ตอนที่ 1429
ตอนที่ 1429 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1329
October 28, 2026
“ใช่แล้วครับกำลังรอหาแม่ให้ลูกอยู่ครับ ผู้หญิงที่สวยงามแบบคุณส้งไม่ต้องห่วงเลยสินะครับว่าจะไม่มีคนตามจีบ” สายตาของชายหนุ่มล่องลอยอยู่บนร่างของซ่งเมิ่นเจ๋ เธอเอนตัวพิงไปด้านข้างแล้วขยับตัวอย่างอึดอัด
ติงยียีได้ยินคำพูดเหล่านี้เมื่อมาถึงปากประตูห้องส่วนตัว อยากจะดันประตูเข้าไปแต่ถูกพนักงานเสิร์ฟขวางประตูไว้ “คุณผู้หญิง เข้าไปไม่ได้นะ”
"ฉันเป็นพนักงานเสิร์ฟที่มาใหม่น่ะ” ติงยียีพูดโดยเรียนรู้มาจากฉากในละคร พนักงานเสิร์ฟมองเธอซ้ำไปซ้ำมาแล้วหันหน้าไปไม่สนใจเธอ
ติงยียีกัดฟันแล้วหยิบสามร้อยหยวนออกมาแล้วยื่นให้พนักงานเสิร์ฟ : “ฉันขอเปลี่ยนสถานะกับคุณได้ไหม ฉันจะอยู่จนงานเลี้ยงจบเท่านั้นเอง เพื่อนของฉันอยู่ข้างใน”
พนักงานเสิร์ฟกวาดสายตามองเงินในมือแล้วใจเต้น สามร้อยหยวนเท่ากับค่าแรงสามวันจึงพยักหน้า ในห้องส่วนตัว ส้งซูหาวมองดูซ่งเมิ่นเจ๋ที่นั่งโง่อยู่ที่เดิมจึงเอ่ยว่า : “เมิ่นเจ๋ ไปดื่มแสดงความเคารพ ผู้อำนวยการจาง สิ ผู้อำนวยการจาง ชอบลูกมากนะ”
ซ่งเมิ่นเจ๋ตอบเสียงค่อยแล้วแล้วลุกขึ้นพลางหยิบขวดเหล้าขึ้นมาเขย่าดู แล้วพูดว่า : “เหล้าหมดแล้ว” มันไม่ง่ายเลย ส้งซูหาวตะโกน : “พนักงานเสิร์ฟ เอา XOเพิ่มอีกสองขวด”
ประตูเปิดออกอย่างรวดเร็ว พนักงานเสิร์ฟร่างเล็กเดินเข้ามาพร้อมกับขวดเหล้า ซ่งเมิ่นเจ๋มองดูติงยียีที่แกล้งทำเป็นพนักงานเสิร์ฟและถือถือขวดเหล้าเดินไปหาผู้อำนวยการจาง ด้านหน้าด้วยท่าทางที่มึนงง
“แขกผู้มีเกียรติ ฉันจะเทเหล้าให้นะคะ” ติงยียีจงใจเทเหล้าด้วยมือที่สั่นเทา เหล้าครึ่งขวดถูกเทลงไปบนเสื้อของชายผู้นั้น
“เธอทำแบบนี้ได้ไงเนี่ย!” ผู้อำนวยการจางผลุดขึ้นเต้นเร่าๆด้วยความโกรธและคำราม ติงยียีก้มหน้าแล้วกล่าวขอโทษไม่หยุด : “ขอโทษด้วยค่ะ ขอโทษด้วย”
ส้งซูหาวที่อย่ข้างๆนั้นจำเธอได้ เขาอยากจะกล่าวเตือนก็พูดไม่ได้อีก ใบหน้าของเขากลายเป็นสีตับหมูที่ดำคล้ำ ชายหนุ่มมองแล้วมองอีกไปที่ซ่งเมิ่นเจ๋และอยากทิ้งความประทับใจให้อีกฝ่าย เขาโบกมือพร้อมกับหยิบแก้วเหล้าขึ้นมาแล้วกล่าวว่า : “ช่างเถอะ ฉันเป็นคนใจกว้าง มา คุณส้ง ผมจะดื่มให้คุณ”
ซ่งเมิ่นเจ๋ยื่นแก้วเหล้าออกไปอย่างลังเล สายตาของผู้อำนวยการจางจับจ้องที่บนหน้าอกของเธอ แก้วเหล้าของทั้งสองใกล้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ติงยียีคว้าแก้วเหล้าของทั้งคู่แล้วดื่มจนหมดเกลี้ยงติดๆกัน
คนในที่นั้นต่างตกตะลึง ซ่งเมิ่นเจ๋มองเธออย่างงุนงง ผู้อำนวยการจางโกรธจนพูดออกมายอย่างไม่ลังเลยว่า : “ฉันจะร้องเรียนเรื่องเธอ ฉันต้องการร้องเรียนกับผู้จัดการของพวกเธอ!”
“นี่ ผู้อำนวยการจาง วันนี้ล้วนแต่เป็นอุบัติเหตุทั้งนั้นเลย ถ้าอย่างนั้นพวกเราไปกินต่อที่โรงแรมอื่นดีไหม?” ส้งซูหาวรีบเอ่ยทักเขา ผู้อำนวยการจาง โบกมือแล้วเอ่ยว่า : “พี่ส้ง ผมรู้ว่านี้ไม่ใช่ปัญหาของคุณเช่นกัน วันนี้ผมไม่กินมื้อนี้แล้ว ขอตัวก่อนล่ะ”
ชายหนุ่มเหลือบมองซ่งเมิ่นเจ๋แล้วสาวเท้าเดินจากไป ส้งซูหาวรีบไล่ตามไป ซ่งเมิ่นเจ๋ที่อยู่ด้านหลังต้องการตามไป
“เมิ่นเจ๋” ติงยียีหยุดเธอเอาไว้แล้วพูดเสียงค่อยว่า : “ฉันรู้สึกเสียใจมากจริงๆนะ ซ่งเมิ่นเจ๋ชะงักเท้าลงชั่วขณะแล้วเปิดประตูจากไป
วันรุ่งขึ้นที่มหาวิทยาลัย รถที่มีป้ายตระกูลเย่จอดอยู่หน้าประตูมหาวิทยาลัย ใครมาจากตระกูลเย่งั้นเหรอเย่? เนี่ยนโม่ยังนอนอยูที่โรงพยาบาลแล้วใครจะมาที่มหาวิทยาลัยล่ะ?
ติงยียีกำลังจะไปทำตารางการเรียนการสอนที่สำนักงานของมหาวิทยาลัยจึงพบกับแม่บ้านที่โถงทางเดิน เข้า“สวัสดีค่ะ” เธอกล่าวทักทาย
ในมือของแม่บ้านถือข้อมูลกองใหญ่แล้วพยักหน้าให้ติงยียี ติงยียีกวาดตามองทันที มันคือใบสมัครเข้าเรียน ใครจะเข้าเรียนกันนะ และในไม่ช้าเธอก็ได้รู้แล้ว
เย่ชูฉิงเดินออกมาจากสำนักด้วยชุดอันสวยงาม เมื่อเห็นเย่ชูฉิงเธอก็ทักทายอย่างมีความสุข “เธอจะมาเรียนที่นี่งั้นเหรอ?”
เย่ชูฉิงพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า : “ฉันตัดสินใจสอบเข้าที่มหาวิทยาลัยนี้ค่ะ วันนี้เลยมารับข้อมูลที่เกี่ยวข้อง”
“แต่ว่ามหาวิทยาลัยZไม่มีสาขาวิชาเบเกอรี่นะ” ติงยียีพูดอย่างสงสัย เมื่อเห็นความหม่นหมองบนใบหน้าของเธอ ติงยียีก็พูดออกมาอย่างชัดเจนว่า : “ไห่โจ๋ซวน”
เย่ชูฉิงพยักหน้า เพื่อไห่โจ๋ซวนล้วน เย่ชูฉิงทิ้งโอกาสที่จะได้ไปเรียนทำเบอเกอรี่ถึงฝรั่งเศส เธอครุ่นคิดเกี่ยวกับทางเลือกนี้เป็นเวลานาน แต่ในตอนที่เธอตัดสินใจจริงๆแล้ว เธอพบว่าตนเองไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย
“คุณลุงคุณน้าและเนี่ยนโม่รู้หรือเปล่า?” ติงยียีเอ่ยถาม เธอส่ายหัวแล้วพูดอย่างสนุกสนานว่า : “พี่ยียีต้องเก็บไว้เป็นความลับนะคะ”
ทั้งสองพูดคุยกันอีกครู่หนึ่ง ซ่งเมิ่นเจ๋เองก็มารับข้อมูลการสอนพอดีเช่นกัน เมื่อเห็นติงยียีและเย่ชูฉิงก็ไม่ได้กล่าวทักทาย เธอเข้าไปในสำนักงานโดยไม่แม้แต่จะเหลือบตามอง
“พวกเธอทะเลาะกันแล้ว” เย่ชูฉิงมองไปทางเธออย่างสงสัย ติงยียีฝืนยิ้มพลางพยักหน้า ทั้งสองคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง ติงยียีก็ไปส่งข้อมูล
เย่ชูฉิงกำลังจะไปพอดีก็มองเห็นซ่งเมิ่นเจ๋ที่ยื่นเอกสารเสร็จแล้วออกมาจากสำนักงานพอดีจึงส่งเสียงว่า : “พี่เมิ่นเจ๋คะ”
ซ่งเมิ่นเจ๋หันไปมองเธอ เพราะมีสาเหตุมาจากไห่โจ๋ซวน ทั้งสองจึงไม่ค่อยได้ติดต่อพูดคุยกันมากนัก “พี่ยียีเป็นคนดีมากจริงๆนะคะ”
ซ่งเมิ่นเจ๋ยิ้มแล้วหมุนตัวจะเดินจากไป เธอไล่ตามและพูดด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นว่า : “พี่ยียีให้ความสำคัญกับคุณจริงๆนะคะ”
“ถ้าหากให้เธอต้องเลือกระหว่างยียีกับไห่โจ๋ซวนเพียงคนเดียว แล้วเธอจะเลือกใครกันล่ะ?” ซ่งเมิ่นเจ๋เอ่ยถาม เย่ชูฉิงมองดูเธอด้วยความลำบากใจ คำถามนี้ไม่ต้องถามเธอคำตอบก็เหมือนกัน
ซ่งเมิ่นเจ๋มองดูท่าทางการแสดงออกเธอก็รู้คำตอบแล้ว เธอพูดเสียงราบเรียบว่า : “ฉันเองก็ชอบโจ๋ซวน ดังนั้นเธอจึงถูกกำหนดให้เลือกเป็นเพื่อนระหว่างฉันกับเธอได้แค่คนเดียวเท่านั้น”
สติของเย่ชูฉิงกลับคืนมาเมื่อรู้ว่าคนเดินไปไกลแล้ว พี่ยียีกับพี่เมิ่นเจ๋ทั้งสองคนทะเลาะกันเพราะตนเองงั้นเหรอ?
“คุณหนูเป็นอะไรหรือเปล่า?” แม่บ้านหยิบข้อมูลออกมาจนเสร็จแล้วมองเห็นเย่ชูฉิงที่ยืนนิ่งจึงเอ่ยถาม