ตอนที่ 1412
ตอนที่ 1412 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1312
October 28, 2026
“วางกระเป๋าลง แล้วไสหัวไป” รูปร่างที่สูงใหญ่ของเย่ชูหวินขวางอยู่ด้านหน้าของขอทาน น้ำเสียงเย็นยะเยือก ไห่ฉิงฉิงวิ่งรีบวิ่งขึ้นมาด้านหน้า กล่าวขึ้นอย่างไม่พอใจขึ้น:“ชูหวิน ต่อไปอย่าใช้อารมณ์แก้ไขปัญหาแบบนี้ ถ้าตัวเองถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บจะทำอย่างไร”
“เป็นผู้ชายก็ต้องก้าวออกมาข้างหน้าในยามอันตราย!”โม่เสี่ยวจุนที่ตามอยู่ด้านหลังสาวเท้าเข้ามาอย่างเร็วดุจดาวตก ไห่ฉิงฉิงถลึงตาใส่โม่เสี่ยวจุนอย่างไม่พอใจแวบหนึ่ง ก้าวออกมาข้างหน้าบ้าบออะไรนั่นปล่อยให้คนอื่นทำก็แล้วกัน ส่วนลูกชายของเขาจะต้องราบรื่นปลอดภัย!
โม่เสี่ยวจุนถูกภรรยาถลึงตาใส่ น้ำเสียงจึงอ่อนโยนลงทันใด ไห่ฉิงฉิงจำได้ว่าคนที่ถูกขโมยกระเป๋านั้นคือติงยียีผู้หญิงที่อยู่ในงานเลี้ยงเต้นรำของชูฉิง ครั้งก่อนเมื่อเธอออกจากงานเลี้ยงเหมือนลูกชายก็ได้วิ่งตามออกไป เมื่อสักครู่ลูกชายก็เหมือนจะรีบมาที่โรงพยาบาล หรือว่าลูกชายนั้นชอบผู้หญิงคนนี้ ไห่ฉิงฉิงรู้สึกตัวเองว่าจะต้องหาเวลาเพื่อถามสักหน่อยแล้ว
“พ่อครับแม่ครับ พวกท่านขึ้นไปก่อนนะครับ ผมมีธุระนิดหน่อย” แน่นอนว่าเย่ชูหวินนั้นดูออกถึงความสงสัยที่ซ่อนอยู่แววตาของมารดา แต่กลับไม่อยากจะพูดอะไร เรื่องบางเรื่องหากเกิดขึ้นจริงๆแล้วก็ถือว่าดีเหมือนกัน
ติงยียีถูกเย่ชูหวินจับมือไว้แล้วดึงดินออกไปด้านนอก เธอจึงได้รีบหันไปโค้งคำนับให้กับพ่อแม่ของเย่ชูหวินที่ยืนอยู่ข้างๆ:“ คุณลุง คุณป้าคะ หนูขอตัวก่อนนะคะ สวัสดีค่ะ”
ในร้านอาหารระดับไฮเอนด์ ติงยียีกำลังนั่งเผชิญหน้ากับสเต๊กที่อยู่ตรงหน้า สเต๊กที่อยู่ในมือนั้นเหมือนกับปลาโดะโจ ติงยียีหั่นจากด้ายซ้าย มันก็ลื่นไปด้านขวา ทำให้น่าโมโหชะมัด! จนมีดส้อมกระแทกกับจานเกิดเสียงดังขึ้น ติงยียีจึงชะงักมืออย่างเขินอาย มองหันซ้ายหันขวา โชคดีที่ตัวเองอยู่ตำแหน่งมุมห้อง และด้านหน้าก็มีแจกันขนาดใหญ่บังไว้
ติงยียีมองเย่ชูหวินที่เช็ดปากอย่างสง่างาม จากนั้นลุกขึ้นเดินมาที่ด้านข้างของตัวเอง เย่ชูหวินโน้มตัวลงเบาๆ ใช้มือซ้ายกับมือขวาแนบจับมือซ้ายมือขวาของติงยียี แล้วสอนติงยียีจับมีดส้อมมาหั่นเนื้อสเต๊กอย่างสง่างาม
ติงยียีรู้สึกเหมือนถูกโอบกอด ใบหน้าจึงอดไม่ได้ร้อนผ่าวขึ้น สักพักมือก็ถูกปล่อย เนื้อสเต๊กในจานได้ถูกหั่นเป็นเหลี่ยมๆอย่างเรียบร้อยสวยงาม
เย่ชูหวินนั่งกลับไปที่เดิม มองใบหน้าที่แดงก่ำของติงยียี ในใจรู้สึกว่าน่ารักสุดๆ ช่างเป็นผู้หญิงที่ไร้เดียงสามาก ไม่ปฏิเสธในเรื่องที่ตัวเองทำการปกป้องเธอ
“ขอโทษนะ ผมขอตัวไปเข้าห้องน้ำหน่อย” โทรศัพท์ของเย่ชูหวินดังขึ้น หยิบโทรศัพท์ขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติแล้วเดินเข้าไปในห้องสูบบุหรี่ สีหน้าดูจริงจัง:“ตอนนี้ผมอยู่กับเธอ ทางนู้นเป็นอย่างไรบ้าง”
“ตอนนี้วิจารย์กันทั้งมหาวิทยาลัยแล้ว และยังคงลงโทษให้ออกจากมหาวิทยาลัย การลงโทษเช่นนี้ไม่สมเหตุสมผลอย่างยิ่ง และตอนนี้ผมกำลังรีบที่นั่น” เดิมทีตัวเองนั้นให้เย่ชูหวินไปหาติงยียีเองเพื่อไม่ให้เธอกลับมาเร็ว แต่ว่าเมื่อได้ยินประโยคนั้นของเย่ชูหวินที่บอกว่าผมอยู่กับเธอ ความรู้สึกแปลกๆในใจก็ผุดขึ้นมาอีกครั้ง
“เนี่ยนโม่ คุณไม่สบายเหรอ” อ้าวเสว่มองเนี่ยนโม่ที่เอามือจับอยู่ที่หน้าอกอย่างไม่รู้ตัวด้วยความเป็นห่วง เนี่ยนโม่ที่อยู่ที่โรงพยาบาลเมื่อได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจึงรีบออกมาอย่างรวดเร็ว บางทีแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตอนที่สาวเท้าก้าวเดินนั้นรวดเร็วขนาดไหน และดูไม่สนใจในเรื่องที่ตัวเองบอกกับเขาว่าเจ็บกระเพาะก่อนหน้านี้
“ไม่เป็นไร” เย่เนี่ยนโม่หันไปยิ้มให้กับอ้าวเสว่ อ้าวเสว่พูดปลอบประโลมเย่เนี่ยนโม่:“เนี่ยนโม่ ยียีเป็นเพื่อนที่ดีจริงๆ ครั้งนี้พวกเราจะต้องช่ายเธอผ่านอุปสรรคไปให้ได้!”
มองดูคู่ดวงตาที่แจ่มใสของอ้าวเสว่ เย่เนี่ยนโม่จึงเก็บความคิดและข่มความรู้สึกที่แปลกๆลงไป บ้านที่กำลังต่อเติม เมื่อต่อเติมเสร็จแล้วก็จะทำการเซอร์ไพรส์ให้กับอ้าวเสว่ ถ้าหากไม่มีอะไรผิดพลาด ชาตินี้เดินร่วมทางกับเธอผู้มีจิตใจดีก็ไม่เลวเช่นกัน
เย่เนี่ยนโม่พาอ้าวเสว่ตรงบุกเข้าไปที่ห้องทำงานของอาจารย์ใหญ่ เมื่อเห็นเย่เนี่ยนโม่ อาจารย์ใหญ่ที่ดูเหมือนจะคาดเดาไว้ตั้งแต่แรก ทำการยิ้มแล้วพยักหน้า:“นักศึกษาเนี่ยนโม่ นั่งสิ”
“อาจารย์ใหญ่ครับ ผมคิดว่าการลงโทษติดประกาศประจานทั่วทั้งมหาลัยสามารถไถ่ความผิดเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดแล้ว เพราะถึงอย่างไรก็ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ อีกทั้งสุดท้ายพิธีการเปิดงานกีฬาก็ล่าช้าเพียงแค่หนึ่งชั่วโมงเท่านั้น” เย่เนี่ยนโม่กล่าว
“นักศึกษาเย่ นี่เป็นการตัดสินใจของกรรมาธิการ การลงโทษนักศึกษาติงยียีให้ออกจากมหาวิทยาลัยถือว่ายุติธรรมที่สุดแล้ว ข้อนี้ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้” อาจารย์ใหญ่ทำท่าเก๊กแล้วกล่าวขึ้น
“อาจารย์ใหญ่!” เย่เนี่ยนโม่ตวาดแล้วลุกขึ้น เขารู้ว่าสภาพทางบ้านของติงยียีนั้น การได้ศึกษาเล่าเรียนถือเป็นทางออกหนทางสุดท้าย
อาจารย์ใหญ่โบกมือปัดมือไม่พูดจาใดๆต่ออีก อ้าวเสว่จึงรีบก้าวมาข้างหน้าพยุงแขนของเนี่ยนโม่ไว้:“พวกเราค่อยคิดหาวิธีกัใหม่นะ”
“นักศึกษาเย่ ฝากสวัสดีคุณพ่อด้วยนะ” อาจารย์ใหญ่แอบยิ้มกระหยิ่มแล้วกล่าวอยู่ด้านหลัง เมื่อเห็นเย่เนี่ยนโม่ออกจากประตูไป จึงได้โทรศัพท์ขึ้น:“ประธานเย่ครับ ผมได้ทำตามความต้องการของท่านเรียบร้อยแล้วครับ อย่างนั้นเงินบริจาคให้กับมหาวิทยาลัย ครับๆๆ ทางผมจะรอข่าวจากทางท่านนะครับ”
เย่เนี่ยนโม่ส่งอ้าวเสว่กลับบ้าน หน้าประตูบ้าน อ้าวเสว่มองเย่เนี่ยนโม่ที่จิตใจล่องลอยไม่อยู่กับเนื้อกับตัว จึงรู้สึกเจ็บจี๊ดที่หัวใจ เป็นไปได้ไหมที่วันหนึ่งตัวเองยืนอยู่ด้านหน้าเขา เขานั้นจะปฏิบัติกับตัวเองเหมือนที่ปฏิบัติกับคนแปลกหน้า
“เนี่ยนโม่ ดูเหมือนว่าคุณจะเป็นห่วงยียีมากเลยนะ” อ้าวเสว่พูดติดตลก เย่เนี่ยนโม่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ :“ติงยียีเป็นเพื่อนของพวกเรา ความผิดของเธอในครั้งนี้ไม่ได้ร้ายแรงถึงขั้นนี้”
เพื่อนเหรอ มุมปากอ้าวเสว่ยิ้มเยาะขึ้น เพื่อนที่มาดูบ้านเพื่อจะอยู่ด้วยกันอย่างนั้นเหรอ เนี่ยนโม่ นิยามคำว่าเพื่อนของคุณนั้นกว้างจัง
เมื่อส่งอ้าวเสว่เสร็จก็เป็นเวลาที่ดึกมากแล้ว เย่เนี่ยนโม่ขับรถมุ่งหน้ากลับบ้าน ขับผ่านตรอกซอยเล็กๆซอยหนึ่ง ถูกฝูงสุนัขเห่าใส่จึงดึงดูดความสนใจ ติงยียีไม่ใช่พักที่นี่เหรอ
เย่เนี่ยนโม่ไม่รู้ว่าใจของตัวเองเป็นอะไรไป รถไม่สามารถขับเข้าไปในซอยได้ เย่เนี่ยนโม่จึงจอดรถแล้วค่อยๆเดินเข้าไป สุดท้ายไปหยุดอยู่หน้าบ้านที่เปิดไฟสว่างหลังหนึ่ง