ตอนที่ 1348
ตอนที่ 1348 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1248
October 28, 2026
“ชีหรั่น คุณเป็นอะไรไป สีหน้าดูไม่ค่อยดีเลย” สวีเห้าเซิงที่นั่งลงตรงข้ามกับเซี่ยชีหรั่น และถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง
เซี่ยชีหรั่นฝืนยิ้มขึ้น ไม่อยากจะอยู่ที่นี่ต่อไปอีก เซี่ยชีหรั่นจึงรีบพูดขึ้น:“พี่สวี ฉันเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามีธุระที่ต้องทำ ฉันขอตัวก่อนนะ”
เซี่ยชีหรั่นหยิบกระเป๋าสะพายไหล่แล้วจากไปอย่างรวดเร็ว สวีเห้าเซิงเห็นเซี่ยชีหรั่นลืมกระเป๋าเงินอยู่ที่โต๊ะ จึงได้รีบตามไป
“พวกนายดูสิ นี่ใช่เย่เชินหลินประธานบริษัทเย่ซื่อไหม” ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ตัวเองออกมาแล้วเปิดรูปที่ถ่ายไว้
“นี่ใช่เย่เชินหลินที่ไหน ต่างกันอย่างลิบลับ นายน่าจะไปดูนิตยสารวัยรุ่นดูว่าเขามีรูปร่างหน้าตาอย่างไร!”
ตอนที่สวีเห้าเซิงตามไปถึงนั้น เซี่ยชีหรั่นได้ขึ้นรถแท็กซี่จากไปแล้ว สวีเห้าเซิงรีบโทรหาเซี่ยชีหรั่นทันที แต่กลับพบว่าอีกฝ่ายนั้นสายไม่ว่าง
เมื่อย้อนกลับมา เห็นเงาร่างหนึ่งที่คุ้นเคยเดินเข้าไปโรงพยาบาลคนเดียว “ซือซือนี่ เธอมาที่โรงพยาบาลทำไม” สวีเห้าเซิงครุ่นคิดด้วยความสงสัย อดไม่ได้จึงสาวเท้าตามไป
“คุณซือซือครับ ถ้าคุณยังไม่ทำการผ่าตัดเต้านมทางเราก็ไม่สามารถช่วยอะไรคุณได้แล้ว” แพทย์ถือใบรายงานอย่างเพลียใจ คนไข้หญิงคนนี้ยอมตายก็ไม่ยอมทำการผ่าตัดเต้านม พูดอย่างไรก็ไม่ฟัง
ซือซือกัดฟันแล้วลุกยืนขึ้น พยักหน้าให้กับแพทย์แล้วผลักประตูออก ถูกคนที่ยืนอยู่นอกประตูทำให้ตกใจขึ้น:“สวีเห้าเซิงคุณมาทำอะไรที่นี่”
“มีโรคก็ต้องรักษา มีชีวิตอยู่ต่อสำคัญกว่าหรือ •••นั่นสำคัญกว่า” สวีเห้าเซิงนิ่งไปชั่วครู่ เขินที่จะพูดคำนั้นออกมา
“หลบไป” ซือซือเบ้ปากปรายตามองสวีเห้าเซิงแวบหนึ่ง แล้วอ้อมตัวจากไป สวีเห้าเซิงก็ได้ตามซือซือไปติดๆ ซือซือที่ถือแก้วน้ำได้หันกลับมา และพูดด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ :“ตอนนี้ฉันจะเปลื้องผ้าตรวจร่างกาย คุณยังอยากจะตามเข้ามาด้วยเหรอ!”
เมื่อซือซือทำการตรวจเสร็จแล้วเปิดประตูออก พบว่าด้านนอกนั้นว่างเปล่าไม่มีใครสักคนจริงๆ ซือซือยิ้มขึ้น เธอคุ้นชินกับการอยู่คนเดียวตั้งนานแล้ว ไม่ว่าจะอย่างไรในสายตาคนอื่น ตัวเองนั้นก็เป็นผู้หญิงเจ้าเล่ห์คนหนึ่งเท่านั้น
“คุณกำลังคิดอะไรอยู่ทำไมสีหน้าดูแย่ขนาดนั้น” ซือซือเงยหน้าขึ้นมองสวีเห้าเซิงที่ยืนอยู่ตรงหน้าตัวเองด้วยความประหลาดใจ
สวีเห้าเซิงยื่นนมร้อนๆที่อยู่ในมือให้กับซือซือแล้วพูดด้วยความขวยเขิน:“ได้ยินว่าการดื่มนมจะดีต่อภูมิคุ้มกัน สถานการณ์ของคุณในตอนนี้ควรดื่มให้มากๆจะมีประโยชน์”
ซือซือวางนมในมือลงแล้วพูดอย่างเย็นชา :“ท่าทีของคุณดูเกินเลยวันไนท์สแตนด์แล้วนะ”
สวีเห้าเซิงทอดถอนใจ:“อย่าเอาทุกเรื่องไปยึดติดกับวันไนท์สแตนด์ ผมยอมรับว่าไม่ชอบนิสัยของคุณจริงๆ แต่ว่าผมก็ไม่ได้เย็นชาขนาดนั้น
“หลบไป! ไม่ได้ต้องการให้คุณมาเห็นใจฉัน!” ซือซือโยนนมลงบนพื้น และตะโกนใส่สวีเห้าเซิงอย่างสูญเสียมารยาท สวีเห้าเซิงขมวดคิ้วมองแขนซือซือที่ถูกลวกจนแดงก่ำ จึงได้ดึงซือซือไปหาพยาบาลอย่างไม่ลังเล
“รบกวนช่วยจัดการแผลของเธอหน่อยนะครับ ผมขอตัวก่อน” สวีเห้าเซิงสังเกตว่าแต่ละครั้งที่ตัวเองอยู่กับซือซือนั้น อารมณ์ของตัวเองนั้นจะเสียการควบคุมได้ง่าย ไม่อยากจะหาเรื่องใส่ตัว สวีเห้าเซิงจึงได้หันหลังจากไป
เซี่ยชีหรั่นจ้องโทรศัพท์อย่างใจลอย ตั้งแต่ที่ส่งข้อความแรกส่งออกไป เย่เชินหลินก็ไม่ได้ตอบกลับมาตัวเอง เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ทำไมแค่เพียงคืนเดียวเธอกับเย่เชินหลินเหมือนมีแม่น้ำมาขวางกั้นๆไว้
เย่เชินหลินออกมาจากห้องประชุม จางเฟิงอี้ยื่นโทรศัพท์ให้กับเย่เชินหลิน:“ข้อความครับ” เย่เชินหลินเปิดออก เป็นข้อความจากเซี่ยชีหรั่น เป็นเพียงคำถามธรรมดาว่าเมื่อวานตัวเองอยู่ไหน
เย่เชินหลินปวดหัวจึงวางโทรศัพท์วางกลับไปที่เดิม เมื่อวานเขาโทรศัพท์หาเซี่ยชีหรั่นนับครั้งไม่ถ้วน รอเธอทั้งคืนโดยไม่ได้หลับได้นอน วันนี้เธอกลับมาถามว่าเมื่อวานตัวเองอยู่ที่ไหน
“ไม่ต้องการตอบกลับเหรอครับ” จางเฟิงอี้ที่ยืนมองดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆ
เย่เชินหลินนวดขมับ :“เรื่องพวกนี้ผมจะจัดการได้”
จางเฟิงอี้รับสายโทรศัพท์อีกครั้ง จากนั้นวางโทรศัพท์ลงแล้วพูดกับเย่เชินหลิน:“อีกหนึ่งการประชุมได้เปลี่ยนไปจัดที่โรงแรม และตอนนี้กำลังจะเริ่มขึ้นครับ”
เย่เชินหลินเดินออกมาจากบริษัทเย่ซื่อ เซี่ยชีหรั่นพิงอยู่ที่กระจกรถมองดูเย่เชินหลิน เขาอยู่จริงๆด้วย ดังนั้นเมื่อสักครู่คือตั้งใจไม่ตอบข้อความกลับให้ตัวเองใช่ไหม”
“ทำไมมาอยู่ตรงนี้ไม่เข้าไป” เย่เชินหลินมองดูเสื้อผ้าของเซี่ยชีหรั่นที่ไม่ได้เป็นชุดเมื่อวานแล้ว
“เปล่า” เซี่ยชีหรั่นตอบเบาๆ เย่เชินหลินมองดูนาฬิกาแล้วพูดกับจางเฟิงอี้:“ส่งเธอกลับบ้าน ทางนั้นเดี๋ยวผมไปคนเดียวได้”
เซี่ยชีหรั่นไม่ได้รั้งเย่เชินหลินไว้ เย่เชินหลินขับรถแล้วมองเซี่ยชีหรั่นที่ยืนอยู่ข้างรถคนเดียวจากกระจกมองหลัง กัดฟันแล้วก็ถอยรถกลับมา
“บอกกับพวกเขาว่าให้เลื่อนการประชุมออกไปหนึ่งชั่วโมง” เย่เชินหลินโยนกุญแจรถให้จางเฟิงอี้ แล้วมองเซี่ยชีหรั่นด้วยสายตาที่สงสัยจากนั้นถามขึ้น :“ทานข้าวเที่ยงหรือยัง”
เซี่ยชีหรั่นส่ายหน้า เย่เชินหลินดึงเซี่ยชีหรั่นแล้วเดินไปที่ล็อบบี้ของโรงแรม บนโต๊ะอาหาร โทรศัพท์ของเย่เชินหลินดังขึ้น เย่เชินหลินที่เดินไปเข้าห้องน้ำ เซี่ยชีหรั่นครุ่นคิดว่าจะรับหรือไม่รับโทรศัพท์ดี