ตอนที่ 1456
ตอนที่ 1456 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1356
October 28, 2026
จางถังโอบเธอไว้ มือทั้งสองข้างนัวเนียอยู่บนเรือนร่างของเธออย่างหื่นกระหาย จู่ๆโทรศัพท์ดังขึ้น โม่ซวนหลินตัดสินใจรับสาย จางถังได้ยินเป็นเสียงของเย่เนี่ยนโม่แล้วแววตาก็เย็นยะเยือกในทันใด
“ไวน์ปี82สนใจไหมครับ” น้ำเสียงแผ่วเบาของเย่เนี่ยนโม่ทำให้โม่ซวนหลินเคลิ้ม รู้สึกเจ็บปวดที่ลำคอ เธอตกใจแล้วหันกลับไปอย่างยากลำบาก จางถังใช้มือบีบที่ลำคอของเธอไว้ แล้วก็หัวเราะอย่างสะใจ
เย่เนี่ยนโม่ที่ไม่ได้ยินเสียงของฝั่งนั้น สักพักจึงกล่าวขึ้น: “เกิดอะไรขึ้น”
“ไม่มีอะไรค่ะ ฉันจะรอคุณ” โม่ซวนหลินตอบกลับอย่างกระอึกกระอัก แล้วยังมีเสียงไอดังเป็นระยะๆ
เมื่อวางสายโทรศัพท์ลง โม่ซวนหลินกุมคอแล้ววิ่งหนี จางถังกล่าวอย่างความโมโห: “คิดไม่ถึงว่าคุณจะรู้จักกับเย่เนี่ยนโม่ด้วย”
“คุณจะเอายังไง” โม่ซวนหลิน มองแววตาเขาก็รู้แล้วว่าเขามีเจตนาที่ไม่ดี จึงได้ถามอย่างระแวดระวัง จางถังที่ถือโทรศัพท์เล่นไปมา เลิกคิ้วแล้วกล่าวขึ้น “แล้วคุณคิดว่าผมจะทำอะไรเหรอ”
ในอีกห้องหนึ่งของโรงแรม ติงยียีมองเย่เนี่ยนโม่หยิบไวน์ออกมาจากตู้มาดู และกำลังจะออกจากห้องไป เธออดไม่ได้ที่จะถามขึ้น: “พวกคุณ···พวกคุณจะอันนั้นกันไหม”
“อันไหน” เย่เนี่ยนโม่แกล้งถามทั้งๆที่รู้ ติงยียีจึงลนลาน “ก็เรื่องที่ชายหญิงทำกันไง”
“คุณคิดว่าไง” เย่เนี่ยนโม่ชะงักเท้าขึ้น อิงอยู่ที่ประตูแล้วถามเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
“ทำไมถึงดีกับฉันขนาดนั้น” ติงยียีกล่าวพึมพำ เย่เนี่ยนโม่ที่สายตาอ่อนโยน บิดประตูขึ้นแล้วกล่าวเบาๆ: “คำถามนี้คุณสามารถค่อยๆคิดทบทวน หวังว่าเมื่อผมกลับมาจะได้รับคำตอบจากปากของคุณ”
ติงยียีเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกา บ่ายสามโมง
ในห้องพักของโรงแรม โม่ซวนหลินเห็นได้ชัดว่าตื่นเต้น และยังเห็นได้ชัดเก้ๆกังๆ “คุณเป็นอะไรไป” เย่เนี่ยนโม่เห็นเธอตั้งแต่แวบแรกก็สัมผัสถึงความผิดปกติของเธอ
“ไม่มีอะไรค่ะ แค่ถูกภาพที่เดินพรมแดงเมื่อสักครู่ทำให้ตกใจ” โม่ซวนหลินการหยิบไวน์เพื่อกลบเกลื่อน เย่เนี่ยนโม่ไม่เปิดโปงเธอ แล้วก็กล่าวตรงๆ: “ไปอาบน้ำ”
แผ่นหลังของโม่ซวนหลินยืดตรงขึ้น แววตาเหลือบไปมองตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างๆอย่างไม่รู้ตัว สักพักถึงได้เดินเข้าไปที่ห้องอาบน้ำอย่างแข็งทื่อ
เย่เนี่ยนโม่มองไปยังเครื่องประดับที่เธอทิ้งไว้บนโต๊ะเครื่องแป้ง จึงหยิบแหวนมา ตัวแหวนดูเหมือนมีรอยขีดข่วน
เขาดูไปเรื่อยๆ ตรงที่สลักบนแหวนพบมีสีแดงเข้ม คราบเลือด?เย่เนี่ยนโม่หัวใจกระตุก แล้วก็แอบเก็บแหวนอย่างเงียบๆ
ติงยียียิ่งคิดก็ยิ่งไม่วางใจ อยู่ที่ห้องคนเดียวทำให้เธอรู้สึกฟุ้งซ่าน ทุกข์ใจ หายใจไม่ออก เมื่อนึกถึงเย่เนี่ยนโม่จะไปทำอย่างว่ากับผู้หญิงคนอื่น อีกทั้งยังทำไปเพราะช่วยเหลือพ่อของตัวเอง เธอก็เลยยิ่งกดดันเครียด
จึงแอบออกจากประตู ไม่ว่าอย่างไร เธอจะต้องไปสอดแนมสักหน่อย อันหรันมองดูหญิงสาวคนนั้นยื่นศีรษะออกจากห้องอย่างน่าขำ นี่ดูเหมือนไม่ใช่แฟนคลับธรรมดาทั่วไป ใช่แล้วเมื่อสักครู่เขายังเห็นเธออยู่ในโซนนักข่าว ยังมีผู้ชายคนนั้นที่คอยปกป้อง ที่ดูอย่างไรก็ไม่ควรไปมีเรื่องด้วย
เขาเดินเข้าไปใกล้ โน้มเข้าไปกระซิบข้างใบหูเบาๆ : “คุณกำลังดูอะไรอยู่”
“อุ้ย!” ติงยียีกระโดดหนีเหมือนกับกระต่ายน้อย นึกขึ้นได้ว่าตัวเองไม่สามารถทำให้เป็นที่สังเกตได้ จึงรีบปิดปากของตัวเอง
“คุณกำลังทำอะไร” อันหรันยิ้มแล้วถามอีกครั้ง ติงยียีส่ายหน้า
เห็นไอดอลตัวเป็นๆของตัวเองสมัยเป็นนักเรียนอย่างใกล้ชิด ติงยียีรู้สึกตื่นเต้นมาก “อันหรัน ฉันเป็นแฟนคลับของคุณค่ะ!”
“เหรอครับ อย่างนั้นต้องการลายเซ็นไหมครับ” อันหรันยิ้มเบาๆ แต่รอยยิ้มนั้นกลับไม่ได้มาจากดวงตา รอยยิ้มแบบนี้เป็นรอยยิ้มที่เกิดจากการสอนของครูสอนมารยาทมืออาชีพ บอกว่าเป็นรอยยิ้มที่ดึงดูดของสาวๆได้ดีที่สุด แต่ว่ามีเพียงเขาที่รู้ ทุกๆครั้งที่ตัวเองยิ้มแบบนี้นั้น ในใจแทบจะไม่มีไร้ความอบอุ่น
“ได้เหรอคะ แต่ว่าฉันไม่มีสมุดปากกา!” ติงยียีกล่าวอย่างผิดหวัง อันหรันรู้สึกว่าเธอก็เหมือนแฟนคลับเหล่านั้นที่ไม่ใช้สมองในการติดตามดารา ความอยากรู้เรื่องที่เกี่ยวกับเธอได้หายไปสิ้น ไม่อยากจะสนทนาต่อไปอีก จึงแยกยิ้มที่สวยงามออกมาแล้วกล่าว: “น่าเสียดายจังที่ผมเองก็ไม่มี อย่างนั้นผมค่อยเซ็นให้คุณเมื่อเจอกันครั้งหน้าดีไหม”
ติงยียีพยักหน้าถี่ๆ ไอดอลของตัวเองช่างอ่อนโยนจริงๆด้วย! อันหรันจากไปแล้ว ในห้องมีเสียงไม่ดังไม่เบาลอยออกมา ติงยียีรีบแนบไปที่ประตูแล้วแง้มหูฟังอย่างตั้งใจ
ในห้อง เย่เนี่ยนโม่ทับอยู่บนตัวของโม่ซวนหลิน และกำลังเล่นอยู่กับผมที่เปียกของโม่ซวนหลิน จากนั้นกล่าวอย่างเรื่อยเปื่อยว่า “สุดท้ายไม่ได้อยู่ที่เมืองตงเจียงเลยเหรอ”
“ไม่ได้อยู่ค่ะ ก่อนหน้านี้ฉันได้ไปที่เมืองตงเจียง” แก้มทั้งสองข้างของโม่ซวนหลินแดงก่ำ อุณหภูมิบนร่างกายของเย่เนี่ยนโม่ทำให้เธอเคลิบเคลิ้ม อยากจะโน้มเข้าไปจูบที่ริมฝีปากของเขา ทันใดนั้นนึกขึ้นได้ว่าเขาเกลียดการสัมผัสริมฝีปากที่สุด โม่ซวนหลินจึงเอียงศีรษะไปจูบไหล่ที่แข็งแรงที่กดบนเรือนร่างของตัวเองไว้
เย่เนี่ยนโม่ก้มหน้ามองเธอ ในแววตากลับไม่มีกามารมณ์ แต่ร่างกายกลับมีมีปฏิกิริยาตอบสนอง โม่ซวนหลินยั่วยวนอย่างไม่หยุดหย่อน จนลืมไปแล้วว่ายังมีอีกคนอยู่ในตู้เสื้อผ้า คนคนนั้นถือโทรศัพท์กำลังบันทึกเรื่องราวทั้งหมด บันทึกไว้ก็ดี แบบนี้ตัวเองเธอจะได้มัดเย่เนี่ยนโม่ให้อยู่หมัด
“คุณไปทำอะไรที่เมืองตงเจียง ไม่ได้มาหาผมเหรอ” เย่เนี่ยนโม่ทำเสียงแหบแล้วกล่าวถามต่อ โม่ซวนหลินที่กำลังเคลิบเคลิ้ม เธอปลดกระดุมเสื้อให้กับเย่เนี่ยนโม่อย่างบ้าคลั่ง แล้วกล่าวอย่างออเซาะฉอเลาะ: “ไม่ไม่ได้ค่ะ ฉันไปแป๊บเดียวก็จากมาแล้วค่ะ”
“ทำไมถึงต้องจากไปอย่างรวดเร็ว ผมอยากจะเจอคุณมาก” นิ้วที่เรียวยาวของเย่เนี่ยนโม่ล้วงผ่านช่องว่างของผ้าเช็ดตัวเข้าไปลูบไล้อยู่บนหน้าท้องที่ขาวเนียนของเธอ สุดท้ายไปหยุดอยู่ที่สะดือ