ตอนที่ 1466
ตอนที่ 1466 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1366
October 28, 2026
ติงยียีกอดเธอด้วยความซาบซึ้ง ตอนนี้ขอแค่มีความหวังอันน้อยนิด เธอก็ไม่มีทางจะปล่อยไป ซ่งเมิ่นเจ๋ถอนหายใจเมื่อเห็นเธอเป็นแบบนี้ คุณหมอเป็นเย่เนี่ยนโม่หามา เขากำชับกับตัวเองว่าไม่ให้บอกติงยียี
ทั้งคู่เดินเข้าไปในห้างสรรพสินค้า ติงยียีอยากจะซื้อไม้เท้าสักอันให้คุณพ่อ ข้างๆร้านเครื่องมือแพทย์ก็คือร้านเฟอร์นิเจอร์ในครัวเรือน ติงยียีหันหน้าไปโดยบังเอิญ เห็นเงาร่างที่คุ้นเคยกำลังเลือกซื้อเฟอร์นิเจอร์
ทำไมเย่เนี่ยนโม่ถึงมาอยู่ที่นี่ได้ หัวใจของเธอตุ้มต่อมราวกับกลองก็ไม่ปาน ไม่อยากจะมองเขา แต่ก็อดไม่ได้ที่จะสังเกตความเคลื่อนไหวทุกอิริยาบถของเขา เห็นร่างของเขาค่อยๆจากไป ติงยียีคิดก็ไม่ต้องคิดเดินตามไปทันที
เธอเดินตามร่างนั้นเข้าไปในร้านเฟอร์นิเจอร์ครัวเรือน เห็นเขาเดินไปทางผู้หญิงสาวคนหนึ่ง หญิงสาวยืนเขย่งปลายเท้า ทั้งคู่ดูสนิทสนมกัน ขาของติงยียีกำลังสั่นเทา อดไม่ได้ที่จะก้าวเดินไปข้างหน้า อารมณ์ที่ตึงเครียดได้ผ่อนคลายลงเมื่ออีกฝ่ายนั้นหันหลังมา
เธอจำผิดคน ไม่ใช่เย่เนี่ยนโม่ “ยียี เธอเป็นอะไร” ซ่งเมิ่นเจ๋รีบวิ่งมาถาม ติงยียีจึงร้องไห้ออกมา: “เมิ่นเจ๋ ฉันควบคุมตัวเองไม่ได้เลย ฉันคิดถึงเขาเหลือเกิน”
ซ่งเมิ่นเจ๋ลูบหลังของเธอเบาๆ แล้วกล่าวปลอบประโลม :“คิดถึงเขาก็ไปหาเขาสิ”
คำพูดของซ่งเมิ่นเจ๋ราวกับผ้าที่ปัดเช็ดม่านหมอกที่ดำทะมึน ติงยียีพยักหน้าให้กับเธอ แล้ววิ่งออกไปจากห้างสรรพสินค้า ในใจมีเพียงความคิดเดียวคือ อยากเจอเขา!
รถแท็กซี่มาจอดบริเวณทางเข้าในเขตไฮโซ ติงยียีถูกรั้ง “สวัสดีครับ กรุณากรอกข้อมูลก่อนครับ ทางเราขอสอบถามเจ้าของบ้านก่อนถึงจะปล่อยเข้าได้ครับ”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหยิบสมุดกรอกข้อมูลออกมา ติงยียีสะดุ้งเบาๆแล้วกล่าวขึ้น:“ไม่แจ้งเจ้าของบ้านไม่ได้เหรอคะ ฉันแค่เข้าไปดูแวบเดียวเองค่ะ”
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมองเธอด้วยความฉงนใจ มีอย่างที่ไหนที่เดินทางมาแต่ไกลเพื่อมาดูเพียงแวบเดียว จึงส่ายหน้าปฏิเสธ ลมพัดมาเบาๆ ความใจร้อนเมื่อสักครู่ได้กลายเป็นความวิตกกังวล ถ้าหากอีกฝ่ายไม่ต้องเจอตัวเองจะทำอย่างไรดี
“หรือคุณจะโทรหาเพื่อนของคุณก่อนไหม ให้อีกฝ่ายออกมารับคุณ” เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเห็นเธอลังเลจึงเตือนเธอด้วยความหวังดี
โทรศัพท์ ใช่โทรศัพท์! ติงยียีหยิบโทรศัพท์ออกมา บนหน้าจอแสดงแบตเตอรี่ว่าเหลือ4%เนื่องแบบเตอรี่เหลือน้อย เครื่องโทรศัพท์จึงกะพริบไฟสีแดงเตือนไม่หยุด
โทรศัพท์โทรติด เสียงรอสายที่เชื่องช้าและยาวนานทำให้หัวใจเธอเต้นตึกๆ “ฮัลโหล” เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นในขณะที่มีเสียงแตรรถดังแหลมมาจากด้านหลังติงยียี
เธอจึงรีบหลบอย่างไว เมื่อหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอีกครั้ง ปรากฏว่าโทรศัพท์ได้ปิดเครื่องเนื่องจากแบตเตอรี่หมด เธอจึงกดปุ่มเปิดปิดเครื่องรัวๆ สุดท้ายก็ต้องปล่อยออกด้วยความจำใจ
อารมณ์ที่เต็มไปด้วยความอัดอั้นไม่มีทางระบายออกมาได้ จึงต้องจากไปด้วยความหงุดหงิด เดินไปตามถนนที่สองข้างปลูกด้วยต้นการบูร เดินได้สักพักก็มีเสียงแหลมดังก้องจากด้านหลัง
มีรถออฟโรดคันหนึ่งได้แล่นผ่านเธอไป แล้วลับหายไปจากมุมอย่างรวดเร็ว สักพัก เสียงรถดังขึ้นอีกครั้ง รถออฟโรดได้วิ่งกลับมา
ติงยียีถูกแสงไฟหน้าของรถแยงเข้ามาในดวงตา จึงยื่นมือออกไปเพื่อบังแสงไฟ เสียงปิดประตูรถดังขึ้น แล้วมือของเธอถูกจับไว้
เย่เนี่ยนโม่อยู่ในบ้านกำลังเตรียมตัวไปอาบน้ำ ถอดเสื้อออกได้เพียงครึ่ง ก็เห็นสายโทรศัพท์ของติงยียี เพิ่งจะกดรับสายก็ได้ยินเสียงดังแหลม ยังไม่ทันรอให้เขาได้พูด โทรศัพท์ก็ตัดสายลง
วินาทีที่โทรศัพท์ถูกตัดสายนั้น เขาตกอยู่ในความตระหนกกลัวอย่างไม่รู้จบ ในหัวสมองว่างเปล่า จับโทรศัพท์คว้ากุญแจรถแล้วก็วิ่งออกไป ขับรถมาถึงตรงมุม เห็นร่างรางๆข้างถนนทำให้เขาวิตกกังวล จึงตัดสินใจขับกลับไปดู คิดไม่ถึงว่าจะเจอกับติงยียี
ติงยียีมองตะลึงดูคนที่ปกติมีระเบียบสะอาดสะอ้าน เวลานี้ชายเสื้อหลุดรุ่งริ่งออกมาจากเข็มขัด กระดุมเสื้อก็ติดเพียงไม่กี่เม็ด ทำให้เห็นถึงอกสีแทนวับๆแววๆ และผมเผ้ายุ่งเหยิงกระเซอะกระเซิง
“มาหาผมมีเรื่องอะไรเหรอ” เย่เนี่ยนโม่ปกปิดความตระหนก ซ่อนความดีใจและอารมณ์อื่นๆไว้ แล้วกลับสู่ท่าทางที่สงบเยือกเย็น
ติงยียีรู้สึกปากของตัวเองแห้ง อยากจะบอกคำรักที่ได้ฝึกระหว่างทาง แต่กลับไม่สามารถพูดออกมาได้
“ผมต้องไปแล้ว” เย่เนี่ยนโม่หันหลังกลับ แต่แขนเสื้อถูกดึงไว้ “อย่าเพิ่งไป” ติงยียีกล่าวเบาๆ
เขาไม่ได้หันหน้ามา ปล่อยให้เธอจับแขนเสื้ออย่างตามใจชอบ ติงยียีเริ่มคัดจมูก นิ้วมือจับไว้แน่น จากนั้นค่อยๆเอนศีรษะเข้าไปซบที่แผ่นหลังของเขา แล้วกล่าวเบาๆ:
“เจ็ดวันมานี้ ฉันรู้สึกว่าคุณน่ารำคาญมาก ไม่ว่าจะนั่งรถไฟฟ้าใต้ดิน ที่สำนักงาน หรือในนิตยสารก็มักจะเห็นคุณ เมื่อสักครู่ฉันเพิ่งจะเข้าใจ ไม่ใช่เป็นเพราะการปรากฏตัวกะทันหันของคุณ แต่เป็นเพราะในใจเริ่มสนใจคุณโดยไม่สามารถควบคุมไม่ได้”
แขนเสื้อในมือถูกดึง เธอลนลานเงยหน้าขึ้น แล้วตกสู่ในภวังค์ของแววตาที่อ่อนโยน “ดังนั้น คำตอบของคุณคืออะไร” เย่เนี่ยนโม่พูดชักจูงเธอ บังคับให้เธอพูดความรู้สึกในใจออกมา เขาไม่อยากให้เธอหนีความจริง บนเส้นทางความรักนี้ ขอเพียงแค่เธอก้าวออกมาหนึ่งก้าว ที่เหลือเก้าสิบเก้าก้าวปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเขาเอง
“ดังนั้น••ดังนั้น•••” ติงยียีบีบขยำนิ้วมือตัวเอง จ้องมองแววตาขอเขาแล้วพูดย้ำคำพูดนั้นซ้ำๆ
“พูดออกมา” เย่เนี่ยนโม่ยังคงไม่ยอมปล่อยเธอ ก้าวช้าๆเข้าไปหาเธอราวกับเสือชีตาห์ สำหรับเธอที่เป็นเหยื่อทำได้เพียงถอยหลังอย่างจนปัญญา ใจกระตุกขึ้น ติงยียีหลับตาลงแล้วตะโกนขึ้นอย่างเสียงดัง: “เย่เนี่ยนโม่ ฉันชอบคุณ”
ริมฝีปากเกิดการสัมผัสที่ชุ่มชื้นขึ้น เธอลืมตา เย่เนี่ยนโม่ได้ดึงกลับมาแล้ว เขายิ้มปานจิ้งจอก มือที่เรียวยาวจับเข้าที่โคนหูของเธอแล้วกล่าว :“เมื่อกี้นี้คือรางวัล”