ตอนที่ 1368
ตอนที่ 1368 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1268
October 28, 2026
ณ บ้านตระกูลเย่ จิ่วจิ่วรู้สึกกระสับกระส่ายจนนั่งไม่ติด ขณะที่กำลังหยอกล้อเย่ชูฉิงเธอก็มองออกไปข้างนอกบ่อยๆ หลังจากที่เห็นรถMaseratiคันหนึ่งขับเข้ามาตามทางเดิน จึงรีบออกไปต้อนรับอย่างเป็นกังวล
เซี่ยชีหรั่นเพิ่งจะลงมาจากรถ ก็ได้ยินว่ามีคนเรียกตัวเองอยู่ข้างหลังว่า “ชีหรั่น!”
“จิ่วจิ่ว!” เซี่ยชีหรั่นกอดจิ่วจิ่วเอาไว้ด้วยความตื่นตระหนกและดีใจ ผู้หญิงสองคนหมุนตัวไปมาแล้วกรีดร้องและหัวเราะเหมือนเด็กๆ!
“ไป ไปทานข้าวก่อนเถอะ วันนี้เราจะต้องทานอาหารให้อิ่มอร่อยกันสักมื้อ!” เซี่ยชีหรั่นจูงมือของจิ่วจิ่วแล้วก็เดินออกไป โดยที่มองไม่เห็นความหงิกงอที่อยู่ในดวงตาของจิ่วจิ่ว
ณ โรงแรมตี้เหา เซี่ยชีหรั่นคีบอาหารให้จิ่วจิ่วไม่หยุด แล้วพูดเรื่อยๆไม่ขาดปากว่า “ฉันส่งอีเมลถึงคุณเธอแล้วเธอบอกว่าไม่สามารถมาร่วมฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ด้วยกันได้ฉันรู้สึกเสียดายมากเลยล่ะ คิดไม่ถึงเลยว่าวันนี้ที่เจอเธอ”
จิ่วจิ่วไม่มีความอยากอาหารอะไรเลย จึงหยิบอาหารขึ้นมากินทางซ้ายหนึ่งคำทางขวาหนึ่งคำ แล้ววางตะเกียบลงและถามว่า “ช่วงนี้เย่เชินหลินสบายดีไหม?”
“เชินหลินหรอ? เขาก็สบายดีมากเลย เมื่อวานยังฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ด้วยกันอยู่เลย” พอเซี่ยชีหรั่น นึกถึงความหวานชื่นเมื่อคืนวาน บนใบหน้าของเธอก็อดไม่ได้ที่จะมีสีหน้าที่มีความสุขปรากฏที่มา
จิ่วจิ่วพยักหน้า แล้วก้มหน้ารับประทานอาหารต่อ เซี่ยชีหรั่น มองบอกว่าจิตใจของจิ่วจิ่วไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแล้ว เคาะโต๊ะถามด้วยความเป็นห่วงว่า “จิ่วจิ่วเธอมีอะไรอยากจะพูดกับฉันหรือเปล่า?”
“ฉัน” จิ่วจิ่วกำลังจะเอ่ยปากพูด เสียงหัวเราะของเย่เชินหลินที่อยู่ข้างๆก็ดังขึ้นมา “ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่กัน”
“เชินหลิน” เซี่ยชีหรั่นเรียกด้วยความประหลาดใจ เย่เชินหลิน ส่วนชุดสูทที่ถูกรีดจนเรียบ ด้านข้างก็ตามมาด้วยชาวต่างชาติคนหนึ่ง ล่าม แล้วก็ยังมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนอื่นๆยืนเรียงรายกันเป็นแถว เห็นได้ชัดว่ามาที่โรงแรมตี้เหาเพื่อหารือกันเรื่องธุรกิจ
“มีเรื่องอะไรก็รอให้ผมออกมาก่อนค่อยว่ากันนะ” เย่เชินหลินจูบเซี่ยชีหรั่นหนึ่งครั้งโดยไม่คำนึงถึงสายตาของทุกคนที่อยู่รอบๆ แล้วกวาดสายตาไปหาจิ่วจิ่วและพยักหน้าให้กับจิ่วจิ่วอย่างลวกๆ แล้วจึงเดินจากไป
ขณะที่พวกเย่เชินหลินกำลังกรูเกรียวกันเข้าไปในลิฟต์เซี่ยชีหรั่นก็กลับมานั่งในที่นั่ง แล้วถามจิ่วจิ่วว่า “จิ่วจิ่วเมื่อกี้เธอจะพูดอะไรนะ?”
“ไม่มีอะไร ฉันก็แค่อยากจะถามเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันของเธอก็เท่านั้น” จิ่วจิ่วยิ้มให้เซี่ยชีหรั่น
พอรับประทานอาหารเสร็จ เซี่ยชีหรั่นกับจิ่วจิ่วก็เดินเข้าไปโรงรถ จิ่วจิ่วควานหาไปทั่วกระเป๋า แล้วพึมพำว่า “แปลกจัง โทรศัพท์มือถือของฉันไปไหนแล้ว?”
เซี่ยชีหรั่นตบศีรษะหนึ่งทีและกำลังคิดว่าคงไม่ได้ทำตกที่ล็อบบี้โรงแรมหรอกนะ จิ่วจิ่วพยักหน้า แล้วพูดกับเซี่ยชีหรั่น “เธออย่าไปเลย ขึ้นไปอีกก็จะเหนื่อยมาก ให้ฉันไปดูเองก็ได้”
จิ่วจิ่วทักทายเซี่ยชีหรั่นแล้วก็เข้าไปในลิฟต์ที่อยู่ข้างๆห้องใต้ดินและเซี่ยชีหรั่นก็เข้าไปนั่งในรถ จากนั้นเธอก็รู้สึกความน่ารำคาญที่ก้น เธอจึงหยิบออกมาดูแล้วก็ยิ้ม นี่ไม่ใช่โทรศัพท์ของจิ่วจิ่วหรือ ที่แท้ก็วางอยู่ในรถนี่เอง
เซี่ยชีหรั่นหยิบโทรศัพท์ขึ้นลิฟต์แล้วค่อยเดินไปที่ล็อบบี้ของโรงแรม พอเดินผ่านกระจกในล็อบบี้โรงแรม เธอก็เห็นเย่เชินหลินกับจิ่วจิ่วอยู่ด้วยกันจากระยะไกล
เซี่ยชีหรั่นแอบถอนหายใจว่าช่างเป็นเรื่องบังเอิญจัง แล้วเดินไปหาเย่เชินหลินและจิ่วจิ่วอย่างรวดเร็ว บริกรที่อยู่ข้างๆเดินผ่านมาแล้วทำช้อนตก เซี่ยชีหรั่นจึงก้มลงไปช่วยเขาหยิบช้อนขึ้นมา แล้วเย่เชินหลิน ก็เอ่ยปากพูดขึ้นมาว่า
“เหยนชิงเหยียนเป็นพวกนักเลงหัวไม้ คุณก็รู้”
เซี่ยชีหรั่นหยุดชะงักไปสักพัก แล้วจับพลัดจับผลูนั่งยองๆต่อไป และได้ยินจิ่วจิ่วพูดว่า “ฉันรู้ว่าเขาทำเรื่องเลวๆเอาไว้มากมาย แต่ถึงยังไงเขาก็เป็นพ่อของหมิงเย้า มันไม่ง่ายเลยที่เขาจะเดินออกมาและเขาก็ตัดสินใจกลับเนื้อกลับตัวใหม่แล้ว ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมคุณถึงต้องพุ่งเป้าไปที่เขา”
“คุณผู้หญิง ต้องการให้ช่วยอะไรไหมครับ?” บริกรมองดูเซี่ยชีหรั่นนั่งยองๆ อยู่บนพื้นด้วยความสงสัย แล้วจึงถามออกไปด้วยความหวังดี
และแล้วสายตาของเย่เชินหลินกับจิ่วจิ่วก็มองลงไปที่ตัวของเซี่ยชีหรั่นไปโดยธรรมชาติ เซี่ยชีหรั่นลุกขึ้นมาและยื่นช้อนให้บริกร แล้วมองหน้ากันกับเย่เชินหลิน
“ทำไมไม่มาตรงนี้ นั่งยองๆมันจะเหนื่อยเอานะ” เย่เชินหลินตบที่นั่งข้างๆ บอกเป็นนัยว่าให้เซี่ยชีหรั่นมานั่งข้างๆตัวเอง
จิ่วจิ่วบิดตัวไปมาสักครู่ด้วยความกระวนกระวายใจ แล้วจึงหยิบกระเป๋าและลุกขึ้นมาพูดว่า “หมิงเย้ากำลังจะเลิกเรียนแล้ว ฉันจะไปรับเขา ไว้คราวหน้าจะคุยเรื่องเก่าๆกับพวกคุณอีกนะ”
“จิ่วจิ่ว!” เซี่ยชีหรั่นลุกขึ้น เย่เชินหลินจับมือของเย่เชินหลินเอาไว้ แล้วพูดกับจิ่วจิ่วอย่างมีความหมายลึกซึ้งว่า “ดูแลเขาให้ดี จะได้ไม่เกิดเรื่องขึ้น”
จิ่วจิ่วหันหลังมามองเย่เชินหลินด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย หลังจากนั้นก็พยักหน้าและพูดว่า “วางใจเถอะ”
จิ่วจิ่วเดินจากไปอย่างรีบร้อน เย่เชินหลินถือถ้วยกาแฟขึ้นมา แล้วถูกเซี่ยชีหรั่นยึดเอาไป จากนั้นเซี่ยชีหรั่นก็พูดอย่างเคร่งขรึมว่า “ตกลงว่าคุณกับจิ่วจิ่วกำลังคุยอะไรกันอยู่?”
เย่เชินหลินยิ้มและขอกาแฟอีกหนึ่งแก้วจากบริกร พอกาแฟมาเสิร์ฟ เซี่ยชีหรั่นก็ชิงนำหน้าไปก่อนหนึ่งก้าว และหยิบกาแฟไป แล้วเบิกตาโพลงโตจ้องมองไปที่เย่เชินหลิน
“เหยนชิงเหยียนออกจากคุกแล้ว” เย่เชินหลินพูดอย่างรวบรัดชัดเจน ในขณะที่ เซี่ยชีหรั่นตกตะลึงอยู่เขาก็หยิบกาแฟมาแล้วพูดอย่างสบายอกสบายใจว่า
“ผมจำเป็นต้องเตือนให้เขาระวังตัวเอาไว้ และทำให้เขารู้ว่าใครสามารถแตะต้องได้ ถ้าใครมาแตะต้องก็จะโชคร้ายไปอีกนาน” เย่เชินหลินพูดอย่างแผ่วเบา และสีหน้าของเขาก็มีความดุร้ายปรากฏขึ้นมาพักหนึ่ง
“เรื่องที่หลัวหมี่เสว่ถูกจับไม่เกี่ยวข้องกับคุณใช่ไหมคะ” เซี่ยชีหรั่นมองไปที่ถ้วยกาแฟที่อยู่ตรงหน้าและพูดออกมา
เย่เชินหลินไม่ตอบคำถาม “วันนี้สวีเห้าเซิงจะให้สัมภาษณ์ที่โรงแรมนี้ ได้ยินมาว่าพิธีกรเคยเปิดเผยว่าในวงการธุรกิจให้ความชื่นชมเขามากด้วยนะ”
ในตอนแรกเซี่ยชีหรั่นมีความสุขมากที่ได้ยินว่าสวีเห้าเซิงอยู่ในโรงแรมนี้ ต่อมาจึงถามด้วยความจับต้นชนปลายไม่ถูกว่า “ดังนั้นจุดประสงค์ที่คุณพูดเรื่องพวกนี้ขึ้นมาคืออะไร?”
เย่เชินหลินไม่ตอบ แล้วดึงเซี่ยชีหรั่นขึ้นมาและเดินออกไปด้วยรอยยิ้ม เซี่ยชีหรั่นถูกลากตัวไปที่ชั้นสองของโรงแรมตี้เหา