังมีประโยชน์อย่างมากอยู่”
พูดจบ ซือซือก็ยื่นน้ำให้จางชิงแก้วหนึ่งอย่างคาดหวังมาก ๆ แล้วพูดกับเธอว่า “วันนี้เธอคงเหนื่อยมามากแล้ว มาดื่มน้ำสักแก้วหนึ่ง พักผ่อนก่อนสักหน่อยดีกว่า ”
จางชิงรู้สึกว่าคอแห้งแล้วจริง ๆ ด้วยเหตุนี้เธอจึงดื่มสิ่งที่ซือซือยื่นมาให้เธอลงไปอย่างไม่มีข้อสงสัยใด ๆ
และก็เป็นเพราะว่าแบบนี้ จางชิงถึงได้ไม่เห็นความชั่วร้ายและความสมหวังที่กะพริบผ่านไปในดวงตาของซือซือ
หลังจากที่จางชิงดื่มน้ำหมดแล้วนั้น อยู่ ๆ ในหัวก็รู้สึกมึน ๆ ขึ้นมา
“เธอให้ฉันดื่มอะไรไป?” พอถึงเวลานี้จางชิงถึงจะเพิ่งรู้สึกตัวขึ้นมา ในน้ำที่ซือซือยื่นมาให้เธอ จะต้องโดนผู้หญิงคนนั้นใส่อะไรลงไปแน่
ซือซือหัวเราะ ฮา ฮา ออกมา แล้วเธอก็หยิบแก้วขึ้นมาไว้ในมือ แล้วยิ้มและพูดกับจางชิงว่า “อันนี้ ก็เป็นยาอย่างหนึ่งที่สามารถทำให้เธอเชื่อฟังได้ยังไงล่ะ ฮา ฮ่า เธอนี่โง่จริง ๆ เลย”
จางชิงกุมขมับไว้อย่างโมโห เธอรู้สึกว่าหนังตายิ่งอยู่ก็ยิ่งเปลี่ยนเป็นหนักขึ้น แม้แต่ความคิดก็ยังกลายเป็นเรื่องเปลืองแรงขึ้นมา“ฉันไม่เชื่อฟังตรงไหน? ฉันก็ทำงานตามความหมายของเธอมาตลอดเลยนี่ ทำไมเธอยังจะ......ยังจะทำกับฉันอย่างนี้อีก!”
“นั่นเป็นเพราะว่า ฉันรู้สึกว่าวางยามันน่าจะแน่นอนกว่านะซิ หรือเธอว่าไง?”
ซือซือไม่ได้รับการตอบกลับจากจางชิงแล้ว เพราะว่าจางชิงในเวลานี้ ได้กลายเป็นหุ่นเชิดตัวหนึ่งไปหมดแล้ว
จางชิงได้สูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปหมดแล้ว เธออยู่ภายใต้การบงการของซือซือ แล้วโทรศัพท์ไปหาเย่เชินหลิน
ในเวลานี้ เย่เชินหลินได้รู้เรื่องการหายตัวไปของลูกชายแล้ว
หลังจากที่มีคนพบเห็นฝู้เฟิ่งหยีแล้ว เธอก็ได้รายงานกับลูกชายเธอเป็นอันดับแรกเลย
“ฮือ ฮือ……เนี่ยนโม่ เขาโดนคนลักพาตัวไปแล้ว ต้องโทษฉัน เพราะว่าฉันไม่ได้ดูเขาไว้ดี ๆ เอง……”
แม้แต่มือที่ถือโทรศัพท์อยู่ของเย่เชินหลิน ก็ยังถือไว้ไม่นิ่งแล้ว “พวกแม่เจอกับอันตรายตอนไหนครับ? อย่าเพิ่งร้อนรนครับแม่ แม่ค่อย ๆ พูดนะครับ ผมจะต้องหาตัวเนี่ยนโม่กลับมาให้ได้นะครับ”
ความสงบนิ่ง และมั่นคงในน้ำเสียงของเย่เชินหลินค่อย ๆ ถ่ายทอดไปยังฝู้เฟิ่งหยี เธอพยายามอดกลั้นความร้อนใจเอาไว้ และเริ่มเล่าเรื่องต่าง ๆ ของเหตุการณ์ให้กับเย่เชินหลินหนึ่งรอบ
“……แล้วต่อมา จางชิงก็บอกว่าจะพาฉันไปเข้าห้องน้ำ ฉันก็เลยไป แต่ปรากฏว่าพอฉันเพิ่งเดินเข้าไป ก็โดนคนตีจนสลบไปเลย พอฉันตื่นมาอีกทีที่ข้างกายฉันก็มีแต่คนต่างชาติ และฉันก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเนี่ยนโม่โดนใครจับตัวไป”
จางชิง!
พอได้ยินชื่อที่คุ้นเคยนี้แล้ว ไฟโกรธในใจของเย่เชินหลินก็ลุกโชนขึ้นมาอย่างหยุดไม่อยู่
ผู้หญิงคนนี้ ถึงเวลาแบบนี้แล้ว จะตายอยู่แล้วยังไม่รู้จักกลับใจอีก
ดูท่าแล้ว ครั้งนี้เขาคงจะปล่อยไปแบบง่าย ๆ ไม่ได้อีกแล้ว
“แม่ แม่วางใจเถอะครับ ผมจะต้องพาเนี่ยนโม่กลับมาอย่างปลอดภัยให้ได้ แม่อย่าเพิ่งบอกเซี่ยชีหรั่นนะครับ ผมกลัวว่าเธอจะรับไม่ไหว”
ฝู้เฟิ่งหยีพยักหน้าติด ๆ กัน “ใช่ ใช่ ใช่ ฉันจะไม่บอกเขา เชินหลิน ไม่ว่ายังไงเธอจะต้องพาเนี่ยนโม่กลับมาอย่างปลอดภัยให้ได้นะ ไม่งั้น ฉันจะเอาความตายมาลบล้างความผิดจริง ๆ ด้วย……”
พูดไปพูดมา ฝู้เฟิ่งหยีก็เริ่มร้องไห้ขึ้นมาอีก เย่เชินหลินได้แต่คอยปลอบโยนเธออยู่ตั้งนาน จากนั้นค่อยวางสายโทรศัพท์ลง
หลังจากที่เย่เชินหลินวางสายโทรศัพท์ไปไม่นาน สายโทรศัพท์ของจางชิงก็โทรเข้ามา
“เชินหลิน ไม่เจอกันนานเลยนะ คุณยังจำได้ไหมคะว่าฉันเป็นใคร?”
น้ำเสียงที่อ่อนโยนและมีเสน่ห์ของจางชิงดังขึ้นมา
เย่เชินหลินยิ้มเย็นทีหนึ่ง แล้วถามเธอไปตรง ๆ ว่า “จางชิง ลูกชายของผมอยู่ในมือคุณใช่ไหม?”
จางชิงหัวเราะ เอิก เอิก เอิก ขึ้นมา แล้วถามขึ้นอย่างงอน ๆ ว่า “เชินหลิน คุณไม่คิดถึงฉันเลยเหรอคะ? ฉันคิดถึงคุณมากเลยนะคะ ฉันนอนไม่หลับทั้งวันทั้งคืน และมักจะฝันเห็นคุณอยู่ข้างกายฉันเสมอ...... เชินหลิน เราอย่าทะเลาะกันอีกเลยดีไหมคะ?”
น้ำเสียงของจางชิงต่ำ ๆ เหมือนอย่างกับว่าเธอและเย่เชินหลินนั้นแค่ทะเลาะกันธรรมดาจริง ๆ อย่างกับเป็นคู่รักธรรมดาคู่หนึ่ง
เย่เชินหลินรู้สึกเบื่อหน่ายจางชิงเอามาก ๆ เขาตะคอกเสียงต่ำขึ้นว่า “คำพูดไร้สาระไม่ต้องพูดเยอะ เธอรีบปล่อยตัวลูกชายของฉันออกมานะ ไม่งั้น ฉันจะไม่มีทางปล่อยเธอไปแน่ !”
“เชินหลิน…… ทำไมคุณถึงได้ดุดันขนาดนี้ คนเขากลัวจังเลย……”
บนใบหน้าที่หล่อเหล่าและเยือกเย็นของเย่เชินหลินนั้นมีแววอำมหิตกะพริบขึ้น