ตอนที่ 1350
ตอนที่ 1350 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1250
October 28, 2026
พี่หลี่พยุงชายหนุ่มกลับมาแต่ยังเห็นเย่เชินหลินยังอยู่ จึงชะงักขึ้น ถึงแม้ว่าจะเป็นฤดูใบไม้ผลิ ร้านค้าจะเล็กแคบและร้อน เย่เชินหลินที่สวมชุดสูทนั่งอยู่บนเก้าอี้พลาสติก และมองพี่หลี่อย่างใจเย็น
พี่หลี่ก็ติดตามหลัวกุ้ยเหยาคลุกคลีกับราชการอยู่นานสองนาน เห็นหน้าคนมามากมาย ก็ย่อมมองออกถึงใบหน้าของเย่เชินหลินที่มาหาตัวเองนั้นต้องมีเรื่องอย่างแน่นอน จึงได้ถอนหายใจแล้วพูดขึ้น :“วันนี้ที่คุณมาที่นี่มีวัตถุประสงค์อะไร”
“เซี่ยชีหรั่นถูกหลัวกุ้ยเหยาใส่ร้ายกลายเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการทุจริต ผมต้องการให้คุณช่วยไปเป็นพยาน ผมรู้ว่าคุณนั้นเป็นญาติกับหลัวกุ้ยเหยา
เย่เชินหลินพูดถึงตรงนี้ก็หยุด เขารู้ดีว่าพี่หลี่เป็นคนฉลาด เป็นเพียงคนเดียวที่สามารถอยู่ข้างหลัวกุ้ยเหยาท่ามกลางญาติที่มากมายของหลัวกุ้ยเหยา ไม่น่าจะใช่คนที่ไม่รู้เรื่องอะไร
พี่หลี่มองเย่เชินหลินอย่างใจเย็น เธอนั้นรู้เรื่องของหลัวกุ้ยเหยาจริง แต่ถึงกระนั้นแม้ว่าหลัวกุ้ยเหยาจะเข้าไปข้างในแล้ว แต่ข้างนอกยังมีเพื่อนเก่าอีกมากมาย ให้การช่วยเหลือแล้วตัวเองเดือนร้อนเป็นเรื่องไม่ใช่เป็นเรื่องยาก แต่เพื่อเซี่ยชีหรั่นคนเดียวนั้นถือว่าไม่คุ้ม
“คุณรีบไปซะ ครอบครัวผมไม่มีอะไรข้องเกี่ยวกับหลัวกุ้ยเหยา!”ทันใดนั้นชายหนุ่มที่นอนอยู่บนเตียงโมโหขึ้น ดิ้นรนต้องการจะลุกขึ้นจากเตียง
“เหล่าหวาง!” พี่หลี่ได้เรียกขึ้น รีบก้าวไปพยุงเหล่าหวางไว้ ผู้หญิงคนหนึ่งจะพยุงผู้ชายคนหนึ่งให้อยู่นั้นต้องใช้แรงมที่มหาศาล
เย่เชินหลินจึงก้าวไปข้างหน้าจับที่เอวของเหล่าหวางแล้วอุ้มกลับไปบนเตียง พี่หลี่ปรายตามองเย่เชินหลินอย่างซาบซึ้งใจเหล่าหวางยังคงดุด่าด้วยความโมโห:“ผมจะบอกพวกคุณนะ พวกเราไม่ขอเข้าไปข้องเกี่ยวกับโลกของคนรวยอย่างพวกคุณ พวกคุณก็อย่ามารบกวนพวกเรา หากครั้งหน้ามาอีกผมก็จะเอาไม้กวาดมาไล่คุณ!”
“ผมไม่มีทางล้มเลิก วันนี้รบกวนพวกท่านแล้ว หวังว่าพวกคุณจะคิดไตร่ตรองคำพูดของผม” เย่เชินหลินพยักหน้าให้กับพี่หลี่ เดิมทีเขาอยากจะมอบเงินให้กับครอบครัวนี้ แต่เห็นชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวนนี้ไม่ค่อยเป็นมิตร และตอนนี้ไม่ใช่เป็นเวลาที่ดี
เย่เชินหลินมุ่งตรงไปที่สถานที่กักขัง ท่าทางเซี่ยชีหรั่นที่ยังคงอ่อนโยน เมื่อเห็นดวงตาเขียวคล้ำของเย่เชินหลินจึงได้เอ่ยถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง:“คุณเหนื่อยมากเลยใช่ไหม”
เย่เชินหลินกุมจับมือของเซี่ยชีหรั่นมากุมไว้ แล้วถามขึ้น:“อยู่ที่นี่ทุกอย่างยังโอเคหรือเปล่า”
เซี่ยชีหรั่นยิ้มแล้วพยักหน้าพูด:“Bakerบางครั้งก็มาหามาพูดมาคุยเป็นเพื่อน ฉันอยู่ที่นี่สบายดี ไม่ต้องเป็นห่วงนะ ฉันมั่นใจว่าตำรวจจะต้องคืนความบริสุทธิ์ให้กับฉันได้อย่างแน่นอน”
เย่เชินหลินพยักหน้า จากนั้นเห็นจุดแดงๆบนแขนของเซี่ยชีหรั่นอย่างไม่ตั้งใจ จึงขมวดคิ้วดึงถลกแขนเสื้อของเซี่ยชีหรั่นออกแล้วถามขึ้น :“เกิดอะไรขึ้น!”
เซี่ยชีหรั่นดึงแขนเสื้อลง แล้วยิ้มอย่างเฉยเมยว่า:“ตอนนี้ใกล้จะเข้าฤดูใบไม้ผลิยุงก็เลยเยอะนิดหน่อย”
เย่เชินหลินกอดเซี่ยชีหรั่นเข้ามาไว้ในอ้อมแขนด้วยความเป็นห่วง ไม่ว่าจะอย่างไร สภาพแวดล้อมในสถานที่กักขังจะดีกว่าที่บ้านได้อย่างไร
ไม่ว่าการนอน การกิน ยังมีพวกนี้อีก เย่เชินหลินออกมาถึงหน้าประตูใหญ่ของสถานที่กักขัง จึงหยิบข้อมูลการติดต่อของซือซือที่ทิ้งไว้ให้ตัวเองตอนที่จากไป
“ฉันรอคุณนานแล้ว ไม่คิดไม่ฝันว่าวันหนึ่งคุณจะเป็นคนโทรศัพท์มาหาฉัน “ ซือซือหัวเราะในขณะที่คุยโทรศัพท์
คำพูดของซือซือทำให้เย่เชินหลินประหลาดใจมาก ซือซือนั้นอยู่ข้างหลินเจี๋ยมาโดยตลอด ทุกคนต่างเป็นแค่คนที่รู้จักกันธรรมดา แต่บางครั้งการเคลื่อนไหวหรือสายตาของผู้หญิงคนนี้ทำราวกับว่าเหมือนรู้จักตัวเองมาอย่างช้านาน
“สิ่งที่คุณอยากได้ผมสามารถมอบให้คุณได้” เย่เชินหลินกล่าว
หลังจากที่โทรศัพท์เงียบขึ้นอยู่นานสองนาน นานจนเย่เชินหลินคิดว่าคู่สายนั้นวางสายโทรศัพท์ลงไปแล้ว “สิ่งที่ฉันอยากได้คุณไม่มีทางมอบให้กับฉันได้หรอก ในเมื่อคุณเต็มใจสละบริษัทเพื่อเซี่ยชีหรั่น อย่างนั้นฉันต้องการให้คุณทำเรื่องหนึ่งให้ฉัน”
“เรื่องอะไร” เย่เชินหลินถามขึ้น
“ฉันต้องการให้คุณแนะนำฉันต่อหน้าคนในบริษัท” ซือซือฉีกยิ้มขึ้นแล้วถาม:“ว่าไง”
น้ำเสียงของซือซือทำให้เย่เชินหลินรู้สึกรางๆว่าเคยคุ้นเคยเล็กน้อย เยาะเย้ยและข่มความรู้สึกจริงไว้ข้างใน จากนั้นพูดขึ้นว่า "ตามที่คุณปรารถนา"
ในสถานที่กักขัง เซี่ยชีหรั่นได้เดินเข้ามาแล้วผ่านห้องๆหนึ่ง จากนั้นก็มีหญิงสาวคนหนึ่งกลอกตามองบนใส่เซี่ยชีหรั่นทันที เซี่ยชีหรั่นไม่ได้สนใจผู้หญิงคนนี้ ผู้หญิงคนนี้เข้ามาที่นี่หลังเธอ และดูคล้ายกับจะเป็นปฏิปักษ์กับเธอมาก
ในช่วงเวลารับประทานอาหาร เซี่ยชีหรั่นที่ถือจานอุปกรณ์ตักข้าว ไม่ทันเห็นว่าหญิงสาวคนนี้จงใจยื่นเท้าออกมา เซี่ยชีหรั่นจึงถูกขัดขาจนล้มลงกองไปกับพื้น กับข้าวที่เพิ่งตักมาก็ระเนระนาดกระจัดกระจายเต็มพื้น
“ฮ่าๆๆ เกิดมาสวยแล้วไม่มีประโยชน์อะไร แม้แต่เดินยังไม่ดูตาม้าตาเรือ!” หญิงสาวที่เพิ่งเข้าใหม่มาหัวเราะดังลั่น ไม่นานจึงมีผู้คุมเดินเข้ามาหาแล้วมองหญิงสาวพร้อมกับพูดเตือนว่า:“หลัวหมี่เสว่ อย่าก่อเรื่อง”
หลัวหมี่เสว่เม้มปากแล้วหันหน้าไปทานข้าว ชำเลืองมองผู้คุมโน้มตัวไปพยุงเซี่ยชีหรั่นพร้อมถามขึ้น:“ไม่เป็นไรใช่ไหม”
เซี่ยชีหรั่นมองผู้คุมแล้วยิ้มให้:“ไม่เป็นไรค่ะ” ผู้คุมเห็นฝ่ามือของเซี่ยชีหรั่นถลอกเป็นแผล ยังมีคราบเลือดสดๆ จึงดึงเซี่ยชีหรั่นไปที่ห้องปฐมพยาบาล และBakerก็รีบมาทันที
“ขอบคุณนะ ทำให้คุณลำบากแล้ว” Bakerกล่าวและยิ้มให้กับผู้คุม ใบหน้าของผู้คุมแดงก่ำ เดิมที่เธอคิดว่าBakerนั้นชอบผู้หญิงที่ชื่อเซี่ยชีหรั่นคนนี้ แต่ต่อมาดูแล้วไม่น่าใช่ อีกอย่างซี่ยชีหรั่นมีจิตใจที่งดงาม เธอจึงค่อยๆช่วยเหลือเซี่ยชีหรั่นอย่างจริงใจ