ตอนที่ 1383
ตอนที่ 1383 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1283
October 28, 2026
“ติ๊งๆๆ” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นซ่งเมิ่นเจ๋ถามตรงๆโดยไม่อ้อมค้อมเลยว่า “ยียีเธอจะต้องลืมการลงสมัครชิงตำแหน่งของสหภาพนักศึกษา ในวันพรุ่งนี้ตอนแปดโมงเช้าไปแล้วแน่ๆ”
“ขอโทษที ฉันลืมไปจริงๆ ฉันไม่ได้สนใจ” ยียีเช็ดชักโครกไปพลางแล้วพูดไปพลาง
เมื่อซ่งเมิ่นเจ๋ได้ยินว่ายียีไม่ได้มีความสนใจเลยและรู้ว่าติงยียีกำลังหาทุนทรัพย์ค่าใช้จ่ายในการดำรงชีวิตซ่งเมิ่นเจ๋เอ่ยว่า : “ในการลงสมัครของสหภาพนักศึกษายังมีประโยชน์เยอะมากเลยนะ ตัวอย่างเช่นการยื่นเอกสารขอทุนการศึกษาเอย กองทุนยากจนเอยล้วนแต่ค่อนข้างสะดวกกว่ามาก ยียีเธอไม่ได้ต้องการเงินงั้นเหรอ?”
ติงยียีใจเต้นขึ้นมาเล็กน้อย เมื่อได้ยินซ่งเมิ่นเจ๋โปรโมทสหภาพนักศึกษาขนาดนี้ เธอจงใจพูดด้วยโทนเสียงลากยาวว่า : “พูดมาเถอะ เหตุผลที่อยากให้ฉันลงสมัครของสหภาพนักศึกษาคืออะไรกันแน่?”
ซ่งเมิ่นเจ๋รู้ว่าไม่อาจปิดบังติงยียีได้แล้วจึงพูดอย่างเขินอายเล็กน้อยว่า : “โจ๋ซวนก็จะร่วมลงสมัครเลือกตั้งด้วยเหมือนกัน”
ติงยียีเข้าใจในทันทีที่ซ่งเมิ่นเจ๋พูด แล้วรู้สึกว่าสาวน้อยคนนี้จะลากตัวเองไปทำเรื่องไม่ดี เธอจะได้สร้างพันธมิตรภายในสหภาพนักศึกษาคอยช่วยเธอวางแผนไล่ตามจีบไห่โจ๋ซวนสินะ
ซ่งเมิ่นเจ๋เองก็รู้สึกเขินขึ้นมาเล้กน้อย เดิมทีตนเองเป็นคนหน้าบางอ่อนไหวง่าย แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าความตั้งใจที่มีต่อไห่โจ๋ซวนถึงขีดสุดแล้วจริงๆ
“ถ้างั้นก็ตกลงตามนี้ ยียี พรุ่งนี้เช้าตอนแปดโมงนะ”ซ่งเมิ่นเจ๋วางสายโดยไม่รอให้ติงยียีตอบกลับ
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ส้งซูหาวเปิดประตู โดยมีเซียวเสี่ยวลี่ยืนอยู่ด้านหลังส้งซูหาว ทั้งสองคนเดินเข้าไปในห้องทีละคน
“เมิ่นเจ๋คุยโทรศัพท์กับใครงั้นเหรอ?” ส้งซูหาวมองดูลูกสาวของตนเองที่เติบโตขึ้นมาสุภาพเรียบร้อยและงามสง่าและในสายตายังเผยให้เห็นความเมตตาและอ่อนโยนด้วยเช่นกัน
“มีใครอีกล่ะ ถ้าไม่ใช่เพื่อนร่วมชั้นเรียนยากจนที่ชื่อติงยียีอะไรนั่น” เซียวเสี่ยวลี่ที่อยู่ข้างๆเปิดปากพูด
ซ่งเมิ่นเจ๋ขมวดคิ้ว เธอไม่ชอบที่คนอื่นประเมินค่าเพื่อนของเธอแบบนี้เลย ส้งซูหาวเห็นซ่งเมิ่นเจ๋ขมวดคิ้วก็กังวลว่าอีกเดี๋ยวเรื่องที่คุยกับซ่งเมิ่นเจ๋จะเป็นการปลุกเร้าความรู้สึกต่อต้านภายในใจของอีกฝ่ายเขาจึงขยิบตาให้เซียวเสี่ยวลี่และพูดว่า : “คุณออกไปก่อน ผมมีเรื่องจะคุยกับเมิ่นเจ๋”
“รู้อยู่แล้วว่าพวกคุณทำกับฉันเป็นคนนอกเสมอ ได้เลย พวกคุณสองพ่อลูกคุยกระซิบกระซาบกันไปเถอะ ฉันที่เป็นคนนอกขอตัวก่อนล่ะ!” เซียวเสี่ยวลี่ปิดประตูกระแทกดังปัง
ส้งซูหาวมีสีหน้าเย็นชา ในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้เซียวเสี่ยวลี่มีอารมณ์ที่ดีมาก ส้งซูหาวระงับความโกรธในใจแล้วพูดชี้แนะอย่างจริงใจว่า : “เมิ่นเจ๋ พ่อจะไม่ก้าวก่ายในอิสระในการคบหาเพื่อนของลูกมากเกินไป แต่ในการคบหาเพื่อนก็ต้องเลือกคนที่มีเส้นสายและทรัพยากรที่มั่งคั่ง คนที่จะมีประโยชน์ต่อชีวิตของเราในอนาคตรู้หรือเปล่า?”
แน่นอนว่าซ่งเมิ่นเจ๋ รู้ว่าพ่อหมายความว่าอะไร เพียงแค่ให้ตนเองคบหาพวกคนรวยรุ่นที่สองมากขึ้นเท่านั้นเองซ่งเมิ่นเจ๋ไม่อยากทำตัวไม่เชื่อฟังพ่อ เธอพูดว่า : “รู้แล้วค่ะพ่อ”
ส้งซูหาวพยักหน้าอย่างพึงพอใจ เขาหยิบบัตรเชิญออกมาจากกระเป๋าใบหนึ่งแล้ววางไว้บนเตียง ในน้ำเสียงมีความยินดีอย่างปิดไม่มิด
“เมิ่นเจ๋ พ่อไปถามมาแล้วว่า อีกสามวันจะมีกลุ่มผู้นำของคณะกรรมการกลางพรรคลงมา ในบรรดาผู้นำกลุ่มนั้น มีคนหนึ่งเป็นลูกชายของผู้นำระดับกลาง ถ้าลูกหมั่นขยันคบหาเพื่อน พ่อก็จะรู้สึกว่าลูกทำได้ดี”
ส้งซูหาวพูดพร้อมกับสังเกตปฏิกิริยาของลูกสาว นี่ไม่ใช่การขายลูกสาวหรอกนะ ถ้าหากประสบความสำเร็จจริงๆล่ะก็ ประการแรกลูกสาวจะได้แต่งงานกับตระกูลที่ดี ประการที่สองธุรกิจของตนเองก็จะได้รับการรับประกันเช่นกัน
“พ่อคะ หนูมีคนที่ชอบแล้วค่ะ”ซ่งเมิ่นเจ๋พูดด้วยใบหน้าที่เขินอาย
“มีคนที่ชอบแล้ว? ภูมิหลังครอบครัวเป็นยังไงบ้าง? พ่อแม่ทำงานอะไร?” ส้งซูหาวถามเป็นชุดๆ
ซ่งเมิ่นเจ๋รู้สึกผิดหวังเล็กน้อย เธอหวังว่าพ่อจะถามว่าคนที่เธอชอบคือใครและพูดคุยเรื่องความรักกับเธอเหมือนกับพ่อแม่ทั่วไป
ในใจของเธอไม่มีความปรารถนาที่จะพูดต่ออีกซ่งเมิ่นเจ๋ส่ายหน้า ส้งซูหาวเองก็ไม่ได้สนใจเช่นกัน คนหนุ่มสาววัยนี้ล้วนแต่ชอบเล่นสนุกสนาน และในจุดนี้ไม่เป็นไรหรอก
“งั้นก็ดีแล้ว ลูกพักผ่อนเถอะนะ สองวันนี้ไปร้านเสริมสวยดูแลและบำรุงตัวเองนะลูก” ส้งซูหาวเดินออกจากห้องไปอย่างมีความสุขซ่งเมิ่นเจ๋พลิกตัวและกดทับลงบนโทรศัพท์
“พ่อของเธอไปแล้วเหรอ?” ทันใดนั้นเสียงของติงยียีก็ดังขึ้นมาซ่งเมิ่นเจ๋สะดุ้งตกใจ เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูถึงพบว่าตนเองไม่ได้กดปิด ติงยียีได้ยินที่พูดเมื่อกี้นี้ไปแล้ว
“พ่อของเธอทำแบบนี้มันต่างจากขายเธอตรงไหน!” ติงยียีโมโหขึ้นมา ฟังไปฟังมา พ่อของซ่งเมิ่นเจ๋ ก็มีอยู่ความหมายเดียวว่ามีเนื้อชิ้นอ้วนอยู่ระหว่างทาง อย่าลืมเซ็นชื่อแล้วส่งกลับบ้าน!”
“ยียี พ่อของฉันก็ทำเพื่ออยากให้ฉันมีชีวิตที่ดีเท่านั้นเองแหละ”ซ่งเมิ่นเจ๋ถอนใจและพูดว่าแต่ติงยียีไม่คิดแบบนั้น ถ้าหากลูกชายผู้นำเป็นพวกบ้ากามแล้วจะทำยังไง เมิ่นเจ๋ เป็นคนที่มีนิสัยขี้กลัวขนาดนี้จะต้องถูกรังแกแน่นอน
“ฉันคิดๆดูแล้ว เธอไปคนเดียวไม่ได้เด็ดขาด อย่างนี้แล้วกัน อีกสามวันฉันจะขอลาหยุดกับผู้จัดการสักสองสามชั่วโมงไปเป็นเพื่อนเธอ ถ้าอีกฝ่ายกล้าคิดที่จะทำอะไร รอดูว่าฉันจะบิดหัวเขาไม่ปล่อยเลย!” ติงยียีพูดอย่างดุเดือดซ่งเมิ่นเจ๋ก็รู้สึกขบขันกับน้ำเสียงที่ดุดันของติงยียีเช่นกัน ทั้งสองคุยกันสักพักจึงได้วางสาย
วันรุ่งขึ้น ติงต้าเฉินจะต้องจัดส่งสินค้าทางไกลจึงออกไปตั้งแต่เช้าติงยียีไม่มีเรียนในตอนเช้า จึงคิดไปเข้าร่วมการเลือกตั้งสหภาพนักศึกษากับซ่งเมิ่นเจ๋
“ทำไมตอนนี้ถึงแค่เจ็ดโมงล่ะ?” ติงยียีมองดูนาฬิกาเรือนเก่าที่บ้านแล้วพูดอย่างแปลกใจหลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ เมื่อเปิดโทรศัพท์ดูเป็นเวลา 7:40 น.แล้ว