ตอนที่ 1457
ตอนที่ 1457 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1357
October 28, 2026
เย่เนี่ยนโม่ร้องโอ๊ยขึ้น ติงยียีที่ทับอยู่บนตัวของเขารีบถามขึ้น “ :เป็นอะไรหรือเปล่า”
“มือของคุณ” เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้วเตือนขึ้น มือ? ติงยียีทำการขยับ นุ่มๆ ยังมีอุณหภูมิร้อนผ่าวด้วย
“อุ้ย! ขอโทษ” เธอรีบปล่อยมืออย่างรวดเร็ว เมื่อสักครู่ตกใจเกินไป จึงคว้าจับมั่วๆนึกไม่ถึงว่าจะจับโดน···ของเขา
ภาพตระหง่านตั้งอยู่ตรงหน้าช่างยั่วยวนใจ ทันใดนั้นเย่เนี่ยนโม่จึงคว้าแขนของเธอเข้ามาหาตัวเอง ติงยียีจึงพุ่งลงบนตัวของเขา ทั้งคู่สบตากัน
เธอรู้สึกว่าช่วงท้องของตัวเองนั้นแน่นและร้อนผ่าว ใบหูที่แดงก่ำได้ลามไปสู่ที่แก้มทีละนิดทีละน้อย สุดท้ายแดงไปถึงช่วงลำคอ ช่างเหมือนกับผลเชอร์รี่มาก
“บอกคำตอบกับผมมา” เย่เนี่ยนโม่มองเธออย่างแน่วนิ่ง
“คำตอบอะไร” หัวสมองของติงยียีสับสบวุ่นวายไปหมด เธอตอนนี้ไม่สามารถคิดไตร่ตรองอะไรได้อีกแล้ว
“ทำไมถึงต้องช่วยเหลือคุณมากมายอย่างนี้” เย่เนี่ยนโม่ไม่ถือสาที่จะเตือนสติเธอ คือเขาต้องการที่จะบังคับเธอ ถ้าหากว่าเธอไม่รักเขา บางทีเขาก็คงอาจจะไม่ดื้อรั้นขนาดนั้น แต่เขาดูออกว่าเธอนั้นใช่ว่าจะไม่มีเยื่อใยต่อเขา
“แจ้งเวลาๆ ตอนนี้เป็นเวลา17:00ตรง” นาฬิกาที่แขวนอยู่บนผนังส่งเสียงเตือนดังขึ้นโดยอัตโนมัติ ติงยียีมองนาฬิกาอย่างสะลึมสะลือ แล้วก็ลุกขึ้นนั่งในทันใด เย่เนี่ยนโม่ส่งเสียงโอดโอยเจ็บปวดออกมา
“ขออภัย ฉันต้องไปแล้วจริงๆ” ติงยียีกระวนกระวาย นัดเจอกับคุณพ่อคุณแม่เย่ชูหวินครั้งแรก เธอไม่อยากจะไปสายจริงๆ
เย่เนี่ยนโม่ลุกขึ้นจากบนพื้น แล้วเดินเข้าไปในห้องอาบน้ำ จากนั้นในห้องอาบน้ำมีเสียงน้ำไหลดังขึ้น ครึ่งชั่วโมงต่อมา เย่เนี่ยนโม่ออกประตูอย่างสดชื่น แต่ติงยียีกลับเดินตามหลังด้วยความอึดอัด
โรงแรมเมืองตงเจียง ไห่ฉิงฉิงกับโม่เสี่ยวจุนนั่งอยู่ข้างๆ พนักงานเข้ามาเคาะประตูแล้วกล่าวถามขึ้นอีกครั้ง : “ขออนุญาตถามว่าตอนนี้เสิร์ฟอาหารได้หรือยังครับ”
ไห่ฉิงฉิงตอบกลับไปอย่างอ่อนโยน: “คนที่พวกเรารอยังไม่มา รออีกสักพักค่อยขึ้นเสิร์ฟ” พนักงานได้จากไป ไห่ฉิงฉิงได้ถอนหายใจขึ้น แล้วหันไปมองโม่เสี่ยวจุน โม่เสี่ยวจุนสีหน้าเขียวปัด “จะมาพบกับผู้ใหญ่บ้านฝ่ายชายก็ไม่รู้จักมาให้เร็วหน่อย!”
“รออีกสักหน่อยนะ เพราะเด็กกำลังเข้างานอยู่ อีกตั้งครึ่งชั่วโมงถึงจะเลิกงาน” ไห่ฉิงฉิงกล่าวด้วยเสียงอ่อนโยน โม่เสี่ยวจุนคิดๆแล้วก็ถูกเหมือนกัน อารมณ์โมโหถึงได้บรรเทาลง
เวลา18:50 น้ำชาบนโต๊ะได้เปลี่ยนไปหลายกาแล้ว ไห่ฉิงฉิงที่เดิมทีเป็นคนปลอบโม่เสี่ยวจุนได้ถอนลมหายใจขึ้น ได้เดินออกมานอกห้องอาหาร
ด้านนอกประตูเย่ชูหวินที่เพิ่งโทรศัพท์เสร็จ เธอกล่าวถามขึ้น : “ ยังติดต่อไม่ได้เหรอ”
เย่ชูหวินพยักหน้า โทรศัพท์ติงยียีติดต่อไม่ได้ โม่เสี่ยวจุนที่อยู่ในห้องได้ยินดังนั้นก็ลุกขึ้นทันใด “ช่างเหอะ คนที่ไม่รู้จักรักษาเวลา ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเจอกันอีก”
ไห่ฉิงฉิงเองเริ่มมีอารมณ์โกรธ สำหรับการสั่งสอนของพวกเขา การตรงต่อเวลาเป็นกฎข้อแรกที่ต้องรักษา แต่เมื่อเห็นลูกชายของตัวเองขมวดคิ้ว ใบหน้าที่ป็นกังวล จึงไม่อาจจะตำหนิได้ลง ทำได้เพียงทำความเข้าใจ
“อาจจะรถติดระหว่างทางก็ได้ หรือว่าพวกเราเปิดทีวีดูไปพลางๆก่อน ไอ้โม่ ไปเปิดทีวีสิ” ไห่ฉิงฉิงมองโม่เสี่ยวจุน
โม่เสี่ยวจุนส่งเสียงฟึดฟัดแล้วหันหน้าไป ไห่ฉิงฉิงจึงเรียกอย่างอ่อนโยน: “ไอ้โม่”
โม่เสี่ยวจุนมองภรรยาที่แสนหวานของตัวเอง ที่มองอย่างไรก็ไม่น่าเบื่อ แล้วหันไปมองเย่ชูหวิน ส่งเสียงฟึดฟัดแล้วหันหลังกลับไปที่ห้อง จากนั้นเปิดทีวีขึ้น
เขาสุ่มกดช่องหลายๆช่อง จากนั้นไห่ฉิงฉิงกล่าวขึ้นกะทันหัน : “เป็นอันหรัน หยุดก่อน”
อันหรันเป็นใครกัน หนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ทั้งสองคนเงยหน้าไปดูทีวี สงสัยว่าดาราคนไหนกันที่ทำให้แม่/ภรรยาสนใจได้ขนาดนั้น ภาพในทีวี พรมแดงที่ยาวเหยียด ชายหนุ่มลูกครึ่งที่หล่อเหลาเอาการกำลังโพสท่า
“อันหรันแสดงละครและหนังได้เก่งมากๆเลยนะ” ไห่ฉิงฉิงดูที่หน้าจอทีวีอย่างไม่กะพริบตา ท้นใดนั้นจู่ๆก็ร้องขึ้น “ดูสิ นี่ไม่ใช่เนี่ยนโม่เหรอ”
ทั้งสามคนจ้องเข้าไปใกล้ๆ กล้องบังเอิญหันไปทางท่านผู้ชมพอดี เย่เนี่ยนโม่นั่งอยู่ข้างๆ สายตาจะดูเหมือนจ้องมองไปไม่ไกล ท่าทางดูลุกลี้ลุกลน
“ติงยียี” ไห่ฉิงฉิงโน้มตัวเข้าใกล้หน้าจอและชี้ตัวหญิงสาวในชุดราตรีที่อยู่ในโซนของนักข่าว หน้าจอทีวีสั่นไหว ติงยียีเซล้ม อันหรันเอื้อมมือไปคว้าเธอไว้ แล้วจูบกับเขาภายใต้สายตาของฝูงชน จากนั้นเย่เนี่ยนโม่ก็เผชิญหน้ากับเขา
โม่เสี่ยวจุนปิดทีวี โกรธจนตัวสั่น “เหลวไหล เหลวไหลทั้งเพ!”
ไห่ฉิงฉิงมองดูลูกชายของตัวเองด้วยความเป็นห่วง จู่ๆหน้าอกรู้สึกหายใจไม่ออก เธอทุบหน้าอกอย่างทรมาน โม่เสี่ยวจุนเห็นความผิดปกติของเธอ จึงรีบประคองเธอไว้ “ฉิงฉิง คุณเป็นอะไร เร็วเข้า รีบเอายาบรรเทาหัวใจออกฤทธิ์เร็วมาให้เร็ว!”
“ไม่เป็นไร” ไห่ฉิงฉิงที่อ่อนแรงต้องการอยากจะปลอบใจเขา ดวงตากลอกขึ้นบนแล้วก็เป็นลมสลบไป
เมื่อลงจากเครื่องบิน ติงยียีรีบเปิดเครื่องโทรศัพท์ ในโทรศัพท์มีเพียงสองสายที่ไม่ได้รับสายและเพียงอีกหนึ่งข้อความ
“ไม่ต้องรีบร้อน ใจเย็นๆ”
หยดน้ำตาเม็ดใหญ่ท่วมเต็มหน้าจอ ติงยียีคุกเข่าลงร้องไห้กอดโทรศัพท์ เย่เนี่ยนโม่ยืนมองเธอ สักพักกล่าวขึ้น: “ไปกันเถอะ”
ติงยียีส่ายหน้าน้ำตาคลอเบ้า เลยเวลานัดหมายไปแล้ว ต่อให้เป็นลูกของพวกเขา แต่ก็ทำให้ตัวเองเสียภาพพจน์ไปแล้ว
เย่เนี่ยนโม่กระชากดึงมือของเธอขึ้น บังคับเธอแล้วพาขึ้นรถไป จากนั้นเปิดGPS “บอกตำแหน่งมา”