ตอนที่ 1467
ตอนที่ 1467 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1367
October 28, 2026
ตอนบ่าย ณ ศาลพิจารณา ติงยียีเดินไปในชั้นศาล เห็นเย่เนี่ยนโม่นั่งอยู่บนที่นั่ง คิดอยากจะเดินเข้าไป แต่อีกร่างหนึ่งเร็วกว่าได้เดินผ่านเธอไป
“เนี่ยนโม่ คุณมาได้อย่างไร” อ้าวเสว่โอบที่ไหล่ของเขาแล้วออดอ้อนออเซาะ เย่เนี่ยนโม่เลิกคิ้ว “วันนี้คุณไม่ได้ไปพบคุณหมอตามที่ลุงสวีจัดไว้เหรอ”
“คุณไปเป็นเพื่อน ฉันก็จะไป!” อ้าวเสว่ทำปากมุ่ยอย่างออดอ้อน เย่เนี่ยนโม่รับปากอย่างจนปัญญา หันไปอย่างไม่ตั้งใจ เห็นติงยียีที่ยืนอยู่ไม่ไกลมองมาทางพวกเขา
เขาขมวดคิ้วขึ้น กำลังคิดที่จะลุกขึ้นไปหาเธอ ติงยียีได้ยิ้มให้กับพวกเขา แล้วก็นั่งลงแถวหน้า เย่เนี่ยนโม่จ้องที่แผ่นหลังของเธอ อ้าวเสว่ที่อยู่ข้างๆจึงเกิดอาการไม่พอใจ ดึงหน้าเขาให้หันมาแล้วกล่าวขึ้น :“ทำไมคุณเอาแต่จ้องมองเธอ ฉันไม่น่ามองหรือไง”
“อ้าวเสว่ คุณก็รู้อยู่เต็มอกว่าตอนนี้ระหว่างเราไม่มีทางเป็นไปได้อีกแล้ว” เย่เนี่ยนโม่ดึงมือของเธอออก อ้าวเสว่เอามืออุดหูแล้วกล่าวซ้ำๆว่า: “ฉันไม่ฟังๆ คุณรับปากกับลุงสวีว่าจะดูแลฉันจนกว่าจะหายดี!”
การมาของผู้พิพากษาได้สยบหัวข้อการสนทนาครั้งนี้ที่เกือบทำให้อารมณ์เย่เนี่ยนโม่ปะทุขึ้น บนม้านั่ง ชายหนุ่มยืนอย่างไม่รู้สึกรู้สา เข้าไปอยู่ในเรือนจำไม่กี่ปี ออกมาไม่เพียงแต่มีงานทำ ยังมีเงินหลายแสนหยวนใช้อีก นี่ดีกว่าการทำงานหนักเยอะเลย
“จำเลย จะยอมรับสารภาพหรือไม่ว่าได้ขับรถชนแล้วหนีในคืนวันที่14เดือน9บนถนนหลงฉวน” ผู้พิพากษากล่าวถาม
“ผมยอมรับสารภาพครับ เป็นผมจริงๆที่ขับชนแล้วหนี” ชายหนุ่มกล่าวอย่างเสียงดัง emilyก็เป็นพยานอยู่ข้างๆ ทุกอย่างได้ถูกวางแผนไว้หมดแล้ว ผู้พิพากษากำลังจะทำการตัดสิน ประตูก็ได้ถูกผลักออก Bakerเดินเข้ามาอย่างไม่ยี่หระ
Bakerเดินเข้าไปด้านหน้าของผู้พิพากษาแล้วกล่าวบางประโยคเบาๆ ผู้พิพากษาพยักหน้า : "มีการคัดค้านคดีนี้ ศาลขอเลื่อนการพิจารณาออกไปชั่วคราว"
มีการคัดค้าน! จางถังกำลังคิดที่จะทำอะไร อ้าวเสว่ลนลานในใจ และก็ไม่สามารถจะไปถามเย่เนี่ยนโม่ได้
นอกศาล เย่เนี่ยนโม่เรียกBakeหยุดr Bakerเดาไว้ตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าเขาจะต้องเรียกตัวเอง จึงได้กล่าวขึ้น: “ก่อนหน้านี้ผมได้ไปที่บ้านเกิดของชายคนที่รับสารภาพผิด ครอบครัวของเขาทั้งสามรุ่นทำธุรกิจเล็กๆ จะส่งเสียเลี้ยงดูดาราอย่างemily ดูเหมือนจะไม่น่าจะเป็นไปได้ มีความเป็นไปได้อย่างเดียวคือเขารับโทษติดคุกแทนคนอื่น”
“อะไรนะ! ติงยียีเดิมทีก็ได้วิ่งตามBakerออกมาเช่นกัน ได้ยินคำพูดของเขาแล้วถึงกับตกใจ Bakerได้แต่ปลอบประโลมเธอว่าจะหาพยายามหาตัวผู้ร้ายตัวจริงมารับโทษให้ได้
ติงยียีลากสังขารที่เหนื่อยล้ากลับบ้าน ติงต้าเฉินมารับแล้วกล่าวขึ้น:“เป็นไงบ้าง คนก่อเหตุสุดท้ายถูกตัดสินเช่นไร”
“พักการตัดสินไว้ชั่วคราวค่ะ บอกว่าหลักฐานไม่เพียงพอ” ติงยียีกล่าวอย่างหงุดหงิด ติงต้าเฉินฟังจบแล้วก็กลับไปในห้องอย่างเงียบๆ ติงยียีเป็นกังวลสุดๆ ตั้งแต่ที่ขาของคุณพ่อได้รับบาดเจ็บ เวลาที่คุณพ่อใช้อยู่ในห้องนับวันยิ่งนานขึ้น
ในห้อง ติงต้าเฉินถือรูปของภรรยาไว้ จากนั้นถอนหายใจแรง กลางดึก แสงไฟจากคอมพิวเตอร์ในห้องรับแขกยังคงกะพริบไฟอ่อนๆ ตั้งแต่ที่ขาของติงต้าเฉินได้รับบาดเจ็บ ติงยียีกลัวว่าเขาจะล้ม เธอจึงนอนที่ห้องรับแขกเป็นประจำ
ติงต้าเฉินเข็นรถเข็นแล้วหยิบผ้าห่มบางๆมาคลุมบนตัวเธอ บนโต๊ะมีสำเนาข้อมูลงานพาร์ทไทม์หนาปึกวางอยู่
เพื่อตัวเองแล้ว ลูกคนนี้ต้องสู้สุดชีวิต ตอนนี้เขาคือคนที่ไม่มีประโยชน์ มีแต่จะเป็นภาระให้กับลูก ติงต้าเฉินมองติงยียีที่นอนหลับก็ยังขมวดคิ้ว น้ำตาจึงชายชราได้อาบนองแก้ม
“สวัสดีค่ะลุงสวี เงินงวดแรกได้โอนไปในบัญชีของลุงสวี่แล้ว โปรดตรวจเช็คดูนะคะ”
ติงยียีส่งข้อความเสร็จ ก็ทำการส่งอาหารต่อ คุณพ่อตอนนี้ขาได้รับบาดเจ็บ แล้วเธอยังต้องมาคืนเงินใช้หนี้อีก เธอจะต้องขยันให้มากกว่าเดิม
สวีเห้าเซิงที่กำลังแช่ออนเซ็นอยู่ได้ถอนหายใจ เขาไม่ได้อยากให้เด็กคนนี้คืนเงิน แต่ว่าเด็กคนนั้นดื้อรั้นที่จะทำแบบนี้ ช่างทำให้เธอลำบากจริงๆ
“ลุงสวี ขอยืมโทรศัพท์ลุงใช้หน่อย หนูจะโทรศัพท์หาเย่เนี่ยนโม่!” อ้าวเสว่ว่ายเข้ามา สวีเห้าเซิงได้ยินมาว่าการแช่ออนเซ็นสามารถรักษาอาการซึมเศร้าได้ หลายวันมานี้จึงได้พยายามพูดโน้มน้าวเกลี้ยกล่อมให้เธอมาแช่ออนเซ็น
สวีเห้าเซิงจึงได้ยื่นโทรศัพท์ไปให้เธอ อ้าวเสว่รับมาแล้วเปิดเห็นข้อความที่ติงยียีส่งมาอย่างไม่ตั้งใจ หน้าจึงถอดสี
“อ้าวเสว่ หนูเป็นอะไร ไม่สบายเหรอ” สวีเห้าเซิงเห็นเธอตั้งนานไม่มีการขยับเขยื้อน จึงรีบว่ายมาที่ข้างๆเธอ
อ้าวเสว่ถือโทรศัพท์แล้วสอบถามเขา :“คุณรู้ไหมว่าเธอแย่งแฟนของฉันไป ก็เพราะว่ามีเธอยู่ เนี่ยนโม่ถึงไม่ต้องการฉัน ทำไมคุณถึงต้องยืมเงินให้เธอด้วย!”
“ยียี เด็กคนนั้นพ่อของเธอนอนอยู่โรงพยาบาลต้องการใช้เงินด่วน” สวีเห้าเซิงพยายามอธิบาย อ้าวเสว่ยัดโทรศัพท์ใส่มือของเขา แล้วพึมพำ: “หนูไม่สน หนูจะไปเอาเงินคืนเดี๋ยวนี้ หนูไม่อยากให้เธอยืมเงิน!”
“เสี่ยวเสว่!” สวีเห้าเซิงตวาดเสียงขึ้น อ้าวเสว่ตกใจ ลุกออกจากสระด้วยใบหน้าบูดบึ้ง สวีเห้าเซิงรีบตามขึ้นจากสระไป
“ฉันว่าคุณเห็นอีกฝ่ายเป็นลูกสาวมากกว่ามั้ง” อ้าวเสว่หันหลังกล่าวด้วยสีหน้าบึ้งตึง สวีเห้าเซิงมองเธอด้วยความตกใจ “เธอรู้แล้วเหรอ”
“ไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองทำอะไร ก็อย่าไปทำ และฉันยังไม่ได้ให้อภัยคุณ คุณจะดุอะไรนักหนา” อ้าวเสว่เยาะเย้ยเขา วันนี้เธอถือว่าเป็นบุญตาได้เห็นว่าท่าทางของคนรับผิดเป็นอย่างไร
สวีเห้าเซิงรู้สึกว่าเธอไม่ค่อยมีเหตุผล ถอนหายใจแล้วกล่าว :“เสี่ยวเสว่อภัยคนได้พึงให้อภัย”
“คุณเลือกแล้วกัน ถ้าเลือกฉันต้องให้เธอนำเงินมาคืนเดี๋ยวนี้ หรือไม่ก็ไปรับเธอมาเป็นลูกสาวซะ” อ้าวเสว่ยื่นคำขาด
สวีเห้าเซิงถอนหายใจ คิดว่าเดี๋ยวค่อยทำการปลอบอ้าวเสว่ทีหลัง ให้เขาไปเอาเงินคืนจากเด็กสาวคนนั้น ให้หยอดเกลือลงบนบาดแผลของคนอื่นแบบนี้เขาทำไม่ได้