ตอนที่ 1455
ตอนที่ 1455 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1355
October 28, 2026
เย่เนี่ยนโม่จึงเข้าใจแจ่มแจ้ง เขารู้ว่าติงยียีนั้นไม่อยากจะติดค้างน้ำใจใคร จึงได้ถอนหายใจ แล้วเรียกพนักงานมาจากนั้นกระซิบบางอย่างที่ข้างใบหู สักพัก ผู้จัดการก็ปรากฏตัว “คุณลูกค้าคะ ดีใจอย่างมากที่จะบอกกล่าวกับพวกท่านว่า พวกท่านคือลูกค้าคนที่10000ของร้าน ดังนั้นทางร้านจึงมีกิจกรรมจับฉลากค่ะ” ผู้จัดการกล่าวเสร็จ ก็ได้หยิบกล่องกระดาษออกมา
“จริงเหรอคะ” ติงยียีรู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากๆ เย่เนี่ยนโม่ส่งสัญญาณให้เธอมาจับฉลาก เธอวิ่งมาแล้วปิดตาลง จากนั้นล้วงลงไปในกล่องกระดาษ สักพักก็หยิบก้อนกระดาษออกมาก้อนหนึ่ง
“ยินดีด้วยค่ะคุณได้รับรางวัลที่สาม ได้รับอภิสิทธิ์การบริการจากทางร้านระดับพรีเมียมหนึ่งครั้ง รวมไปถึงเสื้อผ้า เครื่องประดับและรองเท้าค่ะ”
“อย่างนั้นฉันสามารถขอเปลี่ยนทุกอย่างเป็นเงินสดได้ไหมคะ!” คู่ดวงตาติงยียีเป็นประกาย กล่าวอย่างตื่นเต้น ผู้จัดการปาดเหงื่อ แอบเหลือมองเย่เนี่ยนโม่ สักพักกล่าวขึ้น: “ไม่ได้มั้งคะ··”
“อะแฮ่ม” เย่เนี่ยนโม่กระแอมขึ้น ผู้จัดการรับทราบ “แน่นอนว่าได้อยู่แล้วค่ะ!”
“อะแฮ่ม”
ผู้จัดการตัดสินใจลังเลมองลูกค้าที่ใจป้ำและเดาใจยากคนนี้ จากนั้นจึงลองถามขึ้น : “อย่างนั้นครึ่งหนึ่งดีไหมคะ”
เย่เนี่ยนโม่มองด้วยสายตาราบเรียบ ราวกับว่าการปฏิสัมพันธ์ที่อยู่ตรงหน้านั้นไม่เกี่ยวข้องใดๆกับตัวเอง ผู้จัดการถอนหายใจอย่างโล่งอก และเรียกพนักงานให้รีบมาแต่งหน้าเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับติงยียี
บ่ายโมงตรง รถได้มาจอดตรงทางเข้าของล็อบบี้โรงแรม ตรงทางเข้ามีนักข่าวมากมาย ติงยียีอยากจะลงจากรถ แต่เย่เนี่ยนโม่ได้ห้ามเธอไว้ แล้วกล่าวกับคนขับรถว่า : “ไปเส้นทางอื่น”
“ทำไม เห็นๆอยู่ว่าตรงนี้ใกล้ที่สุดแล้ว” ติงยียีมองเขาด้วยความสงสัย เย่เนี่ยนโม่เคาะไปที่ประตูกระจก มีรถโรลส์รอยซ์คันหนึ่งมาจอดอยู่หน้าตรงทางเข้าของโรงแรมพอดี เมื่อคนในรถลงจากรถมา พวกนักข่าวก็กรูกันเข้าไปห้อมล้อมอย่างบ้าคลั่ง
ติงยียีพูดไม่ออก เมื่อนึกขึ้นได้ว่าคนที่นั่งข้างเธอคือคุณชายบริษัทเย่ซื่อ ถ้าเมื่อสักครู่ลงไปจะต้องถูกห้อมล้อมอย่างแน่นอน
รถแล่นผ่านทางชั้นใต้ดินของโรงแรม ทันทีที่เย่เนี่ยนโม่ลงจากรถ รอบข้างก็มีเสียงที่เต็มไปด้วยความดีใจดังขึ้น “เนี่ยนโม่!”
โม่ซวนหลินคิดไม่ถึงว่าจะได้เจอกับเย่เนี่ยนโม่ที่นี่ เย่เนี่ยนโม่นั้นใจดีกับเธอมาก แต่ว่าอยู่ๆวันหนึ่งน้าซือซือกลับบอกให้ตัวเองอยู่ให้ห่างจากเขา ถึงแม้ว่าเธอจะไม่พอใจ แต่ก็ค่อยๆลดการติดต่อกับเย่เนี่ยนโม่ไป และก็รอคอยให้อีกฝ่ายนั้นมาหาเธอ แต่กลับว่างเปล่า เมื่อเธอไม่ติดต่อไปหาเขา เขาก็ยังคงเฉยเมยเหมือนเดิม
“ติงยียี” เมื่อโม่ซวนหลินเห็นติงยียีสีหน้าก็หม่นลง ตราบใดที่มีติงยียีอยู่ ก็จะทำให้เธอนึกถึงวันที่ตัวเองถูกคนรังแกในตอนที่เป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่ในโรงแรมตี้เหา
สายตาของติงยียีจ้องมองไปที่เรือนร่างของเธอ มองจนโม่ซวนหลินถึงกับระแวง จนกล่าวถามขึ้น : “เธอมองอะไร”
เย่เนี่ยนโม่เดินเข้าไปใกล้โม่ซวนหลินอย่างใจเย็น แล้วปัดผมที่แก้มเธอเบาๆ บ่งบอกเป็นนัยถึงความเปลือยเปล่า มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อย จากนั้นปล่อยตัวโม่ซวนหลิน แล้วเขาก็สาวเท้าก้าวยาวดุจดาวตกเข้าไปในล็อบบี้ของโรงแรม
โม่ซวนหลินมองตาค้างที่แผ่นหลังของเขา มองการสัมผัสของเขาเมื่อสักครู่นั้นเป็นนัย จากนั้นก็ได้รีบตามไป ติยียียืนอยู่ที่เดิม นี่เธอถูกทิ้งให้อยู่ตรงนี้เหรอ
การเดินพรมแดนของดาราแต่ไหนแต่ไรก็เป็นการประชันความงาม หวังอยู่หน้ากล้องให้นานๆเพื่อจะได้เป็นที่ตรึงตราและโจษจัน โม่ซวนหลินควงเย่เนี่ยนโม่เข้างาน ทำให้บางคนที่รู้จักตระกูลเย่เกิดความสงสัย เกิดอยากรู้อยากเห็นดาราเกรดสองคนนี้ขึ้นมา
เย่เนี่ยนโม่นั่งอยู่ที่บนที่นั่ง โม่ซวนหลินคล้องเขาไว้แน่นแล้วออดอ้อนออเซาะ “เนี่ยนโม่ ฉันคิดถึงคุณจังเลย”
เขามองใบหน้าของเธอที่แต่งแต้มงดงามประณีต ในใจนึกรำคาญจึงหันไปมองรอบข้าง ติงยียีไม่พูดไม่จา นั่งอยู่ข้างๆคนเดียว
“นี่ไม่ใช่คุณเย่ผู้จัดการทั่วไปเหรอ” ตอนนั้นที่ถ่ายหนังอยู่เมืองตงเจียง ผู้กำกับที่ให้ติงยียีเป็นดารารับเชิญรับบทเป็นคนใช้ได้เดินเข้ามา แววตาจ้องมองมาที่สามคน สุดท้ายไปตกกระทบอยู่ที่ตัวของติงยียี “คุณติงยียีครับ คิดไม่ถึงว่างานมิตติ้งเรื่องที่สองยังไม่ทันเริ่ม พวกเราก็มาเจอกันที่นี่แล้ว”
“สวัสดีค่ะ” ติงยียีรีบทำการทักทาย ผู้กำกับยิ้มอย่างดีใจ แล้วเล็งสายตาไปที่ตัวของเย่เนี่ยนโม่อย่างแม่นยำ “ผู้จัดการเย่ครับ เรื่องก่อนต้องขอบคุณการสนับสนุนจากบริษัทของคุณมากนะครับ เรื่องนี้ผมคิดว่าก็เยี่ยมยอดเหมือนกัน หากมีเวลาเมื่อไหร่คุยกันหน่อยไหมครับ พาคุณติงมาด้วย”
ผู้กำกับรู้สึกตัวเองนั้นดูไม่ผิดแน่ อยู่ในวงการบันเทิงมาตั้งนาน รักจริงหรือลวงเขานั้นย่อมดูออก เรียกติงยียีด้วยเป้าหมายหลักคือเพื่อตระกูลเย่ต้นไม้ใหญ่ต้นนี้
ได้ยินคำพูดของเขาแล้ว เย่เนี่ยนโม่หันหน้าไปมองโม่ซวนหลิน “คุณคิดเห็นว่าอย่างไร” โม่ซวนหลินกับผู้กำกับต่างชะงักงัน โม่ซวนหลินคิดไม่ถึงว่าเขาจะถามความคิดเห็นจากตัวเอง เพราะการแสดงที่ห่วย เรื่องที่สองผู้กำกับจึงได้เปลี่ยนตัวเธอ เธอที่ซึ่งกำลังโกรธและกำลังมองหาที่ระบาย!
“ฉันคิดว่าว่างั้นๆค่ะ” โม่ซวนหลินพูดอย่างสะใจ ถ้าหากฉีเหวินอยู่ที่นี่จะต้องด่าเธอว่าเป็นควายแน่ๆ นี่เป็นคำพูดที่เห็นได้ชัดว่าเป็นการล่วงเกินคนอื่น ยังจะกล้าพูดต่อหน้าคนอื่นอีก เห็นได้ชัดว่าโม่ซวนหลินช่างเป็นคนที่ไม่มีสมองจริงๆ
“ผมคิดว่าเรื่องนั้นค่อยปรึกษาหารือกันอีกทีแล้วกันนะครับ” เย่เนี่ยนโม่กำลังปั่นเล่นผมของโม่ซวนหลิน จากนั้นกล่าวเบาๆ ผู้จัดการหน้าถอดสี ไม่พูดไม่จา ทำได้เพียงตำหนิตัวเองที่พนันผิดคน คิดไม่ถึงว่าคนที่คุณชายตระกูลเย่ชอบนั้นจะเป็นEmily ผู้หญิงที่หน้าอกโตแต่ไร้สมองคนนี้
งานเดินพรมแดงได้เริ่มขึ้น ไม่กี่นาทีแรกยังเป็นปกติ ต่อมาเมื่อปรากฏร่างๆหนึ่งที่หน้าทางเข้าโรงแรม ตอนนี้จึงสร้างความฮือฮาอยู่ไม่น้อย