ตอนที่ 1458
ตอนที่ 1458 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1358
October 28, 2026
“สถานการณ์ของเธอเป็นปกติแล้ว เธอไปพูดอะไรกับเธออีก!” โม่เสี่ยวจุนโกรธจัด ผู้หญิงคนนี้อย่างไรกันแน่ ไม่รู้จักใช้คำพูดคุยกับคนป่วยหรืออย่างไร
“ขออภัยค่ะ หนูไม่ได้ตั้งใจ” ติงยียีหันไปมองเย่ชูหวิน เย่ชูหวินมองแพทย์ที่กำลังยุ่งวุ่นวายอยู่ในห้องผู้ป่วย โดยที่สายตาไม่ได้มองมาที่ตัวเธอ
ติงยียีมองจดจ่ออยู่ที่เย่ชูหวิน โดยที่ไม่ทันสังเกตด้านหลัง เย่เนี่ยนโม่ได้จดจ่อมองเธออย่างตั้งใจ “ใครเป็นญาติคนไข้ เชิญทางนี้หน่อยครับ” คุณหมอออกมากล่าว เย่ชูหวินกับโม่เสี่ยวจุนรีบตามไป
เธอมองแผ่นหลังของเย่ชูหวินราวกับกำลังมองความรักจากไป เย่เนี่ยนโม่ยืนอยู่ข้างๆเธอ โคมไฟระย้าบนเพดานได้ส่องเงาสองคนให้ทอดยาวขึ้น เงาของเธอถูกเงาเย่เนี่ยนโม่ปกคลุมไว้ เหมือนกับกำลังปกป้องเธอ แต่เธอกลับมองไม่เห็น ดังนั้นจึงยังคงรู้สึกเหน็บหนาว
ตอนดึก เธอยังคงเฝ้าอยู่ที่นอกห้องผู้ป่วยอย่างดื้อดึง โทรศัพท์ของเย่เนี่ยนโม่ดังขึ้น “เนี่ยนโม่ คุณอยู่ที่ไหน ฉันคิดถึงคุณจังเลย”
เสียงอ่อนหวานของอ้าวเสว่ ติงยียีเงยหน้าขึ้นมองเขา แล้วฝืนยิ้มให้ “เป็นอะไรไป” เย่เนี่ยนโม่ไม่ได้ขยับตัว เขาไม่อยากจะปกปิด
“คุณมาหาฉันหน่อยได้ไหม วันนี้อารมณ์ฉันแปรปรวนจังเลย ถ้าคุณไม่มา ฉันคงต้องเรียกลุงสวีมา” อ้าวเสว่ออดอ้อน
เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้ว เอียงหน้ามามองติงยียี เธอรีบก้มหน้าทำเป็นเหมือนตัวเองไม่ได้ใส่ใจเขา
“วันนี้ผมไปไม่ได้” เย่เนี่ยนโม่กดวางสายโทรศัพท์ แล้วโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง เป็นข้อความ เย่เนี่ยนโม่จึงเปิดดู เลือด เป็นเลือดสดๆปนเปื้อนกับผิวหนังขาวค่อยๆหยดลงทีละหยด
เย่เนี่ยนโม่ยิ้มขมขื่นแล้วเก็บโทรศัพท์อย่างไม่แยแส สักพักโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีก เย่เนี่ยนโม่รับสายขึ้นแล้วกล่าวอย่างเคร่งขรึม : “ ลุงสวี ลุงจะตามใจเธอแบบนี้ไม่ได้”
“แต่ลุงมีแค่ลูกสาวคนนี้คนเดียวเท่านั้น ลุงทนเห็นเธอเป็นอะไรไปไม่ได้ เนี่ยนโม่ถือว่าลุงขอโทษเธอนะที่ทำให้เธอต้องมาลำบาก เธออย่าไปสนใจเธอ เรื่องนี้เดี๋ยวลุงจะจัดการเอง”
สวีเห้าเซิงพูดจบก็วางสายโทรศัพท์ลง เขาหันไปมองเชือกที่อยู่ข้างๆ แล้วถอนหายใจขึ้น เนี่ยนโม่ก็เหมือนกับเป็นลูกชายของเขา ทำร้ายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเขานั้นทำไม่ลง
“คุณไปเถอะ ฉันไม่เป็นไร” ติงยียีเผยรอยยิ้มที่ดูน่าเกลียดกว่าตอนร้องไห้เสียอีก เย่เนี่ยนโม่สูดลมหายใจเข้าลึกๆ น้ำเสียงที่แปลกๆของลุงสวีทำให้เขาวางใจไม่ลงจริงๆ
“อย่าคิดมากนะ รอผมกลับมา รับปากผม” เย่เนี่ยนโม่โน้มตัวลง โดยดวงตาของเขาเรียบเสมอกับเธอ ตอนนี้ติงยียีถึงได้เห็นรอยบาดแผลวับๆแวมๆบนแขนของเขา จึงรีบเอื้อมมือไปจับสัมผัส
“รับปากผมว่าจะรอผมอยู่ที่นี่” เขามองเธออย่างดื้อรั้น ดื้อรั้นอยากได้คำตอบที่ทำให้เขาจากไปอย่างสบายใจ
“ฉันรับปากคุณ” ติงยียีกล่าวเบาๆ แล้วมองเขาจากไป ระเบียงทางเดินเข้าสู่ความเวิ้งว้างว่างเปล่าอีกครั้ง ด้านหลังมีเสียงฝีเท้าก้าวเดิน เธอหันหน้าไปมอง เย่ชูหวินยืนอยู่ไม่ไกลมองมาทางเธอ และทั้งคู่ก็ยิ้มให้กัน
“คุณป้าปลอดภัยแล้วใช่ไหม เมื่อสักครู่ฉันยังคิดว่าจะทำโจ๊กอะไรให้คุณป้าทานดี พ่อของฉันชอบทานโจ๊กไข่เยี่ยวม้าของฉันมากเลยนะ คุณคิดเห็นว่าอย่างไร”
“ยียี” เย่ชูหวินเรียกเธอ
“ใช่แล้ว ฉันอยากจะบอกกับคุณเรื่องคนร้ายในอุบัติเหตุมีเบาะแสแล้วนะ เดี๋ยวฉันจะเล่าให้คุณฟัง”
“ยียี” น้ำเสียงที่ค่อยๆหนักขึ้น ทำให้คนฟังตกใจ
“ดังนั้นคุณเตรียมพร้อมที่จะปล่อยมือแล้วเหรอ” ติงยียีคิดว่าเมื่อตัวเองได้ยินคำตอบของแล้วจะร้องไห้ แต่ว่าตอนนี้ดวงตากลับแห้งสนิท ทางระบายทางเดียวได้หายไปแล้ว
“ผมชอบคุณ” เย่ชูหวินเดินเข้าไปใกล้แล้วโอบเธอเข้ามาในอ้อมกอดเบาๆ สัมผัสความหอมหวนในอ้อมกอดแล้วกล่าวต่อ: “แต่แล้วความรักไม่ใช่ทั้งหมดของชีวิต”
“ดังนั้นคุณก็เลยอยากจะเลิกกับฉันเหรอ” เธอถามขึ้นด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
เย่ชูหวินปล่อยตัวเธอ “คุณไม่ได้ต้องการผมเหมือนอย่างที่คิด คุณรู้ดี ผมเองก็รู้ดี”
เธอพยายามส่ายหน้า อยากจะบอกกับเขาว่าตัวเองนั้นจะรักเขาให้ได้มากกว่านี้ เย่ชูหวินทอดถอนใจ “โรคหลอดเลือดหัวใจของแม่ผมนั้นค่อนข้างรุนแรง พวกเราตัดสินใจจะไปรักษาที่ลอสแองเจลิส
อุปกรณ์เครื่องไม้เครื่องมือที่นั่นค่อนข้างครบครัน อากาศที่นั่นก็ค่อนข้างดี ถ้าหากเป็นไปได้ก็อาจจะตั้งหลักอยู่ที่นั่นเลย”
“ถ้าหากฉันบอกว่าฉันรักคุณมากกว่าคุณคิด อย่างนั้นคุณจะยังอยู่ต่อไหม” ติงยียีกัดริมฝีปาก
“นั่นเป็นแม่ของผมนะ” เย่ชูหวินถอนหายใจ ทุกอย่างล้วนอยู่ในคำพูดหมดแล้ว เธอรู้ว่าเขารักเธอ แต่เพื่อความกตัญญู เขาเลือกที่จะไม่ต้องการเธอ
“โอเค ขอให้คุณมีความสุข” ติงยียีฝืนยิ้ม ถึงแม้ว่าจะเลิกกัน เธอก็อยากจะให้จบกันด้วยดี
“ขอบคุณ” เย่ชูหวินพยักหน้า หันหลังแล้วเดินเข้าไปในห้องผู้ป่วย เขายืนพิงอยู่ที่แผงประตูแล้วฟังอย่างตั้งใจ ไม่มีเสียงฝีเท้าก้าวเดิน ติงยียีไม่ได้จากไป เขารู้ดีบางทีตอนนี้เธอกำลังหลั่งน้ำตา บางทีตอนนี้เธอเจ็บปวดมากจนไม่สามารถเจ็บปวดได้อีก แต่ว่าตัวเองกลับไม่สามารถออกไปได้