ตอนที่ 1453
ตอนที่ 1453 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1353
October 28, 2026
ที่ร้านอาหารในวันรุ่งขึ้น หลังจากติงยียีส่งอาหารที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้าเสร็จ ผู้จัดการร้านอาหารได้กล่าวอย่างเกรงใจ : “ ยียีจ้ะ มีออเดอร์หนึ่งที่เพิ่งเพิ่มเข้ามา ไม่เยอะแค่สิบชุด เธอจะสามารถไปส่งอีกครั้งได้ไหม อยู่ที่ตึกทำงานของเธอเลย แต่ว่ารายละเอียดอีกฝ่ายนั้นไม่ได้บอกไว้ เมื่อไปถึงเธอโทรหาเขาได้เลย”
ติงยียีพยักหน้าตอบรับอย่างไม่ลังเลใจ มีออเดอร์เพิ่มก็มีรายได้เพิ่ม ถือข้าวกล่องแล้วเข้าไปที่บริษัทหลินซื่อ มีบางคนที่รู้จักเธอต่างหันหน้ามามอง
ประตูกระจกของบริษัทหลินซื่อได้เปิดออก มีคนหนึ่งเดินผ่านเข้ามาท่ามกลางการรายล้อมของผู้คน เย่เนี่ยนโม่มองเห็นติงยียีที่ถือถุงเล็กใหญ่พะรุงพะรังจึงขมวดคิ้วขึ้น เขาได้ให้ผู้จัดการร้านอาหารไม่ให้เธอส่งอาหารมากมายขนาดนั้นแล้วไม่ใช่เหรอ!
ติงยียีไม่ทันสังเกตเห็นเย่เนี่ยนโม่ เธอที่กำลังพยายามทำให้กล่องอาหารนั้นสมดุลกัน เลขาฯของเย่เนี่ยนโม่หันมองไปมองเย่เนี่ยนโม่เพื่อรอรับคำสั่งจากเขา
ดวงตาที่ลึกล้ำของเย่เนี่ยนโม่ เดินไปข้างหน้าสองสามก้าวแล้วหยิบอาหารกล่องมาถือไว้ครึ่งหนึ่ง “คุณ···” ติงยียีมองเขาด้วยความมึนงง
เย่เนี่ยนโม่แย่งเข้าไปในลิฟต์ก่อน จากนั้นเลิกคิ้วมองเธอ ติงยียีจึงพรวดพราดเข้าในลิฟต์ไปอย่างรวดเร็ว เหล่าผู้ใส่สูทรองเท้าหนังทั้งหลายมองผู้จัดการทั่วไปของพวกเขาถือข้าวกล่องหายวับเข้าไปในลิฟต์
เมื่อออกจากตัวลิฟต์ โทรศัพท์ดังขึ้น เย่เนี่ยนโม่ได้รับสาย และส่งสัญญาณให้ติงยียีเข้าไปในห้องก่อน ติงยียีเห็นเขาไม่มีทีท่าจะยื่นกล่องอาหารให้ตัวเอง เธอจึงทำได้เพียงโทรศัพท์
“เอ่อ พวกเราอยู่ชั้น12 ห้องb คุณมาได้เลย” เสียงจากโทรศัพท์นั้นคุ้นมาก ที่อยู่ที่แจ้งมาก็ยิ่งคุ้นใหญ่ นั่นไม่ใช่ห้องสำนักงานของตัวเองเหรอ
ติงยียีสูดลมหายใจเข้าลึก ถือข้าวกล่องเข้าไปในห้องสำนักงาน เพื่อนร่วมงานหญิงไม่คิดว่าเธอจะมาส่งอาหารที่ห้องสำนักงานจริงๆ วันนี้ตอนที่เธอออกไปทานข้าวนั้นเห็นติงยียีเข้า จึงต้องการจะกลั่นแกล้งเพื่อให้เธอขายหน้า
“เพื่อนร่วมงานคนไหนได้สั่งข้าวกล่องไว้เหรอ” ติงยียียกข้าวกล่องที่อยู่ในมือขึ้น ในห้องสำนักงานเงียบอย่างเป่าสาก เพื่อนร่วมงานหญิงคนเดิมหัวเราะขึ้น “ฉันๆ! คุณไรเดอร์ เอาให้ฉันหนึ่งกล่อง!”
คนรอบข้างบางคนเริ่มมองเพื่อนร่วมงานหญิงคนนั้นอย่างไม่พอใจ การจงใจหลอกเพื่อนร่วมงานที่รับงานพาร์ทไทม์มาทำให้อับอายขายหน้าที่สำนักงาน เป็นการกระทำที่เกินไปจริงๆ เพื่อนร่วมงานบางคนที่ถูกเพื่อนร่วมงานหญิงหลอกให้สั่งอาหารได้ทยอยกันไปหยิบกล่องอาหาร
“ทำไมยังเหลืออีกห้ากล่องที่ไม่ได้รับ” เพื่อนร่วมงานหญิงกล่าวอย่างไม่เกรงใจ อ้าวเสว่ที่บังเอิญผ่านมาพอดี จึงมองดูเหตุการณ์อยู่ข้างๆ
“ที่เหลืออยู่ที่นี่” เย่เนี่ยนโม่ถือถุงข้าวกล่องเข้ามา เกิดอะไรขึ้น ผู้จัดการทั่วไปของบริษัทเย่ซื่อ แฟนหนุ่มของอ้าวเสว่ไปส่งข้าวกล่องด้วยกันกับติงยียี!
อ้าวเสว่กระทืบเท้าหันหลังแล้วจากไป ที่เธอข่มกลั้นไว้ไม่ได้แปลว่าเธอจะยอมถอย ติงยียี เธอทำให้ฉันเจ็บปวด ฉันจะต้องให้เธอชดใช้เท่าตัว แล้วกลับไปนั่งลงที่นั่งในห้องทำงาน จากนั้นอ้าวเสว่ก็โทรศัพท์ไปหาหมายเลขหนึ่ง: “น้าเซี่ยคะ วันนี้พวกเรานัดคุณน้าไห่ไปเดินช้อปปิ้งด้วยกันหน่อยไหมคะ”
นอกห้องสำนักงาน ติงยียีส่งอาหารเสร็จก็กลับมานั่งที่ตำแหน่งของตัวเอง เย่เนี่ยนโม่เห็นเธอไม่สนใจตัวเอง สติจึงหลุด เข้าไปกระชากแขนของเธอแล้วลากออกไปข้างนอก
“เย่เนี่ยนโม่คุณทำอะไร ที่นี่คือบริษัทนะ” ติงยียีไม่อยากให้คนอื่นเข้าใจว่าตัวเองนั้นการดำรงชีพด้วยการอาศัยเศรษฐี
“บาดแผลบนมือทำไมถึงยังไม่ทายา” เย่เนี่ยนโม่ขวางเธอไว้ไม่ให้เธอไป ติงยียีจึงนำหลังมือที่ยังคงแดงเล็กน้อยไปแอบไว้ข้างหลัง ไม่พูดไม่จา
“ทายาหรือจูบผม เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง” เย่เนี่ยนโม่กล่าวเบาๆ และทำท่าจะใกล้เข้าไป ติงยียีข่มอารมณ์ที่จู่ๆพลุ่งพล่านขึ้น แสร้งทำเป็นนิ่งแล้วกล่าวว่า: “คุณเป็นคนรักของอ้าวเสว่ ทำไมถึงมาพูดกับฉันแบบนี้”
เย่เนี่ยนโม่ปล่อยตัวเธอ แล้วเอนตัวพิงกำแพงที่อยู่ด้านหลังจากนั้นกล่าวขึ้น : “เดิมทีผมยังมีน้องชายอีกคนหนึ่ง แต่ว่าเขาเสียชีวิตเพราะสาเหตุบางอย่าง คุณแม่ของผมต้องการให้คุณพ่อผมเชื่อมั่นในตัวเธอ แต่ว่าสุดท้ายคุณพ่อก็เลือกที่จะปล่อยมือคุณแม่ของผม ปล่อยให้พวกผมระเหเร่ร่อนอยู่ข้างนอกนานสองนาน ถ้าหากครั้งนี้ผมขอให้คุณเชื่อมั่นในตัวผม คุณจะทำไหม”
ติงยียีน้ำเสียงแหบแห้ง เธออยากจะพยักหน้าในวินาทีนั้น เธออยากจะตะโกนดังๆว่าทำ แต่ว่าสมองกลับไม่เชื่อฟัง “พูดตลกอะไรกัน ฉันไม่มีทางทำอย่างแน่นอน!” ติงยียีใช้เสียงดังในการกลบเกลื่อนอาการร้อนตัวของตัวเอง
“เหรอ” เย่เนี่ยนโม่กล่าวอย่างไม่ประหลาดใจ มองนาฬิกาข้อมือตัวเองแล้วก็โบกมือให้กับเธอ จากนั้นก็ตรงไปที่ลิฟต์ “เย่เนี่ยนโม่ ฉันได้ตอบตกลงคบกับเย่ชูหวินแล้ว พวกเรามีความสุขดี ฉันไม่อยากให้สิ่งปัจจัยอื่นที่ไม่แน่นอนมาขวางกั้นระหว่างเรา”
เย่เนี่ยนโม่หยุดชะงักเท้า มองไปด้านหน้า ตรงหน้าคือเย่ชูหวินที่ไม่รู้ว่ายืนนานแค่ไหนแล้ว สายตาของเขาตกกระทบไปที่ร่างของติงยียี อ่อนโยนและดึงดัน
“ผมไม่มีทางยอมแพ้” เย่เนี่ยนโม่ทิ้งคำพูดแล้วก็สาวเท้าก้าวยาวดุจดาวตกแล้วจากไป ติงยียีมองเย่ชูหวินเดินเข้ามาหาตัวเองด้วยสีหน้างงงวย จ้องมองเธอแล้วกล่าวด้วยน้ำเสียงเบาๆ : “ นี่น่าจะเป็นครั้งที่สองที่เป็นการสารภาพกับผมใช่ไหม”
ติงยียีก้มศีรษะลง ใบหน้าแดงก่ำ จนกระทั่งมือถูกจูงขึ้น เย่ชูหวินพาเธอกระโดดงานแล้วขึ้นไปบนดาดฟ้าอย่างเปิดเผยเพื่อไปนอนหลับ!
ยุ่งกับงานมาตลอดทั้งวัน เย่เนี่ยนโม่จึงกลับบ้าน พ่อบ้านได้กล่าวว่า: “นายหญิงกับคุณอ้าวเสว่ออกไปด้านนอกด้วยกันแล้วครับ”
อ้าวเสว่ เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้วขึ้น ช่วงนี้อ้าวเสว่มาที่บ้านบ่อยจัง เย่เชินหลินเดินออกมาจากห้องหนังสือ แล้วกล่าวขึ้น : “แกเข้ามาหน่อย”
ในห้องหนังสือ เย่เชินหลินตบลงบนโต๊ะจากนั้นกล่าว : “เกิดอะไรขึ้น” เย่เนี่ยนโม่กำลังอยากจะพูดว่าไม่เป็นไร แต่ถูกแววตาที่แหลมคมของเย่เชินหลินมองอย่างเชือดเฉือน เขาจึงหยุดชะงักแล้วกล่าวขึ้น: “อ้าวเสว่เเธอมีภาวะโรคซึมเศร้า”
เย่เชินหลินเข้าใจอย่างแจ่มแจ้ง โกรธจนตบใส่โต๊ะ: “เหลวไหล!”
เย่เนี่ยนโม่มองเขาอย่างแน่วนิ่ง แล้วกล่าวอย่างไม่สะทกสะท้านเกรงกลัว : “ผมไม่สามารถทำแบบไร้ปรานีแบบพ่อได้”
“คนที่แกชอบคือผู้หญิงที่ชื่อติงยียีคนนั้น?” เย่เชินหลินสงบสติครู่หนึ่งแล้วระงับไฟโกรธลง เย่เนี่ยนโม่ควรจะได้รับความสุข