ตอนที่ 1425
ตอนที่ 1425 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1325
October 28, 2026
เธอก้มหัวลงเพื่อดูสุนัขที่นอนอยู่บนเตียงของโรงพยาบาลโดยไม่รู้ตัว สุนัขเองก็มองเธอเช่นกัน “งั้นก็เรียกว่าแพนด้า แล้วกัน หวังว่ามันจะได้พบกับคนที่เห็นมันเหมือนเป็นสมบัติล้ำค่า” ติงยียีลูบหัวของแพนด้า มันเลียเธอ ดูเหมือนว่าจะพอใจกับชื่อใหม่ของตนเอง
หลังจากทำแผลของแพนด้าเสร็จแล้ว เย่ชูหวินต้องการส่งเธอกลับแพนด้ากลับบ้าน ติงต้าเฉินที่มีธุระกระทันหันได้สังกำชับอยู่สองสามคำแล้วออกไป
ติงยียีอุ้มแพนด้า เอาไว้แล้วข้ามถนนพลางเล่นกับมันไปด้วย จึงไม่เห็นว่าสัญญาณไฟเขียวเปลี่ยนเป็นสีแดงแล้ว เพิ่งจะก้าวเท้าออกไปได้ก้าวเดียวก็ถูกรั้งเอาไว้
“เธออยากทำให้ฉันตกใจตายหรือไง!” ความตื่นตระหนกบนใบหน้าของเย่ชูหวินยังไม่จางหายไป เธอยิ้มขอโทษ เย่ชูหวินดึงแพนด้ามาจากมือของเธอ โดยที่มือยังจับติงยียีไว้ไม่ยอมปล่อย
เมื่อไฟเขียว เย่ชูหวินดึงติงยียีข้ามถนน สายตาของติงยียีอยู่บนมือของทั้งสองคนที่จับมือของกันและกัน หัวใจก็เต้นตุบๆ คำสารภาพในห้องเก็บอุปกรณ์ได้โผล่กลับเข้ามาอีกครั้งในหัวสมอง
เย่ชูหวินจับมือเธอไปตลอดทาง ไม่มีใครพูดอะไร กลางฝ่ามือมีเหงื่อที่เหนียวเล็กน้อยไหลซึมออกมา ซึ่งแยกไม่ได้ว่าใครกันแน่ที่กำลังเป็นประหม่า
เย่ชูหวินจูงมือติงยียีเดินเข้าไปในซอยและฝีเท้าได้หยุดลง ติงยียีหันไปมองด้านข้าง เย่เนี่ยนโม่ยืนพิงประตูบ้านของเธอพร้อมกับเอาสองมือล้วงกระเป๋า เมื่อเห็นพวกเขาสองคน สายตาของเย่เนี่ยนโม่ก็ตกไปอยู่ที่สองมือของพวกเขาที่กุมกันไว้อัตโนมัติ
เย่เนี่ยนโม่ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเอง ที่เขามาในวันนี้ก็เพื่อจะขอโทษติงยียี หลังจากที่มองเห็นมือของเธอกับเย่ชูหวิน ทันใดนั้นก็เกิดความโมโหขึ้นในใจ เขากดทับความรู้สึกไม่สบายใจเอาไว้ พลางยิ้มแล้วพูดว่า : “ดูเหมือนว่าฉันจะมาไม่ถูกเวลานะ”
ติงยียีปล่อยมือเย่ชูหวินโดยไม่รู้ตัว เย่เนี่ยนโม่เพิ่งจะทำเรื่องแบบนั้นกับเธอเมื่อวานนี้ วันนี้ก็มาจับมือกับชายหนุ่มอีกคน เธอรู้สึกแปลกๆ
เย่ชูหวินพูดกับเธอโดยไม่แสดงอาการว่า : “เนี่ยนโม่ พวกนายคุยกันไปเถอะนะ ฉันจะพาแพนด้า เข้าไปในบ้านก่อน”
ติงยียีพยักหน้าแล้วเข้าไปใกล้ด้านหน้าของเขาพร้อมกับลูบหัวแพนด้า มันช่างเป็นภาพที่ดูสนิทสนมกลมเกลียวกัน มือของเย่เนี่ยนโม่ที่อยู่ในกระเป๋ากำแน่นมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“ถ้าหากว่านายจะมาขอโทษล่ะก็ ไม่จำเป็นหรอก เพราะว่าฉันโกรธมาก” ติงยียีก้มหน้าและแตะก้อนหินตรงข้างเท้า
“พวกเธอคบกันแล้วเหรอ?” เย่เนี่ยนโม่พูดโดยไม่แสดงอารมณ์ เธอส่ายหน้า แต่ที่มุมปากมีรอยยิ้มที่ไม่สามารถควบคุมได้ เย่เนี่ยนโม่พูดอย่างชัดเจนว่า : “วันนั้นฉันไม่ได้ตั้งใจจริงๆ สำหรับฉันแล้วเป็นเพื่อนที่สำคัญมากของฉันมาตลอด ฉันไปก่อนล่ะ”
เย่เนี่ยนโม่ขับรถออกมาไกลแล้วถึงได้จอดและแตะที่หัวใจของตนเองโดยไม่รู้ตัว ความรู้สึกแปลกๆก่อนหน้านี้ปรากฏขึ้นอีกครั้ง แถมมันยังรุนแรง รุนแรงจนเขาไม่อาจต้านทานได้
“เนี่ยนโม่ไปแล้วเหรอ?” เย่ชูหวินถามติงยียีขณะที่เล่นกับแพนด้า เธอพยักหน้า เมื่อกี้นี้เขาบอกว่าเห็นเธอเป็นเพื่อน มันน่าตลกจริงๆเลย
“เกิดอะไรขึ้นกับพวกเธอเหรอ?” เย่ชูหวินวางแพนด้า ลง พลางเดินไปตรงหน้าเธอแล้วเอ่ยขึ้น เธอส่ายหัว เพราะไม่ต้องการให้ปัญหาของเธอส่งผลกระทบถึงเย่ชูหวิน
เย่ชูหวินรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยและพูดอย่างรวดเร็วว่า : “พรุ่งนี้มีงานแสดงเครื่องประดับอยากไปด้วยกันไหม?”
“ของคุณน้าเชี่ยสินะ!” ติงยียีกลับมามีชีวิตชีวา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม สำหรับเธอแล้วงานแสดงเครื่องประดับของเซี่ยชีหรั่นนั้นมีแรงดึงดูดอย่างมาก
เขาพยักหน้าและเอ่ยชวน : “ไปด้วยกันนะ” เมื่อเห็นท่าทางที่จริงจังของเขา ติงยียีก็ยิ้มพร้อมกับตอบตกลง : “โอเค!”
ในตอนเย็น ติงยียียังคงโทรหาซ่งเมิ่นเจ๋ แต่ก็ยังไม่มีคนรับสายเ เดาได้เลยว่าอีกฝ่ายใส่เธอเข้าไปในบัญชีดำแล้วสินะ
ดูเหมือนว่าแพนด้าที่อยู่ข้างๆจะรู้สึกได้ถึงความเศร้าของเธอ มันจึงแลบลิ้นออกมาแล้วเลียหลังมือเธอ ติงยียีลูบหัวแพนด้า แล้วเดินเข้าไปในตู้เสื้อผ้า
ตรงมุมตู้ยังมีชุดเดรสที่เย่เนี่ยนโม่มอบให้เธอวางไว้อยู่ เธอหยิบชุดออกมาแล้วทำท่าทางต่างๆอยู่หน้ากระจก เธอยิ้มขณะมองดูตนเองเหมือนเป็นคนแปลกหน้าในกระจก เธอนี่ไม่เหมาะกับการชุดเจ้าหญิงเลยจริงๆ
“ยียี มีพัสดุของลูกมาส่ง” ติงต้าเฉินเปิดประตูเข้ามาแล้วส่งพัสดุให้เธอ ติงยียีรับมาแล้วแกะห่อด้วยความแปลกใจ
ในกล่องของขวัญมีชุดเดรสสีชมพู รองเท้าส้นสูงประดับพลอยเม็ดเล็กๆและยังมีจดหมายที่เขียนสั้นๆง่ายๆฉบับหนึ่ง บนจดหมายมีตัวอักษรที่สัมผัสได้ถึงพลัง
“พรุ่งนี้เก้าโมงครึ่ง เย่ชูหวิน”
ติงยียีดึงหนังสือออกมาจากตู้หนังสือเล่มหนึ่งแล้วใส่จดหมายเข้าไปในหนังสือ แล้ววางกล่องของขวัญและชุดเดรสโดยไม่มีการแตะต้องใดๆไว้ที่มุมที่ลึกที่สุดของตู้เสื้อผ้า
วันรุ่งขึ้นเย่ชูหวินมองดูเธอที่สวมเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ธรรมดาๆแล้วไม่พูดอะไร และขับรถตรงไปยังที่สถานที่จัดงาน เย่ชูหวินขับรถไปจอด ขณะที่ติงยียีรอเขาอย่างหมดอาลัยตายอยาก
มีรถหรูสามคันขับมาที่ด้านหน้าและจอดพร้อมกัน เย่ชูฉิงและหลี่ยี่ซวนลงจากรถคันกลาง บอดี้การ์ดกระจายตัวคุ้มโดยรอบอย่างรวดเร็ว
“ชูฉิง!” ติงยียีเข้ามาหา เย่ชูฉิงไม่มองเธอ และเธอไม่มีโอกาสได้เข้าใกล้เลย
บอดี้การ์ดเข้ามาขวางตรงหน้าอย่างรวดเร็ว “คุณหนู นี่คือเพื่อนของคุณหรือเปล่าครับ?” บอดี้การ์ดคนหนึ่งเอ่ยถาม