ตอนที่ 1452
ตอนที่ 1452 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1352
October 28, 2026
ติงยียีไม่รู้ว่าทำไมตัวเองถึงกระทำเช่นนั้นออกมา ถึงอย่างไรความสัมพันธ์พวกเขาตอนนี้คือคู่รักกัน เย่ชูหวินดูออกถึงความทุกข์ของเธอ ยื่นปลาที่ได้แกะก้างออกแล้วใส่เข้าไปในถ้วยของเธอ จากนั้นกล่าว:“ใจเย็นๆไม่ต้องรีบ”
หลังจากที่เย่ชูหวินจากไป ติงยียีเดินมาที่ด้านหน้าห้องสำนักงาน จากนั้นสูดหายใจเข้าลึกๆ ตัวเองจะต้องสู้ๆ! แล้วเดินเข้าประตู เสียงเอะอะโวยวายก็ดังลอยขึ้น
“สร้อยทองของฉันหายไปไหนแล้ว” เพื่อนร่วมงานหญิงคนหนึ่งตามหารอบๆ ติงยียีนั่งไปที่ตำแหน่งของตัวเอง เพื่อนร่วมงานหญิงคนนั้นปกติชอบวางอำนาจระรานคน ดังนั้นเธอจึงไม่อยากจะไปสนใจยั่วโมโหเธอ
“แค่เปิดดูตู้ลิ้นชักของทุกคน ก็จะรู้แล้วไม่ใช่เหรอว่าใครเป็นคนเอาไป!” เพื่อนร่วมงานที่ค่อนข้างสนิทกับเพื่อนร่วมงานหญิงกล่าวขึ้น
หลายคนรีบเปิดตู้ลิ้นชักของตัวเอง พลิกคว่ำลิ้นชักราวกับอยากพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง
เพื่อนร่วมงานหญิงมองดูรอบๆ จากนั้นสายตาก็ตกกระทบไปที่ข้อมือของอ้าวเสว่ ที่บังเอิญสร้อยข้อมือบนแขนของอ้าวเสว่นั้นเหมือนกับของตัวเองพอดี
“ทำไม สงสัยฉันเหรอ” อ้าวเสว่มองเธออย่างไม่เกรงใจ เสียงรองเท้าส้นสูงดังกระทบพื้น อ้าวเสว่เดินมาที่ด้านหน้าของเพื่อนร่วมหญิง พลางปลดสร้อยข้อมือพลางกล่าวขึ้น : “ ต้องการให้ฉันนำสร้อยมือให้เธอตรวจเช็คดูไหม”
“ไม่ต้อง ฉันไม่ได้สงสัยเธอ” เพื่อนร่วมงานหญิงตกใจกับท่าทางของเธอ ได้ยินว่าเธอมีเส้นมีสายด้วยก็ยิ่งไม่กล้ามีเรื่อง สายตาจึงเบนไปทางติงยียีที่ซึ่งไม่ได้มองตัวเองเลย
ติงยียี ฉันขอดูลิ้นชักของเธอหน่อยได้ไหม” เพื่อนร่วมงานหญิงกล่าวอย่างหงุดหงิด ถูกอ้าวเสว่ทำเสียหน้าก่อนหน้านี้ เธอจึงอยากหาที่ระบาย
“ตอนที่พักช่วงกลางของวันนี้ฉันไม่ได้อยู่ที่สำนักงาน” ติงยียีไม่ชอบสายตาที่มองสำรวจและน้ำเสียงที่จับผิดของเธออย่างมาก
“ไม่ใช่ช่วงกลางวันของวันนี้ ก็สามารถเป็นช่วงเวลาอื่นเวลาใดก็ได้” เพื่อนร่วมงานหญิงเห็นท่าทางเธอดูไม่โกรธเท่าไหร่ จึงยิ่งอวดเบ่งขึ้น
ติงยียีไม่อยากจะเสียเวลาคุยกับเธอ จึงหันหลังแล้วจ้องไปที่คอมพิวเตอร์โดยไม่สนใจเธอ เพื่อนร่วมงานหญิงรู้สึกตัวเองเหมือนถูกท้าทาย ก้าวเดินมาข้างหน้าสองสามก้าวแล้วคว้าไหล่ของเธอไว้ ติงยียีจึงสะบัดทิ้ง อีกฝ่ายจึงยืนไม่ตรงเนื่องจากใส่รองเท้าส้นสูง ก็เลยเซแล้วล้มลงไปกองกับพื้น
สักพักที่เกิดเหตุจึงอลหม่าน มีทั้งคนมุงดู มีทั้งคนสงสัยติงยียี เหล่าเพื่อนร่วมงานที่อายุค่อนข้างมากหน่อยบางคนมองแล้วถึงกับส่ายหัว
“เกิดอะไรขึ้น!” เสียงดังลอยมาจากหน้าประตู พนักงานต่างพากันแยกย้าย หลินเจี๋ยกบเย่เนี่ยนโม่คนหนึ่งอยู่หน้าคนหนึ่งอยู่หลังได้เดินเข้ามา
“เนี่ยนโม่ คุณมารับฉันเหรอ ฉันพร้อมแล้วค่ะ” อ้าวเสว่หยิบกระเป๋าแล้ววิ่งมาที่ข้างๆเย่เนี่ยนโม่ “เกิดอะไรขึ้น เอะอะโวยวายกันเสียงดัง ยังเห็นกฎระเบียบของบริษัทอยู่ไหม!” หลินเจี๋ยโมโห
พนักงานเดิมทีที่เสียงดังเจี๊ยวจ๊าวเงียบกริบลงทันที ต่างคนต่างกลับไปที่นั่งของตัวเอง พนักงานหญิงที่ถูกผลักล้มกล่าวขึ้นอย่างน้อยใจขุ่นเคือง : “สร้อยทองของดิฉันหายไป ทุกคนต่างเปิดลิ้นชักให้ดูแล้ว เหลือแต่เธอที่ไม่ยอมเปิด”
สายตาของเย่เนี่ยนโม่เบนไปที่ติงยียี เห็นเธอเม้มปากอย่างดื้อรั้นไม่พูดไม่จา ในใจจึงรู้สึกบีบรัดเจ็บจี๊ด แทบอยากจะก้าวไปข้างหน้าบีบขยี้เธอให้แหลกแล้วเอามายัดใส่ใจ
หลินเจี๋ยจ้องมองไปทางติงยียี แล้วก็ตะโกนเสียงดังใส่เพื่อนร่วมงานหญิงเมื่อสักครู่ “คุณเป็นถึงนักศึกษาปริญญาโท คุณไม่รู้หรือว่าไม่มีสิทธิ์ไปเปิดตู้ของคนอื่น เธอทำแบบนี้ก็ถูกต้องแล้ว!"
เพื่อนร่วมงานก็ยิ่งขุ่นเคืองน้อยใจเข้าไปอีก แต่ก็ไม่กล้ากรีดร้องต่อหน้าหลินเจี๋ย ทำได้เพียงด่าติงยียีอยู่ในใจ อ้าวเสว่ที่รบเร้าอยู่ข้างๆ เย่เนี่ยนโม่จึงส่งสายตาให้หลินเจี๋ยทีหนึ่ง จากนั้นถึงได้พาอ้าวเสว่จากไป
ในลานจอดรถ อ้าวเสว่พลางแสร้งทำเป็นว่ากำลังใช้ไอแพดเลือกร้านอาหารอย่างมีความสุข และพลางสังเกตอารมณ์ของเย่เนี่ยนโม่ สีหน้าของเย่เนี่ยนโม่ราบเรียบ ไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่
โทรศัพท์ดังขึ้น เสียงของหลินเจี๋ยดังลอยมา “เนี่ยนโม่ ขออภัยที่ขัดจังหวะเวลาไปออกเดตของนาย นายมาที่ห้องทำงานผมหน่อยได้ไหม”
เย่เนี่ยนโม่ตอบกลับสองสามคำอย่างเรียบง่ายแล้วก็วางสายไป อ้าวเสว่รู้สึกไม่พอใจ แล้วก็กล่าวอย่างออดอ้อน : “ไม่ไปไม่ได้เหรอ ไหนบอกว่าวันนี้จะอยู่เป็นเพื่อนเค้าไง”
“อย่าดื้อนะ รออยู่ตรงนี้แป๊บหนึ่ง” เย่เนี่ยนโม่พูดจบก็รีบลงจากรถแล้วขึ้นตึกไป อ้าวเสว่โมโหจนสะบัดไอแพดในมือทิ้ง จากนั้นหยิบโทรศัพท์โทรหามารดา “แม่คะ ตอนนี้เย่เนี่ยนโม่เฉื่อยชากับหนูมากเลยค่ะ หนูควรจะทำอย่างไรดีคะ!”
ซือซือกล่าวอย่างไม่พอใจ : “กลัวอะไร อย่าลืมสิว่าพ่อของหนูมีความสำคัญต่อตระกูลเย่มาก และตอนนี้ก็ถึงเวลาแต่งงานแล้ว”
“แต่งงาน!” อ้าวเสว่รู้สึกว่าเลือดในร่างกายตัวเองกำลังเดือดพล่าน นี่คือคำพูดที่เธอรอคอยมานานหลายปี
ซือซือเองก็มีความตื่นเต้นที่อธิบายไม่ถูก เมื่อกำชับเสร็จก็ได้วางสายโทรศัพท์ลง แล้วดื่มเหล้าลงไปหนึ่งแก้วเต็มๆ ขอเพียงแต่งงานกับตระกูลเย่ แผนการแก้แค้นของเธอก็จะเยี่ยมยอดแบบสุดๆ
หลินเจี๋ยรอเย่เนี่ยนโม่อยู่ในห้องทำงานแล้ว ในกล้องวงจรปิดแสดงภาพเหตุการณ์ปกติประจำวันของตึกหลายสิบชั้น หลินเจี๋ยขยายภาพหน้าจอหนึ่งในนั้นให้ใหญ่ขึ้น แล้วกล่าว : “เห็นทีคนที่นายรักและเป็นห่วงเหมือนจะไม่ค่อยเป็นที่รักของคนอื่นนะ”
เย่เนี่ยนโม่จ้องหน้าจอที่ติงยียีถูกทิ้งให้อยู่นอกลิฟต์ ก้มหน้าลงอย่างหงอยเหงา เมื่อเงยหน้าขึ้นอีกครั้งก็เป็นใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ถูกเพื่อนร่วมงานกลั่นแกล้งแต่กลับยิ้มขึ้นอย่างเงียบๆโดยไม่ต้องมีคำอธิบาย
กำปั้นในมือยิ่งกำยิ่งแน่น สิ่งเหล่านี้ที่ติงยียีพบเจอเขาไม่เคยรับรู้! จึงโมโหฟึดฟัดอยากจะไปจัดการกับคนที่กลั่นแกล้งเธอ หลินเจี๋ยกล่าวเบาๆอยู่ด้านหลัง : “นายไปหาในสถานะอะไร”
เย่เนี่ยนโม่ชะงักเท้า ทุบกำปั้นลงที่ข้างกำแพงด้วยความเจ็บปวด ถ้าหากอาการของอ้าวเสว่ไม่มีวันฟื้นดีขึ้น อย่างนั้นตัวเองก็ไม่มีวันที่จะรักกับติงยียีได้อย่างเปิดเผยกระนั้นหรือ!