ตอนที่ 1349
ตอนที่ 1349 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1249
October 28, 2026
“ทำไมต้องเป็นเซี่ยชีหรั่น” นี่เป็นเรื่องที่เย่เชินหลินคิดไม่ตก
“เหอะๆ ต้องมีวันหนึ่งที่คุณจะได้รับคำตอบ” ”หลัวกุ้ยเหยาหัวเราะแล้วพูด เย่เชินหลินจึงขมวดคิ้วขึ้นแล้วกล่าว :“ให้ผู้หญิงคนนั้นหยุดซะ คุณอยากได้อะไร”
หลัวกุ้ยเหยามองเย่เชินหลินด้วยความประหลาดใจ จึงพูดด้วยความสนใจ:“คิดไม่ถึงว่าคุณจะทำเพื่อผู้หญิงคนหนึ่งแล้วทำถึงขนาดนี้ได้”
นิ้วมือของเย่เชินหลินกดอยู่บนโต๊ะแล้วพูดอย่างเคร่งขรึมว่า:“นั่นไม่ใช่เรื่องที่คุณต้องคิดในตอนนี้”
หลัวกุ้ยเหยาหัวเราะดังลั่น ตำรวจที่อยู่ข้างๆจึงได้เดินเข้ามา หลัวกุ้ยเหยาได้ลุกขึ้นยืนอย่างให้ความร่วมมือ เอียงศีรษะมาพูดกับเย่เชินหลิน:“ผมอยากได้อะไรคุณจะรู้ได้ในเร็วๆนี้แล้ว”
“ประธานประธานเย่ เกิดเรื่องขึ้นแล้ว” เย่เชินหลินเพิ่งจะออกมาจากประตูใหญ่ของเรือนจำ โทรศัพท์จากจางเฟิงอี้ก็ได้โทรเข้ามา
เมื่อกลับมาถึงห้องสำนักงาน จางเฟิงอี้ทำท่าทำทางด้วยสีหน้าสื่อให้กับเย่เชินหลิน ในห้องสำนักงาน หญิงสาวคนหนึ่งนั่งอยู่เก้าอี้ที่อยู่ข้างโต๊ะทำงานของตัวเองอย่างไม่สะทกสะท้าน
ซือซือนั่งอยู่ตำแหน่งที่เย่เชินหลินเคยนั่ง กวาดมองดูทุกอย่างในห้องสำนักงานของเย่เชินหลิน เธอไม่เคยใกล้ชิดเย่เชินหลินขนาดนี้มาก่อน วิธีการที่พิเศษแบบนี้ไม่เพียงแต่ทำให้เธอที่เป็นผู้หญิงรู้สึกพึงพอใจอย่างมาก และยิ่งเป็นความรู้สึกพึงพอใจของคนที่ได้แก้แค้น
เย่เชินหลินผลักประตูออกแล้วเห็นใบหน้าของซือซือที่ตกใจเช่นกัน ซือซือลุกขึ้นยืนสะโอดสะองมองเย่เชินหลิน รอให้เย่เชินหลินเอ่ยปาก
เย่เชินหลินสำรวจซือซือ เวลาตกใจเพียงสั้นๆได้ผ่านไป จากนั้นก็เริ่มคิดจุดประสงค์การมาของซือซือ และก็ชี้ไปห้องรับแขกที่อยู่ข้างๆ
ซือซือคิดไม่ถึงว่าเย่เชินหลินจะข่มความโกรธให้นิ่งได้ขนาดนี้ เดินมาที่ห้องรับแขกแล้วนั่งลง ซือซือตัดสินใจลงมือก่อนได้เปรียบ
“ฉันต้องการบริษัทนี้”ซือซือยิ้มแล้วกล่าว
“เหตุผลคือ” เย่เชินหลินถามอย่างใจเย็น
“เหตุผลคือ ตอนนี้บัญชีของเซี่ยชีหรั่นมีเงินสดจำนวนมาก พูดตรงๆก็คือบัญชีปลอมได้ทำไว้เสร็จแล้ว เตรียมพร้อมที่จะส่งให้ทางสถานีตำรวจได้ทุกเมื่อ ที่เหลือคงไม่ต้องให้ฉันต้องอธิบายมาก”
ซือซือรอวันนี้รอมานาน เรื่องแบบนี้เธอสามารถหลบอยู่หลังฉากก็ได้ แต่ว่าเธอต้องการให้สายตาของเย่เชินหลินหยุดอยู่ที่ตัวเองอีกครั้ง ในเมื่อไม่สามารถเป็นความรักได้ อย่างนั้นทำไมจะเป็นความเกลียดไม่ได้
“เหตุผลที่คุณต้องการบริษัทของผมคือ” เย่เชินหลินค่อยๆชี้นำซือซือให้บอกถึงจุดประสงค์ ซือซือที่เคยอยู่ข้างๆเย่เชินหลินมาก่อน จึงค่อนข้างเข้าใจเย่เชินหลิน ได้รีบถามกลับอย่างรวดเร็ว:“คุณอย่ามาหลอกถามฉันเสียให้ยาก ให้ทำตามที่ฉันบอกก็พอ”
เย่เชินหลินเอนหลังพิงโซฟา สายตาจับจ้องซือซืออย่างแรงกล้า และถามขึ้นทันที:“ครึ่งปีก่อนคุณลักพาตัวหลินเจี๋ย หลังจากนั้นคุณไปไหน”
ซือซือชะงัก คิดไม่ถึงว่าเย่เชินหลินอยู่ๆจะถามคำถามนี้ เย่เชินหลินกล่าวต่อ :“ ผมสามารถตอบแทนคุณได้ คุณไปเป็นเมียน้อยของหลัวกุ้ยเหยา”
คำพูดของเย่เชินหลินทำให้ซือซือราวกับถูกเปลื้องเสื้อผ้าเปลือยกายภายใต้แสงอาทิตย์ เย่เชินหลินไม่รู้ว่าตัวเองคือซ่งหวั่นถิง แต่ว่าสำหรับซ่งหวั่นถิงแล้ว การถูกเปิดโปงว่าตัวเองคือเมียน้อยต่อหน้าเย่เชินหลินเป็นอะไรที่ค่อนข้างรับไม่ได้ เพราะว่าอีกฝ่ายนั้นคือคนที่ตัวเองรักที่สุด ต่อให้เกลียด ซือซือก็ไม่อยากให้เย่เชินหลินรับรู้เรื่องราวเหล่านี้
“เดิมทีคุณไม่จำเป็นต้องเสนอหน้า” เย่เชินหลินมองซือซือด้วยความสงสัย สามารถหาใครมาสวมรอยว่าเป็นเมียน้อยของหลัวกุ้ยเหยา ยังดีกว่าการมาปรากฏตัวเช่นนี้ เมื่อมีอันตรายเกิดขึ้นยังสามารถหลบหนีได้ทัน แต่ว่าซือซือทำไมถึงต้องเปิดเผยตัวตน
คำถามที่ไม่หยุดหย่อนของเย่เชินหลินทำให้ซือซือที่เดิมทีแน่วแน่เกิดการหวาดระแวงเล็กน้อย หยิบกระเป๋าสะพายไหล่ยืนขึ้น แล้วซือซือก็ทิ้งประโยคไว้:“จะเพื่อเซี่ยชีหรั่นหรือว่าเพื่อบริษัทคุณเลือกเอาก็แล้วกัน แต่ตัดสินใจให้เร็วจะดีที่สุด เพราะไม่อย่างนั้นเซี่ยชีหรั่นอาจต้องทรมานนอยู่ข้างใน!”
ซือซือมุ่งเดินออกไปนอกประตูอย่างรวดเร็ว ความย่ามใจเหมือนตอนที่มานั้นไม่มีเหลือแล้ว เย่เชินหลินก้มหน้ามองหมายเลขโทรศัพท์ซือซือที่ทิ้งไว้บนโต๊ะชา
“ตอนนี้ทำอย่างไรดีครับ” จางเฟิงอี้ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง คิดไม่ถึงว่าจุดประสงค์ของซือซือกับหลัวกุ้ยเหยานั้นจะเป็นบริษัทของตัวเอง อย่างนั้นเซี่ยชีหรั่นก็เป็นเพียงหมากตัวหนึ่งจนโดนคุมขังเข้าไป เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ กำปั้นของเย่เชินหลินยิ่งกำยิ่งแน่น
บริษัทมีพนักงานกว่าห้าร้อยคน เย่เชินหลินไม่มีทางยกบริษัทให้เพียงเพราะคำพูดเดียวของซือซือหรือจางเฟิงอี้ แบบนี้ถ้าหากสองคนนั่นเกิดคิดอุตริตุกติกหาเรื่อง ก็จะมีพนักงานหลายร้อยคนที่ต้องตกงาน
เย่เชินหลินขมวดคิ้วขึ้น Bakerเดินเข้ามาจากด้านนอกและพยักหน้าให้กับเย่เชินหลินแล้วพูดขึ้น:“ดูเหมือนอารมณ์จิตใจของเธอนั้นค่อนข้างดีเลยทีเดียว”
เซี่ยชีหรั่นได้เดินเข้ามา มองเย่เชินหลินด้วยแววตาที่เห็นได้ชัดว่าเป็นประกาย เย่เชินหลินพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ:“แบบนี้ยังเรียกว่าอารมณ์จิตใจดีอีกเหรอ”
Bakerมองดูเซี่ยชีหรั่นที่ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ยิ้มแหยแล้วพูดขึ้น:“แบบว่าเตียงในสถานกักขังไม่สบายเท่าเตียงที่ราคาหลายหมื่นหยวนของตระกูลเย่ อาหารการกินก็สู้ตระกูลเย่ไม่ได้”
เย่เชินหลินเงียบ Bakerรู้ว่าเป็นการไล่ตำตรวจทางอ้อม จึงขยิบตาแล้วพูดขึ้น :“นี่เป็นสวัสดิการพิเศษสำหรับพวกคุณนะ”
ประตูถูกปิดลง เซี่ยชีหรั่นก้มศีรษะมองเย่เชินหลินแล้วพูดขึ้น:“ตอนนี้ฉันโคตรดูแย่โคตรดูไม่ได้เลยใช่ไหม”
“ใช่ มีถุงใต้ตาด้วย ยังมีรอยตีนกาเล็กน้อย ริมฝีปากยังแห้งจนจะแตกหลุดแล้ว” เย่เชินหลินกล่าว