ตอนที่ 1389
ตอนที่ 1389 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1289
October 28, 2026
“เนี่ยนโม่ แม่ว่าเราควรพูดคุยกันเรื่องไลฟ์สไตล์ในการใช้ชีวิตส่วนตัวของลูกสักหน่อย งั้นแค่นี้นะ สองสามวันนี้แม่ก็จะกลับไปแล้วนะ” เซี่ยชีหรั่นพูดจบก็วางสายไปอย่างรวดเร็ว แล้วพูดกับเย่เชินหลินด้วยจิตใจร้อนรุ่มกระสับกระส่ายว่า “ถ้าเนี่ยนโม่เรียนแย่จะทำยังไงดีคะ?”
หลังจากที่เย่เชินหลินทําให้เธอเกิดประหลาดใจในช่วงระยะเวลาสั้นๆเขาก็ขยับมือขึ้นลงต่อไป พอได้ยินเรื่องนี้แล้วก็เพียงแต่พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ใช้กฎของบ้านไง!”
เซี่ยชีหรั่นขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ เย่เชินหลินฉวยโอกาสปิดริมฝีปากของเซี่ยชีหรั่นเอาไว้และดื่มด่ำกับความหวานชื่นนั้น ปัญหาที่เดิมทีควรจะทำให้เซี่ยชีหรั่นต้องเป็นห่วงกังวลทั้งคืนก็ได้มลายหายไปกับจูบของเย่เชินหลินแล้ว
ติงยียีตกใจไปกับโทรศัพท์สายนั้นของแม่เย่เนี่ยนโม่และคิดไม่ถึงว่าเธอจะมีแรงผลักดันให้ก้าวไปข้างหน้าแล้วจริงๆ จนในที่สุดทั้งสองคนก็พบรถแท็กซี่คันหนึ่งที่ทางแยก
รถได้วิ่งไปจนถึงซอยเล็กๆที่ติงยียีอาศัยอยู่ สักพักหนึ่งก็มีสุนัขหลายตัวเห่าขึ้นมาติงต้าเฉินจึงถือท่อนไม้วิ่งออกมาจากบ้าน เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอกเมื่อเห็นติงยียี จากนั้นเขาก็กวัดแกว่งไม้ไปตีเย่เนี่ยนโม่
เย่เนี่ยนโม่หลบหลีกออกไปจากอันตราย ติงยียีจึงรีบกอดพ่อของเธอเอาไว้และพูดว่า “พ่อ ใจเย็นๆหน่อย!”
“จะให้พ่อใจเย็นได้ยังไง ลูกรู้ไหมว่าตอนนี้มันดึกมากแล้ว พ่อจะตีไอ้เด็กเวรคนนี้ให้ตายเลย” ติงต้าเฉินโกรธจนตัวสั่น ลูกสาวที่น่ารักของตัวเองถูกพาไปทำให้เสียคนอย่างนี้เสียแล้ว
“คุณลุงครับ ผมคิดว่าคุณลุงเข้าใจอะไรผิดแล้วล่ะครับ” ถึงแม้ว่าเย่เนี่ยนโม่จะโกรธแต่ก็ไม่สามารถระเบิดความโกรธนั้นออกมาได้ เขาจึงพูดออกมาด้วยสีหน้าเย็นชา
ติงยียีก็รีบพูดเสริมขึ้นว่า “พ่อ! เราไม่มีอะไรกันจริงๆ ก็แค่เจอกันโดยบังเอิญเท่านั้น!” เย่เนี่ยนโม่อดไม่ได้ที่จะกลอกตามองบน ยัยบ๊องนี่พูดอย่างนี้คนอื่นก็ยิ่งเข้าใจผิดได้ง่ายๆน่ะสิ!
พอติงต้าเฉินได้ยินก็ยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่ แล้วกวักแกว่งไม้ชี้ไปทางเย่เนี่ยนโม่และถามว่า “พวกเธอมีอะไรเกินเลยกันแล้วหรือยัง!”
เย่เนี่ยนโม่ตกตะลึง แล้วส่ายหน้าไปมา ติงยียีหน้าแดง ก็เลยลากติงต้าเฉินเข้าไปในบ้าน ติงต้าเฉินจึงตบไปที่หลังมือของติงยียีไปมาเพื่อปลอบใจ แล้วพูดในขณะที่กำลังมองเย่เนี่ยนโม่ว่า “ช่างมันเถอะ หนุ่มสาวรักกันคนแก่อย่างเราก็ไม่มีสิทธิ์ไปยุ่งเกี่ยว แต่พ่อขอแค่อย่างเดียว เป็นผู้หญิงจะต้องรักตัวเองด้วย”
ติงยียีอยากจะมุดศีรษะเข้าไปในพื้นแล้ว ในขณะที่กำลังหันหลังให้เย่เนี่ยนโม่อยู่พ่อที่อยู่ฝั่งหนึ่งก็ปลอบใจตัวเองและคิดคำถามมากขึ้นเรื่อยๆ และอีกฝั่งหนึ่งก็โบกมือให้เย่เนี่ยนโม่ เย่เนี่ยนโม่จึงรู้ดีว่าจะต้องจากไปแล้ว สถานการณ์นี้ในตอนนี้ไม่ว่าจะพูดยังไงก็ไม่อาจพูดให้เข้าใจได้เลยจริงๆ
“ยียีอ่า พ่อมองผู้ชายคนนั้นแล้วดูเหมือนว่าฐานะทางบ้านไม่เลวเลย แต่พวกเราไม่ต้องกลัว ลูกไปรักกับเขาได้อย่างวางใจเลย” ติงต้าเฉินพูดเสียงดังด้วยน้ำเสียงทุ้มๆ เขาไม่เคยรู้สึกว่าการเป็นคนจนจะด้อยกว่าคนอื่น และลูกสาวของตัวเองก็ไม่สามารถคบหาดูใจกับคนรวยได้ ติงยียีถอนหายใจ ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะยิ่งอธิบายยิ่งงงไปกันใหญ่แล้วจริงๆ
วันรุ่งขึ้น ติงยียีหอบสังขารที่เหนื่อยล้าของเธอไปเข้าเรียน อ้าวเสว่ไม่ได้มาเข้าเรียน ติงยียีช่วยขานชื่อให้อีกฝ่าย เพิ่งจบคลาสแรก ก็มีเพื่อนร่วมชั้นคนหนึ่งตะโกนขึ้นมาว่า “ติงยียี มีคนมาหาเธอ”
ทันทีที่เย่เนี่ยนโม่ปรากฏตัวที่หน้าประตูก็ทำให้เกิดเสียงกระซิบกระซาบดังขึ้นมา ถึงขั้นมีผู้หญิงบางคนวิ่งตรงไปยืนอยู่ด้านข้างของเย่เนี่ยนโม่แล้วขอหมายเลขโทรศัพท์กับเย่เนี่ยนโม่เลยทีเดียว
“ผมมาหาติงยียีครับ” เย่เนี่ยนโม่ยิ้มอย่างสุภาพ เมื่อเห็นติงยียีแสดงเจตนาให้ฝ่ายตรงข้ามทราบว่าจะเดินไปกับตัวเอง เขาไม่ชอบความรู้สึกที่ถูกคนมุงดูแบบนี้เลย
“เกิดอะไรขึ้น?” ในระเบียง ติงยียีกำลังมองเย่เนี่ยนโม่ทำสีหน้าจริงจังอย่างงุนงง
“เธอรู้ไหมว่าอ้าวเสว่ไปไหนแล้ว?” เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้ว เขาโทรหาอ้าวเสว่หลังจากที่บอกลาติงยียีเมื่อวานนี้ แต่อีกฝ่ายกลับปิดโทรศัพท์ ถ้าอ้าวเสว่เพียงแค่โกรธที่ตัวเองทิ้งเธอไว้ก็คงดี แต่ถ้ากลับบ้านแล้วเกิดอุบัติเหตุขึ้น เขาจะต้องตำหนิตัวเองไปจนตายแน่ๆ
ติงยียีเองก็รู้สึกแปลกใจมากเช่นกัน หรือว่าที่อ้าวเสว่ไม่มาวันนี้อาจจะตกอยู่ในอันตรายเข้าแล้ว เธอจึงรีบพูดเรื่องที่อ้าวเสว่ไม่ได้มาเรียนในวันนี้ขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
“พวกเราไปแจ้งความกันไหม?” ติงยียียิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าไม่ถูกต้อง อ้าวเสว่ชอบเย่เนี่ยนโม่ขนาดนี้ ไม่มีทางไม่รับสายของเย่เนี่ยนโม่ได้และหายไปอย่างกะทันหันแบบนี้หรอก
“ยังไม่เกิน24ชั่วโมงเลยแจ้งความไปตำรวจก็ไม่รับแจ้งความอยู่ดี จริงสิ!” เย่เนี่ยนโมนึกถึงคุณลุงที่ชื่อBakerที่มาเป็นแขกที่บ้านของเขาตอนเด็กๆได้ ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะเป็นตำรวจ เย่เนี่ยนโม่จึงพยักหน้ากับติงยียี แล้วก็วิ่งออกไป
ในขณะที่ติงยียีกำลังมองดูแผ่นหลังของเย่เนี่ยนโม่อยู่นั้น เธอก็เป็นห่วงฝ่ายตรงข้าม และก็เป็นห่วงอ้าวเสว่มาก เธอจึงรีบวิ่งตามหลังเย่เนี่ยนโม่ไปอย่างไม่ลังเล ในคลาสที่สอง อาจารย์แก่ๆที่มักจะชื่นชมติงยียีคนนั้นพบว่านักเรียนที่ชอบจดบันทึกมากที่สุดในห้องเรียนก็โดดเรียนไปด้วยกัน เขาจึงโกรธจนหน้าดำหน้าแดงขึ้นมา
ณ สถานีตำรวจ Bakerได้เป็นผู้กำกับแล้ว ในขณะที่เขากำลังดื่มกาแฟอยู่นั้น สายตาก็เหลืบไปเห็นเด็กสองคนที่กำลังนั่งอยู่ข้างหน้าตัวเอง เขาจึงจุ๊ปากแล้วพูดว่า “ทำไมพวกเธอถึงคิดว่าเพื่อนของพวกเธอเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้วล่ะ?”
“ลางสังหรณ์น่ะครับ” เย่เนี่ยนโม่พูดด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ Bakerฟังจบก็พ่นน้ำกาแฟหนึ่งคำไปบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ทันที “ฮ่าๆๆๆ คิดไม่ถึงเลยว่าลูกชายของไอ้สาระเลวคนนั้นอย่างเย่เชินหลินจะโตมาแล้วน่ารักขนาดนี้!”
“จริงๆนะคะ เป็นไปไม่ได้ที่เธอจะไม่รับโทรศัพท์เลย อีกทั้งเธอก็ไม่เคยขาดเรียนด้วยค่ะ!” ติงยียีรีบพูดเสริม Bakerมองติงยียีด้วยความสงสัยแล้วถามว่า “นักเรียนคนนั้นเป็นแฟนของเนี่ยนโม่ งั้นเธอคือ...?”
สายตาของBakerมองเย่เนี่ยนโม่กับติงยียีกลับไปกลับมา แล้วทำท่าทางสืบสาวราวเรื่องด้วยความสงสัย เย่เนี่ยนโม่เหลืออดเหลือทนจึงยืนขึ้นและพูดว่า “เราไปกันเถอะ!”