ตอนที่ 1399
ตอนที่ 1399 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1299
October 28, 2026
“เย่เนี่ยนโม่ที่ต้องการช่วยติงยียี ดังนั้นจึงถูกฝังอยู่ในดินอีกครั้ง” อ้าวเสว่ที่อยู่ข้างๆรีบพูดขึ้น เย่เชินหลินมองตำรวจที่อยู่ข้างๆ ตำรวจจึงได้ส่ายหน้าแล้วพูด:“มันได้พังถล่มแล้ว ตอนนี้พวกเราได้ติดต่อผู้เชี่ยวชาญให้เข้ามา”
“ลำบากพวกท่านแล้วนะ” เซี่ยชีหรั่นกลั้นความทุกข์แล้วพูดขึ้น นึกถึงติงยียีที่อยู่ในบ้านตัวเองวันนั้น เย่เนี่ยนโม่กับเด็กสาวคนนั้นมีความสัมพันธ์กันจริงหรือเปล่านะ
ติงยียีที่สะลึมสะลือถูกเขย่าให้ตื่น สักพักถึงพบว่าศีรษะตัวเองนั้นหนุนอยู่ในที่ที่สบาย จึงถูไถ เสียงเย่เนี่ยนโม่ดังขึ้น“:ไม่ใช่หลบผมอยู่เหรอ”
ติงยียีรีบเงยหน้าขึ้น จากนั้นก้มหน้าลงเพราะอาการวิงเวียนศีรษะ เย่เนี่ยนโม่ช่วยติงยียีนวดขมับ ติงยียียกมือขึ้นจับ ศีรษะของทั้งคู่ล้วนมีแต่ดินโคลน จิตใจติงยียีรู้สึกเย็นวาบ การถล่มสองครั้งทำให้ถูกฝังยิ่งลึก
“ไม่มีหนทางแล้ว ครั้งนี้อาศัยกำลังของคนก็คงไม่อาจจะทำให้เราสองคนออกไปจากที่นี่ได้” ติงยียีท้อใจ คิดถึงพ่อที่ตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองนั้นเกิดเรื่องขึ้นแล้วรู้สึกเจ็บปวดทรมาน ถ้าหากว่าตัวเองไปอยู่เป็นเพื่อนแม่ แล้วจะทำอย่างไรหากทิ้งพ่อไว้คนเดียวให้อยู่บนโลกใบนี้
เย่เนี่ยนโม่มองไม่เห็นสีหน้าของติงยียี แต่สามารถได้ยินเสียงที่ท้อใจดังออกมาจากความมืดมิด อาศัยความรู้สึกแตะไปที่ศีรษะของติงยียี เย่เนี่ยนโม่พยายามทำเสียงให้ผ่อนคลายที่สุดแล้วพูดขึ้น:“ ก่อนหน้านี้ยังเห็นคุณฮึกเหิมเหมือนมังกรผาดโผนเหมือนเสืออยู่เลยไม่ใช่เหรอ”
ติงยียีพึมพำเบาๆ:“ สาวๆเยอะขนาดนั้น ฉันต้องปกป้องพวกเธอไง” ในความมืดมิด เย่เนี่ยนโม่ไม่มีการตอบกลับ สายตาจ้องไปทางที่มาของเสียงอย่างจดจ่อ ผู้หญิงอย่างติงยียี จะไม่สนใจความปลอดภัยของทุกคน ให้ทุกคนมาสถานที่แบบนี้จริงๆหรือ
เวลาผ่านไปทีละนิดๆ ติงยียีรู้สึกที่หน้าอกปวดแสบปวดร้อน แค่เอ่ยปากพูดก็เป็นเรื่องที่ลำบาก อยากที่จะพูดบางสิ่งบางอย่างเพื่อไม่ให้ตัวเองหลับ :“อันที่จริงตอนที่พ่อฉันตามจีบแม่ฉันนั้นเป็นเหมือนดังละครเลยนะ”
“อืม” เย่เนี่ยนโม่ตอบกลับเบาๆ ติงยียียิ้มขึ้นแล้วพูดต่อ :“พ่อของฉันบอกว่า ตอนนั้นผู้หญิงคนที่พ่อของฉันชอบ เป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดในที่ตรงนั้น พ่อของฉันมีฐานะยากจน แต่พ่อก็พยายามนำนมไปวางไว้ที่หน้าบ้านของผู้หญิงคนนั้นทุกๆวัน โดยที่พ่อไม่เคยรู้ว่านมนั้นถูกหมาที่ผู้หญิงคนนั้นดื่มกิน สิ่งที่พ่อทำทุกอย่างผู้หญิงคนนั้นไม่เคยรับรู้ และตอนนั้นแม่ของฉันคือเด็กสาวข้างบ้านของผู้หญิงคนนั้น
ติงยียีนั้นพูดวกไปวนมา ได้ยินเพียงเสียงของเย่เนี่ยนโม่ที่แหอบแห้งเอ่ยขึ้น:“ความรักของเขาย่อมต้องมีคนเห็น”
เย่เนี่ยนโม่ก็มีความรู้สึกที่จะอดทนต่อไปไม่ไหว ด้านในนั้นไม่มีอากาศให้ถ่ายเท หรือว่าจะต้องถูกฝังให้ตายอยู่ตรงนี้จริงๆ ติงยียีที่อยู่บนตักไม่มีความเคลื่อนไหวตั้งนานแล้ว เย่เนี่ยนโม่ใช้แรงทั้งหมดที่มีเขย่าติงยียี
จิตใจที่ตระหนกกระวนกระวาย ผู้หญิงคนนี้จะตายอยู่ที่อ้อมอกของตัวเองจริงหรือ เย่เนี่ยนโม่วางติงยียีให้นอนราบ ใช้มือทั้งสองข้างกดที่ช่วงอกของติงยียี พยายามสุดชีวิตทำให้หัวใจของติงยียีกลับมาเต้นอีกครั้ง
“พ่อ อย่าเพิ่งเรียกหนู หนูยังอยากจะนอนพักอีกสักครู่” ติงยียี เริ่มมีสติที่เลอะเลือน จับมือของ เย่เนี่ยนโม่ไว้ไม่ยอมปล่อย
เย่เนี่ยนโม่ปล่อยให้ติงยียีจับอย่างตามใจชอบ เขามองไม่เห็นสถานการณ์ของติงยียี แต่กลับสามารถรับรู้ได้ว่าชีวิตอีกฝ่ายนั้นกำลังจะสิ้นลง แล้วตัวเองก็ไร้ความสามารถ ใครก็ได้มาช่วยเหลือหญิงสาวคนนี้ที
“ โคลม!” เสียงดังถล่มและเสียงคนดังขึ้นพร้อมกัน มีแสงสาดส่องเข้ามา เย่เนี่ยนโม่ดวงตาที่ยังไม่สู้แสงจึงหรี่ตาลง ผู้คนจึงโผเข้ามาอุ้มติงยียี เย่เนี่ยนโม่จึงกอดติงยียีไว้ไม่ทำคนเหล่านั้นกระทำเช่นนั้น
“เนี่ยนโม่ ปล่อยมือ พวกเขาคือคนที่มาช่วยพวกเรา” ไห่โจ๋ซวนพูดอยู่ข้างๆ เย่เนี่ยนโม่ได้ยินเสียงที่คุ้นเคย จากนั้นถึงได้ค่อยๆปล่อยมือ แล้วก็สลบไป
“คุณหมอครับ ลูกสาวของผมทำไมยังไม่ฟื้นขึ้นมาสักที! ทั้งๆที่คนอื่นๆที่ไปด้วยกันแป๊บเดียวก็ฟื้นขึ้นมาแล้ว”
ติงยียี ได้ยินเสียงของพ่อตัวเอง จึงพยายามลืมตาขึ้น แล้วเรียกเสียงเบาๆ:“พ่อ”
ติงต้าเฉินดีใจแล้วก็ปล่อยตัวหมอ วิ่งมาที่ด้านหน้าของติงยียี กุมมือติงยียีแล้วพูดพึมพำ: "ยียี จ๊ะ ฟื้นขึ้นมาก็ดีๆ”
ติงยียีลุกขึ้นมามองห้องนอนผู้ป่วย ห้องนอนผู้ป่วยที่ดูแล้วมีระดับ ไม่เพียงแต่เป็นห้องเดี่ยวที่น่าจะใกล้เคียงหนึ่งร้อยตารางเมตร ข้างในมีเฟอร์นิเจอร์ทุกอย่างที่พร้อมสมบูรณ์ เหมือนกับห้องชุดคอนโดฯ
“เย่เนี่ยนโม่ เป็นอย่างไรบ้าง” ติงยียีถามขึ้น ติงต้าเฉินพลางปลอกผลไม้พรางพูดขึ้น:“ฟื้นตั้งนานแล้ว แต่ว่าถูกพ่อแม่ของเขาบังคับให้ไปตรวจเช็คทุกอย่าง ยียีอีกเดี๋ยวหนูก็ทำด้วย เงินเราจะออกเอง พวกเราจะไม่ติดค้างคนอื่น”
ติงยียียิ้มขึ้นแล้วลุกขึ้นจากเตียงเดินสองรอบให้ติงต้าเฉินดู แล้วพูดขึ้นด้วยความมั่นใจ:“พ่อ ดูหนูสิคะ ดูเหมือนเป็นคนที่ต้องทำการตรวจเช็คซะที่ไหน ให้ไปออกรบยังได้เลย”
ติงต้าเฉินเห็นลูกสาวของตัวเองที่ฮึกเหิมอย่างมังกรผาดโผนอย่างเสือ จึงยิ้มขึ้นอย่างมีความสุข จากนั้นออกไปซื้ออาหารกลางวันให้กับติงยียี ติงยียีกลับไปนอนที่เตียง สำรวจมองเฟอร์นิเจอร์ที่หรูหรา มีการเคาะที่ประตู เย่เนี่ยนโม่ ยืนขมวดคิ้วอยู่ข้างๆมองติงยียี
ติงยียีจำได้เพียงรางๆว่าเย่เนี่ยนโม่นั้นถูกขังข้างในพร้อมกัน จะได้ถามขึ้นอย่างสุภาพว่า:“มีธุระอะไรหรือเปล่า”
เย่เนี่ยนโม่มองดูท่าทางที่ห่างเหินของติงยียี เดิมทีความคิดที่อยากจะถามไถ่อย่างอบอุ่นก็จางลง พยักหน้า เย่เนี่ยนโม่ไม่แม้แต่ไม่เข้ามาข้างใน อีกทั้งยืนถามอยู่ด้านนอก:“รู้สึกดีขึ้นบ้างไหม”
ติงยียีหันไปพยักหน้าให้กับเย่เนี่ยนโม่ แล้วถามขึ้น:“ คนอื่นๆเป็นอย่างไรบ้าง เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นเพราะฉัน ถ้าหากไม่ใช่ฉัน ทุกคนก็คงไม่ตกอยู่ในสภาพแบบนี้”
!