ตอนที่ 1370
ตอนที่ 1370 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1270
October 28, 2026
อยู่ในป่า มันเป็นเป็นห่วงโซ่อาหารสูงสุด อยู่มาวันหนึ่ง มีแกะตัวหนึ่งบุกเข้าไปในโลกของมัน
แกะตัวนั้นกำลังกินหญ้าอยู่อย่างเงียบๆภายใต้การจ้องเขมือบของมัน และไม่กลัวที่จะไม่วิ่งหนีออกมา
หมาป่าสงสัยเป็นอย่างมาก ในครั้งแรกไม่มีสัตว์ตัวไหมจะเห็นมันแล้วก็วิ่งหนีได้ มันกำลังคิดว่ายังไงซะอาหารก็หาง่ายอยู่แล้ว เก็บลูกแกะไว้สักตัวหนึ่งจะเป็นไรไป
ตั้งแต่นั้นมา ลูกแกะก็กลายเป็นผู้ติดตามของหมาป่า บางครั้งหมาป่าก็ขู่ว่าจะกินลูกแกะ แต่หลังจากที่ข่มขู่ไปแล้วก็มักจะปกป้องมันเสมอ
สัตว์ตัวอื่นๆในป่าล้วนค่อยๆมีความคิดเห็นเกี่ยวกับลูกแกะ และถือว่าลูกแกะเป็นพวกเดียวกันกับหมาป่า สัตว์บางตัวถึงกับต้องการฆ่าลูกแกะเพราะความอิจฉา
หมาป่าได้ปกป้องลูกแกะ โดยไม่เคยบอกลูกแกะเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้เลย จนกระทั่งโชคร้ายที่ถูกนายพรานยิงเข้าที่ตา ทำให้ดวงตาทั้งสองข้างกำลังจะบอด
ด้วยความกังวลว่าลูกแกะจะได้รับอันตรายหลังจากที่มันตาย มันจึงสังหารสัตว์ทุกตัวที่อยู่ทั้งป่า และไม่ปล่อยสัตว์ชนิดใดไปสักตัว
สุดท้าย ตอนที่หมาป่าหายใจเฮือกสุดท้ายนั้น มันก็จะกินลูกแกะลงไป ลูกแกะวิ่งหนีด้วยความหวาดกลัว ทิ้งให้หมาป่าดิ้นรนอยู่ในถ้ำและเสียชีวิตในที่สุด
เรื่องราวและภาพวาดที่เรียบง่าย ทำให้เซี่ยชีหรั่นน้ำตาซึมหลังจากที่อ่านแล้ว สวีเห้าเซิงยื่นกระดาษทิชชู่ให้เธออย่างเงียบๆ แล้วหยิบหนังสือที่อยู่ในมือของเซี่ยชีหรั่นมาอ่านจนจบ
เขาไม่รู้ว่าทำไมเซี่ยชีหรั่นถึงได้ร้องไห้ แต่เขารู้ว่าผู้ชายคนเดียวที่ทำให้ เซี่ยชีหรั่นร้องไห้อย่างหนักขนาดนี้ก็มีเพียงเย่เชินหลินเท่านั้น...
“ผมจะไปหาเขา!”
“พี่ใหญ่สวี ไม่ต้อง รับปากฉันว่าคุณจะไม่ไปหาเชินหลินเพราะเรื่องนี้” เซี่ยชีหรั่นดึงสวีเห้าเซิงเอาไว้ ในใจของเธอสับสนเป็นอย่างมาก ตอนแรกก็คิดว่าจะไปถามเย่เชินหลินให้กระจ่าง แต่ไม่นานเธอก็คิดได้ขึ้นมา เธอส่ายหน้าให้สวีเห้าเซิงแล้วพูดว่า “พี่ใหญ่สวี ถ้าเขาอยากปิดบัง ก็ตามใจเขาเถอะ”
“แต่ว่าคุณ” สวีเห้าเซิงพูดอย่างลังเล เพราะเขารู้ว่าเซี่ยชีหรั่นรักเย่เชินหลินมากแค่ไหน
“ไปกันเถอะ ไม่ใช่บอกว่าอยากจะไปเดินเล่นเหรอ? ฉันอยากไปสวนสาธารณะใกล้ๆ” เซี่ยชีหรั่นยิ้มและพูดกับสวีเห้าเซิง
ในสวนสาธารณะ เซี่ยชีหรั่นกำลังเดินช้าๆอย่างไร้จุดหมาย ทำให้เธอเหยียบใบไม้ที่อยู่บนพื้นจนส่งเสียงก๊อบแก๊บ ส่วนสวีเห้าเซิงก็เดินอยู่ข้างๆเซี่ยชีหรั่นอย่างเงียบๆ
เด็กที่สวมเสื้อผ้าแฟชั่นสองคนเดินมาแต่ไกล ผู้ชายกำลังพูดอะไรบางอย่างกับผู้หญิงไม่หยุด ดูท่าทางแล้วเหมือนว่าจะกำลังเอาอกเอาใจผู้หญิงอยู่ ผู้หญิงไม่ตอบกลับอย่างเฉยเมย แล้วหันไปมองผู้ชายโดยบังเอิญและตอบกลับมาหนึ่งถึงสองประโยค
สวีเห้าเซิงตกตะลึงเมื่อเห็นผู้หญิงกับผู้ชายที่หันหน้ามา จากนั้นเขาก็ขมวดคิ้วแล้วพูดกับเซี่ยชีหรั่นที่กำลังก้มศีรษะว่า “ชีหรั่น ผมจะไปดูสักหน่อย”
ไม่รอให้เซี่ยชีหรั่นก่อน สวีเห้าเซิงก็สาวเท้าเดินไปทางคนสองคนที่กำลังหยุดพูดอยู่อย่างรวดเร็ว
อ้าวเสว่กำลังตอบโต้เด็กชายที่ชื่อเหยนหมิงเย้าคนนี้ที่อยู่ตรงหน้าอย่างหงุดหงิด พอร่างที่สูงใหญ่ยืนอยู่ข้างหน้า อ้าวเสว่ก็ตกตะลึง
“คุณลุง คุณขวางทางแล้วนะ!” เหยนหมิงเย้าหันไปมองสวีซิงด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนวัยและนุ่มนวล
อ้าเสว่จำสวีเห้าเซิงได้ ก่อนหน้านี้เธอกับสวีเห้าเซิงมีเหตุที่ทำให้ได้เจอกันในลอสแองเจลิส หลังจากนั้นก็ได้เจอกันอีกสองสามครั้ง อ้าวเสว่รู้สึกรังเกียจผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าคนนี้อย่างบอกไม่ถูกอยู่เงียบๆ
ในขณะที่ดึงเหยนหมิงเย้าอยู่ อ้าวเสว่อยากจะเดินไป สวีเห้าเซิงก็สกัดกั้นอ้าวเสว่อยู่ข้างหน้า แล้วพูดด้วยอารมณ์โกรธที่ตัวเองก็ไม่เข้าใจอย่างชัดเจนออกไปว่า “วันนี้นักเรียนควรไปเข้าเรียนนะ!”
อ้าวเสว่ขมวดคิ้ว และคิดอยากจะเดินไปอีกทาง สวีเห้าเวิงก็ขวางต่อไป เหยนหมิงเย้าจึงเตือนด้วยสีหน้าที่ไม่พอใจว่า “อย่าทำร้ายเธอนะ!”
“พอได้แล้ว! คุณไม่เกี่ยวข้องอะไรกับฉัน ไม่มีสิทธิ์มาควบคุมฉัน ฉันรักที่จะทำอะไรฉันก็จะทำอย่างนั้น!” ในขณะที่อ้าวเสว่กำลังฟังคำตำหนิของสวีเห้าเซิง เธอก็ตอบโต้กลับด้วยความรำคาญใจ
“อ้าวเสว่? หมิงเย้า?” เซี่ยชีหรั่นวิ่งเข้ามา พอเห็นอ้าวเสว่กับเหยนหมิงเย้าก็ทำสีหน้าประหลาดใจขึ้นมา
“วันนี้ไม่ใช่ว่าต้องไปเข้าเรียนกันเหรอ? เที่ยวเล่นอยู่ข้างนอกมันอันตรายมากเลยนะ”
อ้าวเสว่เห็นเซี่ยชีหรั่น สีหน้าก็ลดต่ำลง เธอลากเหยนหมิงเย้าแล้วตอบโต้เซี่ยชีหรั่นว่า “ไม่จำเป็นต้องให้คุณมาสั่งสอนหรอก”
เหยนหมิงเย้าดึงอ้าวเว่และต้องการจะเดินออกไปถ้าหากทำให้แม่ของตัวเองรู้ว่าตัวเองโดดเรียนออกมาเที่ยวเล่นแม่จะต้องหักขาของตัวเองแน่ๆเลย
“อ้าวเสว่ จะเสียมารยาทแบบนั้นไม่ได้นะ!” สวีเห้าเซิงพูดเพื่อหยุดเธอ สำหรับอ้าวเสว่แล้วเขาก็มีความคุ้นเคยกับเธอเสมอมา ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเป็นห่วงเด็กผู้หญิงคนนี้
อ้าวเสว่กลอกตามองบน เห็นเหยนหมิงเย้าอยู่ข้างๆ เธอจึงหันหลังแล้ววิ่งอ้อมเซี่ยชีหรั่นและสวีเห้าเซิงข้ามถนนไป ทันใดนั้นก็มีรถจักรยานไฟฟ้าคันหนึ่งแล่นผ่านมาบนขอบถนนอย่างรวดเร็ว สวีเห้าเซิงจึงตะโกนออกไปอย่างรีบเร่ง เขารีบวิ่งเข้าไปสองสามก้าวแล้วกอดอ้าวเสว่และก็กลิ้งไปข้างถนน
ผู้คนที่อยู่รอบๆต่างก็พูดวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างเกรียวกราว และเจ้าของรถจักรยานไฟฟ้าก็ยืนอยู่ด้านข้างด้วยความงุนงง เซี่ยชีหรั่นแหวกฝูงชนเข้าไป ก็เห็นสวีเห้าเซิงนั่งอยู่บนพื้นและกอดอ้าวเสว่เอาไว้ในอ้อมแขน
อ้าวเสว่อยู่ในอ้อมแขนของสวีเห้าเซิงด้วยความตกตะลึง เข่าของเธอถลอกเลือดไหลออกมา และเห็นได้ชัดว่าสติของเธอยังไม่กลับมา