ตอนที่ 1337
ตอนที่ 1337 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1237
October 28, 2026
เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ดังขึ้นมา เงินถูกฝากเข้าไปหนึ่งหมื่น ปรากฏข้อความของเย่เชินหลิน “เผื่อเอาไว้ใช้”
กลางคืน เซี่ยชีหรั่นและBakerเปิดประตูเข้ามาในห้อง ข้างๆพี่หลี่มีชายวัยกลางคนนั่งอยู่ เมื่อเห็นว่าเซี่ยชีหรั่นมีคนตามมาด้วย จึงมองพี่หลี่ด้วยความไม่พอใจ
พี่หลี่คิดว่าเซี่ยชีหรั่นผิดคำพูด จึงยิ้มแล้วพูดขึ้น “ในเมื่อมากันครบแล้ว ก็เริ่มทานกันเถอะค่ะ Baker ออกไปหยิบเหล้ากับฉันหน่อย นายคงไม่คิดให้ผู้หญิงออกยกเหล้าหนักๆ เข้ามาคนเเเดียวหรอกใช่ไหม”
Bakerนั่งอยู่ข้างๆ เซี่ยชีหรั่นไม่ขยับ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “รู้แล้ว” พี่หลี่ถูกตอกกลับ ลูบผมเป็นเชิงกลบเกลื่อน ยิ้มแล้วตอบกลับ “งั้นเดี๋ยวฉันไปหยิบ ฮ่าๆ พวกคุณคุยกันๆ”
“คุณหนูเชี่ย คุณสวยมากเลยนะครับ” ชายหนุ่มพูดชมเซี่ยชีหรั่นเป็นภาษากวางตุ้ง จากนั้นยกแก้วเหล้ายื่นมาตรงหน้าเซี่ยชีหรั่น
อีกมือหนึ่งรีบรับแทนด้วยความเร็วกว่า Bakerดื่มมันจนหมดด้วยความรวดเร็ว แล้วพูดขึ้น “ขอบคุณครับ ผมกำลังกระหายพอดี”
ชายหนุ่มจ้องหน้าBakerด้วยความแปลกใจ จากนั้นเทอีกแก้ว ยังไม่ทันได้ยื่นให้เซี่ยชีหรั่น ก็ถูกBakerรับไปก่อนอีก “คุณหนูเชี่ย ผมเป็นนักออกแบบที่มีชื่อมากนะครับ ผมรู้สึกว่าอยากช่วยคุณสักครั้ง คุณก็ไม่ให้เกียรติผม”
ชายหนุ่มพูดเป็นภาษาจีนกลางด้วยเสียงแข็ง เซี่ยชีหรั่นทั้งสงสารและตลกผู้ชายคนนี้ คิดจนหัวแทบแตกก็นึกไม่ออกว่าเขามีชื่อเสียงตรงไหน
เมื่อเห็นว่าเซี่ยชีหรั่นมองตัวเองด้วยความฉงน ชายหนุ่มจึงหยิบคีย์การ์ดของห้องออกมา วางตรงหน้าเซี่ยชีหรั่น พูดขึ้นอย่างแฝงความนัย “นี่คือคีย์การ์ดของห้องผม”
เซี่ยชีหรั่นตอบกลับด้วยความสงสัย “งั้นคุณเก็บไว้ให้ดี เดี๋ยวกลับไปไม่ได้จะวุ่นวายอีก” “คิกๆ” Bakerที่นั่งอยู่ข้างๆ หัวเราะออกมา ผู้ชายคนนี้อยากจะล่วงละเมิดเซี่ยชีหรั่น ถ้าหากไม่ใช่เขารู้จักเซี่ยชีหรั่น รู้ว่าเซี่ยชีหรั่นมีนิสัยงงๆ เขาคงคิดว่าเซี่ยชีหรั่นคงหลอกใช้อีกฝ่ายแน่นอน
พี่หลี่ผลักประตูเข้ามา เห็นชายหนุ่มเก็บคีย์การ์ดห้องมา แล้วลุกขึ้นพูดกับพี่หลี่ด้วยความโมโห “ผมอยากจะครุ่นคิดเรื่องการร่วมมือของพวกเราเสียหน่อย”
พี่หลี่มองมาทางเซี่ยชีหรั่น รีบพูดขึ้น “ดูเธอซิ ตามติดหลัวกุ้ยเหยาเพื่อที่จะต้องการความช่วยเหลือจากเขาไม่ใช่เหรอ! ฉันไม่ข่วยเธอแล้ว”
พี่หลี่เดินจากไปด้วยความโมโห เซี่ยชีหรั่นถามBakerเพื่อความมั่นใจด้วยความไม่มั่นใจว่า “หล่อนคิดว่าฉันเป็นคนที่ต้องอาศัยอำนาจจากคนอื่นในการปีนขึ้นไปงั้นเหรอ?”
Bakerลูบคาง จากนั้นหัวเราะแล้วพูดขึ้น “ฉันมีวิธี”
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ประตูของห้องอาหารถูกเปิดขึ้นโดยเย่เชินหลินและไห่ลี่หมิน เย่เชินหลินมองไปรอบๆ ดมกลิ่นเหล้าที่คละคลุ้ง จึงถามขึ้นสีหน้าเคร่งเครียด “ดื่มเหล้าเหรอ?”
“วางใจได้ ฉันดื่มเอง” Bakerรีบอธิบาย เย่เชินหลินนั่งลงข้างๆ เซี่ยชีหรั่น เขาโอบเธอเอาไว้ค่อยรู้สึกสบายใจหน่อย
“ฉันถามพวกนาย ว่าพวกนายรู้สึกว่าเซี่ยชีหรั่นเป็นคนยังไง” Bakerมองเย่เชินหลินและไห่ลี่หมิน แล้วถามขึ้น
ทุกคนมองBakerด้วยความประหลาดใจ แล้วเป็นไห่ลี่หมินที่ทำลายความเงียบลงก่อน เขายิ้มแล้วตอบคำถาม “เธอเป็นคนแข็งแกร่งมาก ไม่เคยยอมแพ้ เหมือนกับกรงเล็บของแมวที่คอยตะครุบ ที่ทำให้คนถูกแพร่เชื้ออย่างไม่รู้ตัว”
เย่เชินหลินทำหน้าตาท้าทาย “เป็นผู้หญิงที่ชอบหาแต่เรื่องมาให้ฉัน”
Bakerพยักหน้า เขาเดินก้าวมาด้านหน้า พูดขึ้นหลังจากคิดวิเคราะห์ “พวกเราลองสมมติดูว่า ทำไมเซี่ยชีหรั่นถึงแข็งแกร่ง เพราะเธออยากจะแตกต่างจากคนอื่น เหมือนกับนักเรียนที่ตั้งใจเรียนขยันขันแข็งเพื่อให้คุณครูสนใจเธอ และดีต่อเพื่อนก็เพื่อสิ่งนี้เช่นกัน
จากนั้นตั้งใจก่อเรื่องเพื่อให้นายสนใจ ในฐานะที่นายก็เห็นผู้หญิงมามากมาย จึงต้องทำบางอย่างที่แตกต่างไปจากคนอื่น”
Bakerยังคงพูดต่อเป็นฉากๆ เย่เชินหลินตะคอกขึ้นมา “พอได้แล้ว!” Bakerตกใจ มองเซี่ยชีหรั่นที่ทำตัวไม่ถูก พบว่าสิ่งที่พูดออกมาเมื่อสักครู่ทำเซี่ยชีหรั่นมึนงง
“ฉันเริ่มสงสัยการเป็นมืออาชีพของนาย” ไห่ลี่หมินก็เริ่มน้ำเสียงไม่ค่อยดี Bakerยืนขึ้นพูดกับเซี่ยชีหรั่น “สิ่งที่ฉันพูดเมื่อกี้เป็นแค่การสมมติ ฉันแค่พูดว่าสมมติถ้าเข้าใกล้หลัวกุ้ยเหยาในแบบนั้น เขาคงคิดว่าเธอนั้นหลอกง่าย ขอโทษด้วย ที่มันทำร้ายเธอ”
หลังจากที่ไห่ลี่หมินและBakerกลับไป เซี่ยชีหรั่นมองเย่เชินหลินแล้วถามขึ้นด้วยน้ำเสียงออดอ้อน “ฉันเป็นคนแบบนี้จริงเหรอ? คุณคิดว่าฉันเป็นคนแบบนี้ไหม?”
เย่เชินหลินโอบซี่ยชีหรั่นแน่น แล้วถามขึ้น “เธอรู้สึกว่ายังไงล่ะ?”
เซี่ยชีหรั่นส่ายหัว “ที่ตอนเด็กฉันเรียนได้ดีเพราะฉันชอบคุณครูพวกนั้น ที่ทำดีต่อเพื่อนๆ เพราะไม่ต้องการที่จะเดาความคิดพวกเขา แต่ที่ฉันชอบหาเรื่องต่างๆ มาให้คุณ ต้องขอโทษด้วย”
แววตาใสๆ ของเซี่ยชีหรั่น มองท่าทางของเย่เชินหลิน เขาจูบที่คางของเธอเป็นเชิงปลอบใจ เย่เชินหลินยิ้มแล้วพูดขึ้น “แค่นี้ก็พอแล้ว เป็นตัวของตัวเองดีที่สุดแล้ว”