ตอนที่ 1388
ตอนที่ 1388 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1288
October 28, 2026
เย่เนี่ยนโม่เกลียดการเข้าสังคมแบบนี้มาโดยตลอด จึงหาข้ออ้างเดินออกมา เย่เนี่ยนโม่เดินไปที่หน้าต่างกระจกที่ชั้นห้าของโรงแรม แล้วก็เห็นติงยียีกำลังนั่งคร่อมอยู่บนรถมอเตอร์ไซค์ และผู้ชายที่อยู่ข้างหน้ากำลังสวมหมวกกันน็อคอยู่
“ตอนนี้ก็ดึกขนาดนี้แล้ว ยัยบ๊องนั่นขึ้นไปนั่งบนรถคนอื่นตามใจชอบอย่างนี้ได้ยังไง!"
“เนี่ยนโม่ นายมาทำอะไรอยู่ตรงนี้?” อ้าวเสว่ออกมาหาเย่เนี่ยนโม่ จึงได้ยินเสียงพึมพำของเย่เนี่ยนโม่เข้าพอดี
เย่เนี่ยนโม่รู้ดีว่าปกติแล้วติงยียีจะไม่สามารถคบเพื่อนที่ออกไปซิ่งรถข้างนอกแบบนี้ได้ เขากังวลใจว่าคนไร้เดียงสาขนาดนี้อย่างติงยียีจะถูกหลอก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเริ่มสตาร์ทรถแล้ว เขาจึงรีบวิ่งไปที่ลิฟต์
“เนี่ยนโม่นายจะไปไหน?” อ้าวเสว่เห็นเย่เนี่ยนวิ่งลงบันไดไป จึงรีบวิ่งเหยียบรองเท้าส้นสูงตามออกไป
เย่เนี่ยนโม่วิ่งออกจากประตูโรงแรมไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็มาทันเพียงแค่เห็นรถที่ติงยียีโดยสารไปวิ่งออกไปไกลๆแล้ว
“ได้ยินมาว่าช่วงนี้จะมีพวกแก๊งค์ซิ่งรถคอยล่อลวงนักศึกษาหญิงโดยเฉพาะ จุ๊ๆ สังคมมันแย่ลงทุกวันจริงๆ" เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่อยู่ข้างๆพูดหยอกล้อออกมา
เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้ว ไม่ว่าจะพูดยังไงติงยียีก็ถือว่าเป็นเพื่อนของตัวเอง ในเมื่อตัวเองเห็นแล้วก็ไม่อาจปล่อยไปได้
เย่เนี่ยนโม่ขึ้นไปบนรถแท็กซี่คันหนึ่ง แล้วชี้ไปที่รถแท็กซี่ที่ยู่ข้างหน้า รถวิ่งหายวับไปกับตา อ้าวเสว่ไล่ตามออกมาจากประตูโรงแรม ก็มาทันได้เห็นเพียงด้านข้างของใบหน้าเย่เนี่ยนโม่เท่านั้น
“เขากำลังตามติงยียีไป ฉันเห็นว่าเขาเป็นห่วงคนที่ชื่อติงยียีคนนั้นเป็นพิเศษมากเลยนะ" โม่ซวนหลินพูดแต่งเสริมเติมสีอยู่ข้างๆ
อ้าวเสว่รู้สึกไม่สบายใจ อยากนั่งแท็กซี่ตามไป แต่ยิ่งรีบยิ่งโบกรถไม่ได้ อ้าวเสว่จึงทำได้เพียงวิ่งไปพลางโบกรถไปพลาง
“คนสวย จะไปไหนเหรอ ให้พวกพี่ไปส่งไหมจ๊ะ" รถมอเตอร์ไซค์ที่มีสมรรถนะสูงคันหนึ่งจอดขวางทางอ้าวเสว่อยู่ จากนั้นก็มีรถมอเตอร์ไซค์จำนวนมากล้อมรอบอ้าวเสว่เอาไว้
“หลีกไปนะ!" อ้าวเสว่พูดอย่างเย็นชา ในขณะเดียวกันสายตาก็มองคนที่สัญจรไปมาบนถนนเพื่อขอความช่วยเหลือ ผู้คนที่สัญจรไปมากลัวว่าจะเกิดปัญหา พวกเขาจึงเร่งฝีเท้าเดินไปอย่างรวดเร็วในทันที
“ฉันจะแจ้งตำรวจแล้ว พวกแกรีบไปซะ ฉันจะแจ้งตำรวจจริงๆนะ" ในขณะที่อ้าวเสว่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก็เดินถอยหลังไปเรื่อยๆ ในใจรู้สึกหวาดกลัวเป็นที่สุด ถ้าเนี่ยนโม่มาปรากฏตัวออกมาในเวลานี้ก็คงดี
โทรศัพท์ที่อยู่ในมือของอ้าวเสว่ถูกแย่งไปแล้ว ผู้ชายที่ยู่ในวงล้อมหัวเราะดังลั่น มีชายคนหนึ่งกำลังถือโทรศัพท์ของอ้าวเสว่เขย่าไปมา และชายอีกคนหนึ่งฉวยโอกาสตอนที่อ้าวเสว่ไม่สนใจ ฟันมือลงไปที่อ้าวเสว่หนึ่งที แล้วอ้าวเสว่ก็ค่อยๆทรุดตัวลงบนแขนของชายอีกคนหนึ่ง
เย่ชูหวินขับรถไปตามริมแม่น้ำตลอดทาง สายลมในฤดูร้อนที่เย็นสบายพัดมาทำให้ผู้คนรู้สึกเย็นสบายมาก เขื่อนทั้งสองฝั่งของแม่น้ำเต็มไปด้วยดอกเดซี่สีเหลืองขนาดใหญ่ ดอกเดซี่พลิ้วไหวไปตามลมเป็นแนวเดียวกัน เหมือนกับคลื่นในมหาสมุทร
ติงยียีจิ้มไปที่เอวของเย่ชูหวิน เย่ชูหวินจึงจอดรถมอเตอร์ไซค์อยู่ที่ริมฝั่งแม่น้ำ ติงยียีกระโดดลงจากรถมอเตอร์ไซค์ เย่ชูหวินจึงรีบไปประคอง พอติงยียีลงไปยืนบนพื้นก็วิ่งไปทางดอกเดซี่ผืนใหญ่ มือที่คว้าอากาศของเย่ชูหวินก็ชะงักงัน แล้วลงจากรถด้วยความจำใจ และยืนมองติงยียีวิ่งไปวิ่งมาท่ามกลางดอกเดซี่อยู่บนเขื่อน
“ไอ๊หยา!" ทันใดนั้นติงยียีก็กรีดร้องออกมาอย่างแรง และกำลังตกลงไปในทุ่งดอกเดซี่ "ติงยียี!” เย่ชูหวินเปลี่ยนสีหน้า แล้ววิ่งไปยังที่ที่ติงยียีหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
“ฮ่าๆ! คุณโดนหลอกแล้ว นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่ได้เห็นสีหน้าอื่นๆนอกจากสีหน้าที่เคร่งขรึมของคุณ" ติงยียีรวบดอกเดซี่ขึ้นมาหนึ่งกำมือแล้วหว่านไปทางเย่ชูหวินและหัวเราะเสียงดังฮ่าๆ
เย่ชูหวินจับข้อมือของติงยียีเอาไว้ แล้วกางแขนออก ติงยียีค่อยๆเข้าไปใกล้เย่ชูหวินเรื่อยๆ จิตใต้สำนึกของติงยียีอยากจะต่อต้าน แต่ร่างกายกลับอ่อนนิ่มไม่อยากขยับเลยแม้แต่นิดเดียว บนร่างกายของเย่ชูหวินยังคงมีกลิ่นสบู่จางๆ และหนังตาชั้นเดียวก็เต็มไปด้วยความจริงจัง
ติงยียีรู้สึกได้ว่าหัวใจของตัวเองเต้นผิดจังหวะ ในขณะที่ปล่อยให้ทั้งสองคนใกล้ชิดกัน และในขณะที่เย่ชูหวินกำลังมองตาของติงยียีอยู่ ทันใดนั้นก็รวบดอกเดซี่ขึ้นมาหนึ่งกำมือแล้วให้ติงยียี หลังจากนั้นก็รีบปล่อยมือของติงยียีแล้วถอยออกไปไกลๆ
ติงยียีตกตะลึง ทันใดนั้นหน้าก็แดงขึ้นมา ขณะที่กำลังก้มหน้าและหันหลังไปอย่างเงียบๆ ในใจก็เขินอายจนแทบจะทนไม่ไหว เย่ชูหวินเห็นติงยียีหันหน้าไป สีหน้าที่ไม่เป็นธรรมชาติก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าแวบหนึ่ง ตอนที่ใกล้ชิดกันเมื่อสักครู่นี้เขารู้สึกได้ว่ามีไฟฟ้าช็อตอยู่ในหัวใจของเขาอย่างกะทันหัน และราวกับว่าไม่ได้ยินเสียงของสายลมเลย ในชั่วพริบตาเดียว คิดไม่ถึงเลยว่าเขาจะมีความรู้สึกอยากจูบติงยียีขึ้นมาเล็กน้อยจริงๆ
“นี่! คุณยังไม่ได้บอกฉันเลยนะว่าคุณชื่ออะไร!" ติงยียีเปลี่ยนหัวข้อสนทนา แต่สีหน้าก็ยังคงร้องผ่าวอยู่เล็กน้อย
“เย่ชูหวิน" สถานการณ์ของเย่ชูหวินก็ไม่สู้ดีเท่าไหร่ เขาพยายามหลบสายตาของติงยียี โดยที่ไม่ปรากฏเห็นความผิดปกติที่อยู่บนใบหน้าของติงยียี
“ฮ่าๆ!" ทันใดนั้นติงยียีก็หัวเราะเสียงดังขึ้นมา เย่ชูหนุนจ้องมองติงยียีแล้วพูดว่า "หัวเราะอะไร!"
“ขอโทษที ฉันคิดมาโดยตลอดเลยว่า คนที่เคร่งขรึมและจริงจังแบบคุณน่าจะมีชื่อที่มันเคร่งขรึมและจริงจังสักชื่อจึงจะถูก ชื่อนี้ก็ เป็นชื่อที่อ่อนโยนมากเกินไปจริงๆ" ติงยียีปาดน้ำตาที่เกิดจากการหัวเราะออกมา
เย่ชูหวินขมวดคิ้ว ทำท่าทางแยกเขี้ยวตะปบเล็บและพุ่งเข้าหาติงยียี แล้วติงยียีก็จงใจเปล่งเสียงกรีดร้องออกมา
“ติงยียี!” เย่เนี่ยนโม่รีบไปที่เขื่อน เขาบังเอิญได้ยินเสียงกรีดร้องของติงยียีเข้าพอดีจึงพุ่งตัวไปอยู่ข้างๆสองคนนั้นอย่างรวดเร็วโดยไม่สนใจอะไรเลยและดึงติงยียีมาอยู่ข้างหลังของตัวเอง แล้วควงหมัดกำลังจะชกไปข้างหน้า
“ชูหวิน?”
“เนี่ยนโม่?”
เย่เนี่ยนโม่ยั้งหมัดของตัวเองที่จะชกเย่ชูหวินอย่างกะทันหัน หลังจากนั้นสิบนาที เย่เนี่ยนโม่จึงถามว่า "จะบอกว่าพวกนายออกมากินลมชมวิวกันอย่างนั้นเหรอ?”