ตอนที่ 1411
ตอนที่ 1411 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1311
October 28, 2026
“เป็นอุบัติเหตุหรือไม่ ตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปได้” เย่ชูหวินเหลือบมองอ้าวเสว่แวบหนึ่ง
อ้าวเสว่ยิ้มแหยไม่พูดไม่จา ตอนนี้ได้แต่ภาวนาอย่าให้ชายหนุ่มสองคนนี้จับผิดอะไรได้เลย
““เฮ้ ผมจะขึ้นไปดูตัวล็อคข้างบนสักหน่อย” เย่เนี่ยนโม่หันไปที่บนชั้นวางเพื่อจะปีนขึ้นไป อ้าวเสว่จิตใจกระสับกระส่าย ถ้าหากว่าเย่เนี่ยนโม่ไปถึงที่ราวไต่ จะดูออกไหมว่าเงื่อนนั้นเคยถูกคนแกะออกมาก่อน
“แย่แล้ว!ทางมหาวิทยาลัยจะลงโทษยียี!” ไห่โจ๋ซวนวิ่งเข้ามาอย่างรีบร้อนจากข้างๆ
เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้วหันไปสบตากับเย่ชูหวิน แล้วก็รีบวิ่งไปที่ห้องสำนักงาน ไห่โจ๋ซวนที่ตามหลังสองคนนั้น ได้ทำท่าทำทางส่งสัญญาณให้กับอ้าวเสว่ อ้าวเสว่รับทราบ ขอเพียงแค่รื้อราวไต่ทิ้งไปก่อนที่เย่ชูหวินกับเย่เนี่ยนโม่จะกลับมา ก็ไม่สามารถมีใครจับผิดได้แล้ว
ที่ห้องสำนักงานอาจารย์ใหญ่ อาจารย์ใหญ่ตบเข้าที่โต๊ะอย่างเสียงดัง:คนที่ได้รับบาดเจ็บครั้งนี้เป็นถึงประธานบริษัทเย่ซื่อเชียวนะ ทำให้มหาวิทยาลัยเสื่อมเสียชื่อ ทำให้กิจกรรมกร่อยไปหมด นักศึกษาติงยียีไหนคุณบอกมาสิว่าควรจะทำอย่างไร!”
ติงยียีก้มศีรษะโค้งคำนับ:“ขอโทษค่ะ หนูผิดไปแล้ว” ทั้งแขนซ้ายและแขนขวาถูกดึงจับขึ้นพร้อมกัน
“ถ้าอยากจะขอโทษ ก็เก็บแรงไว้ขอโทษผมดีกว่า” เย่เนี่ยนโม่กล่าวเบาๆ อาจารย์ใหญ่ที่อยู่ข้างๆหันมามองเย่เนี่ยนโม่ด้วยความงงงวย ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเย่เนี่ยนโม่คือคุณชายน้อยแห่งบริษัทเย่ซื่อ ไม่กล้าที่จะมีเรื่องด้วย จึงหันหน้าไปมองทางเย่ชูหวิน
“คุณนักศึกษาท่านนี้! เข้ามาที่ห้องอาจารย์ใหญ่ทำไมไม่รู้จักเคาะประตู อาจารย์ที่ปรึกษาของพวกคุณเป็นใคร!” อาจารย์ใหญ่เห็นเย่ชูหวินไม่พูด น้ำเสียงจึงได้ดังขึ้น
แววตาเย่ชูหวินที่มองอาจารย์ใหญ่ดูเย็นชากว่าปกติถึงร้อยเท่า เมื่อเข้ามาเห็นแล้วท่าทีของเขาที่ดุใส่ติงยียีกับปฏิกิริยาที่มีต่อเย่เนี่ยนโม่ ทำให้เขารู้สึกไม่พอใจอย่างมาก จึงดึงติงยียีแล้วก็เดินตรงออกไปที่ประตู
ติงยียีหันหลังอยากจะเดินตามเย่ชูหวิน แต่เหมือนแขนด้านซ้ายถูกกระชากตึงขึ้น จึงต้องชะงักเท้า เย่ชูหวินที่จูงจับติงยียีไว้ได้หันกลับไปมองเย่เนี่ยนโม่
“ปัญหาต้องได้รับการแก้ไข” เย่เนี่ยนโม่เข้าใจดีว่าครั้งนี้ได้ก่อให้เกิดอุบัติเหตุในงานกีฬา ถ้าหากว่าไม่ทำการแก้ไข เมื่อเรื่องกระจายไปถึงข้างนอกย่อมส่งผลต่อชื่อเสียงของติงยียี จึงมองดูอาจารย์แล้วเย่เนี่ยนโม่ก็ถามขึ้น:“อาจารย์ใหญ่ครับ ขออนุญาตถามว่าวิธีการแก้ไขปัญหาครั้งนี้คืออะไรครับ ทางฝั่งผมก็ไม่ได้ติดใจเอาความแล้ว”
ใบหน้าของอาจารย์ใหญ่ที่เดิมทีเย็นยะเยือกถึงได้ดีขึ้น แล้วหยิบกฎของมหาวิทยาลัยออกมาวางไว้บนโต๊ะ จากนั้นกล่าวขึ้น:“ถึงแม้ว่าครั้งนี้จะไม่ได้ทำให้เกิดอุบัติเหตุที่ร้ายแรง แต่ก็ได้ส่งผมกระทบที่ไม่ดีต่องานกีฬา มหาวิทยาลัยของพวกเราเป็นมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงที่สุดในเมืองตงเจียง ผมจะประกาศลงโทษติงยียี ติดประกาศประจานให้ทั่วทั้งมหาวิทยาลัย!”
เมื่อเย่ชูหวินฟังจบก็ได้ก้าวเดินมาด้านหน้า มือข้างหนึ่งกระชากคอเสื้ออาจารย์ใหญ่ แววตาจ้องประชิดเข้าใกล้อย่างเยือกเย็น:“พูดใหม่ดิ”
เย่เนี่ยนโม่รีบเดินเข้ามาดึงมือเย่ชูหวินออก แล้วตวาดขึ้นเบาๆ:“นายยังอยากจะให้ติงยียีเรียนที่มหาวิทยาลัยนี้อยู่ไหม! นายกลายเป็นคนใจร้อนตั้งแต่เมื่อไร!”
เย่ชูหวินปล่อยมืออย่างเดือดดาล อยากหันไปจับติงยียีที่ไม่พูดไม่จา แต่ติงยียีได้หลบไปข้างๆ สีหน้าเย่ชูหวินจึงได้หมองหม่นลง ติงยียีก้าวข้างหน้าสองสามก้าวแล้วกล่าวขึ้น:“ครั้งนี้ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับมหาวิทยาลัยจริงๆ ไม่ว่าอย่างไรฉันก็จะต้องยอมรับผลที่ตามมา”
เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้ว ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะแก้ไขไม่ได้ในวันนี้ จึงทำได้เพียงหารือกันใหม่ในภายหลัง เย่เนี่ยนโม่ยื่นมืออยากจะจับข้อมือติงยียีเหมือนเมื่อสักครู่แล้วจากไป
ทันทีที่มือยื่นออกไป ติงยียีได้หันตัวเดินไปที่ข้างๆเย่ชูหวินแล้ว จากนั้นใช้มือนั้นดึงแขนเสื้อของเย่ชูหวินไว้ เธอระทึกใจมากแค่ไหนที่สามารถพูดคำพูดเมื่อสักครู่ออกมาได้ ตอนนี้จึงต้องพึ่งเย่ชูหวินเพื่อเพิ่มพลังให้กับตัวเองสักหน่อย
สายตาของเย่ชูหวินอ่อนโยนขึ้นนื่องจากการกระทำของติงยียี เหลือบตาใส่อาจารย์ใหญ่อย่างเย็นชา แล้วพาติงยียีจากไป
“ในเมื่อนักศึกษาติงยอมรับเองว่าตัวเองผิด อย่างนั้นผมคิดว่าการตัดสินใจนี้ก็ไม่น่าจะมีปัญหา” เสียงของอาจารย์ใหญ่ยังคงดังกึกก้องอยู่ที่ใบหู เย่เนี่ยนโม่มองดูมือขวาของตัวเองที่ยังไม่ได้ชักดึงกลับ เมื่อสักครู่ที่ติงยียีหันตัวเดินไปดึงเย่ซูหวินนั้น ความรู้สึกที่แปลกประหลาดในใจคืออะไรกันแน่
รอจนกระทั่งเย่เนี่ยนโม่ก็จากไป จางถังกับเหยนหมิงเย้าถึงได้เดินออกมาจากห้องเล็กที่อยู่ข้างๆ จางถังพูดอย่างไม่พอใจว่า:“พ่อ ทำไมพ่อถึงไม่จัดการเย่เนี่ยนโม่ไปด้วยเลยล่ะ เย่เนี่ยนโม่เป็นประธานสหภาพนักศึกษานะ!”
อาจารย์ใหญ่เองก็ไม่พอใจเช่นกัน ที่ลูกชายของตัวเองอยู่ในห้องเห็นพ่อถูกรังแกแต่กลับเฉยเมย เมื่อออกมาก็ไม่มีแม้แต่คำพูดที่เป็นห่วงเป็นใยสักคำ เลี้ยงลูกชายคนนี้หวังพึ่งพายามแก่เฒ่า ดูแล้วยังไม่รู้เลยว่าใครจะพึ่งพาใคร
ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห อาจารย์ใหญ่ตบหนังสือบนโต๊ะเสียงดังปัง:“หุบปาก รู้ไหมว่าเย่เนี่ยนโม่นั้นเป็นใคร! วันๆรู้จักแต่ซิ่งรถหลงผู้หญิง ถ้ามีเรื่องกับเขา พ่อของแกคงก็ต้องออกแรงหนักขึ้นถ้าต้องการเป็นอาจารย์ใหญ่ไอ้ลูกเวร!”
พ่อโกรธขึ้นแล้ว จางถังก็เลยปอดแหกตาม และน้ำเสียงก็เบาลง:“ช่างเหอะ แกล้งติงยียีก็เหมือนกัน พ่ออย่าเปล่อยติงยียีไปเด็ดขาดนะ! ผมเคยเปิดดูข้อมูลของเธอ ทางบ้านของเธอเป็นแค่คนขับรถเท่านั้น”