ตอนที่ 1396
ตอนที่ 1396 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1296
October 28, 2026
อ้าวเสว่ไม่อยากให้เย่เนี่ยนโม่กับติงยียีใกล้ชิดกันเกินไป จึงพูดขึ้นอย่างอ่อนโยนว่า :“เนี่ยนโม่ ฉันเองดีกว่า คุณคือหัวหน้าทีมผู้วางแผน คุณน่าจะตามไปกับลูกทีม อย่ามัวแต่พะวงอีกอย่างแล้วสูญเสียอีกอย่าง ฉันจะรอยียีเอง”
เย่เนี่ยนโม่ครุ่นคิดแล้วก็พยักหน้า พาทุกคนไปหาที่ร่มๆ อ้าวเสว่ดึงมือเย่เนี่ยนโม่ที่กำลังจะจากไป ทำปากจู๋แล้วโน้มตัวเบาๆไปหาเย่เนี่ยนโม่
เย่เนี่ยนโม่จึงจูบอ้าวเสว่เบาๆแล้วพูดเสียงต่ำๆว่า:“ดูแลตัวเองดีๆ มีปัญหาอะไรก็ให้รีบโทรหาผมทันที” อ้าวเสว่พยักหน้าเย่เนี่ยนโม่ถึงได้จากไป อ้าวเสว่ปาดเหงื่อ แล้วก็มองไปรอบๆอย่างเบื่อหน่าย
ข้างๆวัดโบราณสถานมีร้านขายเครื่องประดับที่ประณีต อ้าวเสว่คิดว่าติงยียีคงไม่น่าจะกลับมาเร็วขนาดนั้น จึงได้วิ่งเข้าไปในร้านเครื่องประดับ
ติงยียีถือยาแล้วก็วิ่งกลับมา มองรอบๆแล้วไม่เห็นใครสักคน “แปลก คนไปไหนกันหมด” ติงยียีเดินวนอยู่หลายรอบก็ไม่เจอใครสักคน จึงล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงถึงได้รู้ว่าตอนที่วิ่งมาสมทบกับการเดินทางท่องเที่ยวนั้น พัลวันกะทันหันเกินไป จึงไม่ได้พกกระเป๋ามาด้วย ดังนั้นโทรศัพท์และกระเป๋าสตางค์ทั้งหมดได้ใส่ไว้ในกระเป็นเรียนของซ่งเมิ่นเจ๋
คนผ่านไปผ่านมา แต่ไม่ใครที่รู้จักสักคน ติงยียีจึงเดินวนหลายๆรอบด้วยความสับสน อ้าวเสว่ที่เดินชมร้านเครื่องประดับไปเรื่อยๆ และก็ได้ซื้อของขวัญให้กับเย่เนี่ยนโม่ แล้วก็ซื้อของขวัญให้กับตัวเอง ถือถุงเล็กถุงใหญ่เดินไปถึงจุดนัดรวมตัวที่เย่เนี่ยนโม่ได้บอกกับตัวเอง ถึงนึกขึ้นได้ว่าตัวเองนั้นลืมไปรอติงยียี
เวลาได้ผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว ในใจอ้าวเสว่เริ่มรู้สึกกลัว ตัวเองได้รับปากเย่เนี่ยนโม่ดิบดีว่าจะรอติงยียี ถ้าหากเย่เนี่ยนโม่รู้ว่าตัวเองไม่ได้รอ แต่กลับวิ่งไปซื้อของ อย่างนั้นจะต้องส่งผลไม่ดีกับภาพลักษณ์ตัวเองอย่างแน่นอน
ยิ่งคิดก็ยิ่งลนลาน อ้าวเสว่เก็บเครื่องประดับเล็กๆส่วนหนึ่งไว้ แล้วทิ้งของที่ซื้อมา แล้วแกล้งตกใจวิ่งเข้าไปที่หาเย่เนี่ยนโม่ที่นั่งอยู่ในร้านน้ำชาอย่างกระวนกระวาย
เย่เนี่ยนโม่ที่รู้สึกกังวลตั้งแต่แรก เมื่อเห็นอ้าวเสว่ไม่เป็นไรถึงได้เบาใจลง อ้าวเสว่ตะลีตะลานพูดขึ้น :“ฉันยืนรอยียีอยู่ที่เดิม แต่ว่ารอตั้งนานแล้วก็ยังไม่เห็นยียีเลย!”
ซ่งเมิ่นเจ๋ได้ยินดังนั้นจีบรีบเปิดกระเป๋าเพื่อเอาโทรศัพท์โทรหายียี จึงร้องไห้ขึ้นหยิบโทรศัพท์ยียีออกมาแล้วพูดว่า :“ทำไงดี ยียีไม่ได้พกโทรศัพท์ไปด้วย”
เย่เนี่ยนโม่กล่าวอย่างเด็ดขาด:“สาวๆทุกคนให้รอหยุดตรงนี้ ผู้ชายทั้งหมดช่วยกันออกไปตามหา”
“ผมไม่ไป ผมเป็นห่วงชูฉิง” จางถังที่ท่าทางไม่รู้สึกรู้สา เย่เนี่ยนโม่ขี้เกียจจะไปสนใจผู้ชายกากเดนเช่นนี้ ทำการนัดเวลาที่แน่นอนกับหนุ่มๆที่อยู่ในเหตุการณ์ ว่าให้ทุกคนรีบกลับมาหลังจากหนึ่งชั่วโมง
“ฉันจะไปกับคุณด้วย” อ้าวเสว่ลุกยืนขึ้น ถ้าเจอตัวติงยียีแล้วอีกฝ่ายบอกว่าตัวเองไม่ได้รออยู่ที่เดิม อย่างนั้นก็ไม่เป็นการเปิดโปงเธอหรือ
เย่เนี่ยนโม่ที่หัวใจเปี่ยมล้นไปด้วยความอบอุ่น อ้าวเสว่เพิ่งจะกลับมา เหนื่อยขนาดนั้น ยังคิดจะตามตัวเองออกไปตามหาคนอีก เย่เนี่ยนโม่จับมืออ้าวเสว่ไว้แล้วพยักหน้า
“ฉันก็อยากจะไปกับพี่”เย่ชูฉิงดึงมือของไห่โจ๋ซวนไว้แล้วพูดอย่างดื้อรั้น พี่ยียีต้องหายตัวไปเพราะฉัน ไม่ว่าจะอย่างไรตัวเองก็ไม่มีทางที่จะนั่งรอข่าวสารอยู่ที่นี่
กลุ่มคนได้รีบออกไปตามหาคน และตอนนี้ติงยียีเดินอยู่ในวัดโบราณสถานอย่างสับสนงงงวย เธอตามหากว่าชั่วโมงครึ่ง ก็ไม่เห็นเงาของเย่เนี่ยนโม่กับคนอื่นๆ
เงาผู้คนเดินพลุกพล่านอยู่บนถนน กลุ่มนักท่องเที่ยวหลายสิบคนโอ้วลันล้าเดินพุ่งพรวดออกมาจากตรอกซอยเล็กๆ ชั่วพริบตาติงยียีก็กลมกลืนไปกับฝูงคน
เสียงผู้คนรอบๆดังเซ็งแซ่ ติงยียีโยกซ้ายโยกขวาไปมาอย่างทรมาน พยายามที่จะดิ้นให้หลุดจากลุ่มฝูงชนเหล่านั้น ข้อมือได้ถูกจับไว้ ติงยียีจึงได้หันกลับมา เย่เนี่ยนโม่หายใจหอบจับข้อมือของติงยียีอยู่ไกลๆ ทั้งคู่ถูกขั้นกลางด้วยคนสองสามคน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมปล่อยมือ
“ติงยียี! คุณไปไหนมา!” เย่เนี่ยนโม่กัดฟันตะโกน เสียงรอบๆที่ดังเกินไป ติงยียีจึงได้ยินไม่ชัดเจน หันไปทางเย่เนี่ยนโม่แล้วตะโกนขึ้น:“คุณพูดว่าอะไรนะ!”
“ผมบอกว่า! อย่าปล่อยมือ!”เย่เนี่ยนโม่หันไปหาติงยียีแล้วตะโกนพูด พยายามขยับตัวเข้าไปหาติงยียี ติงยียีได้ยินทันใดนั้นหัวใจหม่นลงทันที
ทั้งคู่ดิ้นรนฝ่าฝูงชน ติงยียีในใจรู้สึกซาบซึ้ง“ยียี!” เสียงอ้าวเสว่ดังขึ้น มือของติงยียีที่ร้อนผ่าวสะบัดออกจากมือของเย่เนี่ยนโม่
อ้าวเสว่กลัวว่าติงยียีจะอ้าปากพูดก่อน จึงได้รีบแย่งพูดขึ้น:“ยียี เธอไปไหนมา ฉันรอเธออยู่ที่เดิม แต่ก็ไม่เห็นเธอเลย”
“ติงยียี รู้จักไหมอะไรเรียกว่ากฎระเบียบวินัย รู้ไหมว่าทุกคนกำลังตามหาคุณอยู่!” เสียงเย่เนี่ยนโม่เคร่งขรึมขึ้น คนทั้งหมดกำลังตามหาติงยียี เธอกลับมาเตร็ดเตร่อยู่ที่นี่ เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ น้ำเสียงของเย่เนี่ยนโม่จึงเย็นชาลง
ติงยียีไม่อยากจะแก้ตัวใดๆ ถ้าหากบอกว่าตัวเองนั้นไม่เห็นใครเลยจริงๆ เย่เนี่ยนโม่ก็คงไม่เชื่ออยู่ดี อีกอย่างอ้าวเสว่ก็บอกว่าได้รอตัวเองอยู่ที่เดิม อาจจะเป็นตัวเองที่สายตาสั้นเลยมองไม่เห็นกระมัง