ตอนที่ 1410
ตอนที่ 1410 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1310
October 28, 2026
ถึงแม้ว่าอ้าวเสว่อยากจะบอกทุกอย่างกับเซี่ยชีหรั่น แต่กลับอดกลั้นเอาไว้ : “ที่พวกเขารู้จักกันอย่างค่อนข้างสนิทสนมน่าจะเป็นเพราะงานของพวกเขา แต่ว่ามีเรื่องหนึ่งที่ฉันไม่รู้ว่าควรพูดหรือไม่”
เซี่ยชีหรั่นดึงมืออ้าวเสว่ไปแล้วตบเบาๆ : “พูดมาสิจ๊ะ”
อ้าวเสว่ขมวดคิ้วและพูดว่า : “นั่งร้านครั้งนี้เป็นความรับผิดชอบของยียีค่ะ แต่ฉันรับรองกับคุณน้าได้เลยว่าเธอไม่ได้ตั้งใจอย่างแน่นอน” ความโกรธตามที่อ้าวเสว่จินตนาการไว้ไม่ได้เกิดขึ้น เซี่ยชีหรั่นมองอ้าวเสว่ด้วยท่าทีแปลกๆ แล้วยิ้มพร้อมกับพูดเบาๆว่า : “อ้าวเสว่ พรุ่งนี้หนูยังต้องไปเรียนใช่ไหม? ฉันจะให้คนขับรถส่งหนูกลับบ้านนะ”
“น้าเซี่ยคะ ฉันไม่เหนื่อย” อ้าวเสว่ยังต้องการจะพูดอะไรบางอย่าง เซี่ยวี่หรั่นดึงตัวเองให้ลุกขึ้นยืน ภายในใจของอ้าวเสว่ยังหงุดหงิดและพูดอย่างไม่มีทางเลือกว่า “น้าเซี่ย ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัวก่อนค่ะ”
เซี่ยชีหรั่นกลับไปนั่งลงบนเตียงอีกครั้งแล้วใช้มือลูบคนที่เธอรักมากที่สุดที่นอนอยู่บนเตียงเบาๆ
ทัศนคติของอ้าวเสว่เมื่อสักครู่นี้เหมือนซือซืออย่างมาก ทำให้เซี่ยชีหรั่นรู้สึกเหมือนเป็นโลกที่แตกต่างกันมากเหลือเกิน
“ถึงแม้ว่าบางคนจะตายไปแล้ว แต่ยังมีชีวิตอยู่ข้างตัวคุณอยู่เสมอ ไม่มีวันมอดดับไปตลอดกาล” เซี่ยชีหรั่นพูดเบาๆแล้วมือก็ถูกจับไว้ในจินตนาการ
เย่เชินหลินลืมตาขึ้นแล้วมองดูเซี่ยชีหรั่นที่อ่อนแอแต่เด็ดเดี่ยว
“เชินหลิน” เซี่ยชีหรั่นสะอึกสะอื้นแล้วโถมตัวลงบนตัวเย่เชินหลินแล้วร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างควบคุมไม่ได้
เย่เชินหลินตบหลังของเซี่ยชีหรั่นอย่างไม่รู้จะทำเช่นไรแล้วกระซิบว่า : “ทำไมคุณถึงเหมือนเด็กแบบนี้ล่ะ”
เย่เนี่ยนโม่ปิดประตูเบาๆ เขานวดดวงตาที่อ่อนล้าแล้วเดินออกไปข้างนอก เมื่อเดินผ่านบันได เขาหันหน้าไปเห็นติงยียีนั่งอยู่บนขั้นบันไดโดยเอาหัวซุกอยู่ในอ้อมแขน หัวเล็กไปทีละนิดทีละนิด
เย่เนี่ยนโม่นั่งยองๆลงตรงหน้าติงยียี แล้วจ้องมองติงยียีอย่างละเอียด เขามองดูขนตาของติงยียีอย่างใกล้ชิดด้วยความสนใจ ไม่คาดคิดเลยว่าขนตาของทอมบอยคนนี้กลับยาวได้ขนาดนั้น
เย่เนี่ยนโม่เข้าไปใกล้ติงยียี แล้วอยากจะเอื้อมมือไปวัดขนตาของติงยียี ติงยียีส่ายหัวเล็กน้อยแล้วขยับเข้าไปใกล้ไหล่ของเย่เนี่ยนโม่
“เวลาที่ไม่พูดและสงบก็ค่อนข้างจะเป็นผู้หญิงอยู่นะ” เย่เนี่ยนโม่ยิ้มแล้วเอาศรีษะที่กำลังจะตกลงไปถึงช่องคอมาไว้ที่หน้าอกตนเอง ปิดตาแล้วหลับตาลงเพื่อการบำรุงรักษา
ติงยียีกลับไปยังเวทีที่อยู่ตรงกลางสนามกีฬาอีกครั้ง โคมไฟยังคงร่วงลงมา ทันใดนั้นตนเองก็กลายเป็นยักษ์สูงสองเมตรและคว้าหลอดไฟเอาไว้ ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บ ทุกคนยังคงวิ่งอยู่บนสนามอย่างมีความสุข แต่ว่าจู่ๆหลอดไฟที่อยู่ในมือกลับมีชีวิตขึ้นมา แล้วดิ้นรนวิ่งออกไปจากมือของเธอ และพุ่งเข้าหาลุงเย่ที่อยู่กลางเวที
“อย่าวิ่งนะ!” ติงยียีตะโกนเสียงดังแล้วดิ้นรนเพื่อจะตื่น จากนั้นก็เอามือลูบหัวที่ตกลงไปจนแทบจะแข็งทื่อแล้วร้องคร่ำครวญว่า : “เจ็บๆๆๆ!”
“ฉันทนเสียงกรนของเธอทั้งคืนไม่ไหวจริง” เย่เนี่ยนโม่ลุกขึ้น ทันใดนั้นร่างกายก็แข็งทื่อ เขาหมุนแขนตัวเองอย่างระมัดระวัง
ติงยียีมองไปยังเย่เนี่ยนโม่ที่กำลังแกว่งแขนอย่างประหลาดใจ นิ้วมือชี้ไปที่เย่เนี่ยนโม่แล้วชี้ที่ตัวเอง : “ฉันกับนายงั้นเหรอ?”
เย่เนี่ยนโม่เคลื่อนไหวอยู่นาน จนร่างกายที่แข็งทื่อรู้สึกดีขึ้นมาหน่อยและเป็นฝ่ายเดินออกไปก่อน ติงยียีเรียกเย่เนี่ยนโม่ให้หยุด : “ฉันไปเยี่ยมคุณลุงได้หรือเปล่า?”
เย่เนี่ยนโม่หันกลับมาแล้วจับมือติงยียีและเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วย ในห้องผู้ป่วย เย่เชินหลินมองเซี่ยชีหรั่นด้วยสายตาที่อ่อนโยน เซี่ยชีหรั่นมองเห็นติงยียีแล้วสีหน้าไม่มีความสุขขึ้นมาเล็กน้อย เธอรู้ว่าเธอไม่สามารถตำหนิเด็กคนนี้ได้ แต่ในใจก็อดไม่ได้ที่จะตำหนิ
“คุณลุงคุณป้า ขอโทษนะคะ” ติงยียีเอ่ยเสียงกระซิบ เซี่ยชีหรั่นหันหลังให้เธอแล้วเอ่ยอย่างเฉยเมยว่า : “เธอไปเถอะ เรื่องมันก็เป็นแบบนี้แล้ว”
“คุณป้าคะ!” ติงยียียังคงต้องการพูดอะไรบางอย่าง เย่เนี่ยนโม่ขยิบตาใส่ติงยียี ติงยียีจึงหันหลังกลับออกไปอย่างเศร้าๆ เย่เนี่ยนโม่เห็นว่าอารมณ์ของติงยียีนั้นย่ำแย่เกินไปแล้วจริงๆ เลยอยากจะตามออกไป แต่ถูกเซี่ยชีหรั่นหยุดไว้ที่ด้านหลัง “เนี่ยนโม่!”
ติงยียีเดินออกจากประตูโรงพยาบาลด้วยความเศร้าโศกแถมยังเกือบโดนรถ BMW สีขาวชนเข้าให้ แล้วรถ BMW สีขาวก็เลี้ยวเข้าไปจอดในโรงจอดรถอย่างรีบร้อน โม่เสี่ยวจุนพาไห่ฉิงฉิงและเย่ชูหวินไปในห้องผู้ป่วยของเย่เชินหลิน
“ชีหรั่น คุณไม่เป็นไรนะ!” ถึงแม้ว่าโม่เสี่ยวจุนจะคุยกับเซี่ยชีหรั่น แต่สายตาของเขาลอยไปทางเย่เชินหลินที่นอนอยู่บนเตียง สายตาของเขาเย็นชาเมื่อเห็นผ้าก๊อซพันรอบคอของเย่เชินหลินเป็นชั้นๆ
“คุณเนี่ย เห็นอยู่ชัดๆว่าเป็นห่วงแต่กลับไม่พูด” ไห่ฉิงฉิงและเซี่ยชีหรั่นมองหน้ากันแล้วยิ้ม โดยทุกคนไม่ได้เปิดเผยความเป็นห่วงของโม่เสี่ยวจุน
เย่เนี่ยนโม่เดินไปข้างๆเย่ชูหวินแล้วกระซิบว่า : “ติงยียีเพิ่งไปไม่นาน ตอนนี้น่าจะยังตามทัน” เย่ชูหวินเงยหน้ามองเย่เนี่ยนโม่ทันใดนั้นก็เหวี่ยงหมัด
“เนี่ยนโม่! ชูหวิน! พวกเธอกำลังทำอะไร!” เซี่ยชีหรั่นรีบก้าวมาข้างหน้าเพื่อหยุดเขา เย่เนี่ยนโม่ประหลาดใจอยู่ชั่วครู่ จากนั้นหันกลับมาแล้วต่อยชูหวินไปหนึ่งหมัด แล้วตะโกนเสียงต่ำว่า : “ชูหวิน นายบ้าไปแล้ว!”
เย่ชูหวินไม่ได้พูดอะไร ส่งเสียงอู่อี้แล้วต้องการก้าวมาข้างหน้า โม่เสี่ยวจุนตะโกน : “พอได้แล้ว ไร้สาระจริงๆ เก่งกันนักก็ออกไปสู้ข้างนอกเลย!”