ตอนที่ 1465
ตอนที่ 1465 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1365
October 28, 2026
เย่เนี่ยนโม่พยักหน้า Bakerครุ่นคิดครู่หนึ่ง จากนั้นให้เพื่อนร่วมงานไปตามEmilyมา ครึ่งชั่วโมงผ่านไป Emilyที่ถูกประกันตัวได้มาถึง เมื่อเห็นชายหนุ่มก็ร้องไห้วิ่งโผเข้าไปตบตีอีกฝ่าย: “ฉันบอกคุณแล้วว่าให้ส่งเขาไปโรงพยาบาล ทำไมคุณถึงไม่ไปส่ง!”
เย่เนี่ยนโม่สบตากับBaker เห็นทีแล้วเรื่องราวคงจะกระจ่างแล้ว เมื่อออกมาจากประตูใหญ่สำนักงานตำรวจ ติงยียีรู้สึกโล่งใจ เรื่องของคุณพ่อในที่สุดก็คลี่คลายลง ถือว่าได้เรียกร้องความเป็นธรรมให้กับครอบครัวของเธอแล้ว
“เมื่อสักครู่ที่อยู่สำนักงานตำรวจทำไมคุณถึงไม่มีความสุข” เย่เนี่ยนโม่หันหน้าไปถามเธอ น้ำเสียงที่ทุ้มต่ำทำให้ติงยียีนึกถึงฉากที่อับอายของเมื่อคืน
เพื่อหลบหนีความทรงจำจากเมื่อคืน เธอจึงเล่าในสิ่งเธอทำร่วมกับอ้าวเสว่ในสองสามวันที่ผ่านมาอย่างคร่าวๆ เย่เนี่ยนโม่ลูบศีรษะของเธอ “อยากจะร่วมมือกับพวกเขาจริงเหรอ”
ติงยียีพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ผมจะช่วยคุณให้บรรลุเป้าหมายให้ได้” เย่เนี่ยนโม่จ้องมองเธอ ให้คำมั่นสัญญาอย่างจริงจัง
เวลาเพียงชั่วคืน สำหรับบางคนอาจเป็นแค่เพียงความฝัน สำหรับบางคนอาจสามารถเปลี่ยนแปลงพลิกฟ้าพลิกแผ่นดินได้เลย
“ผมตัดสินใจที่จะร่วมงานกับพวกคุณอีกครั้ง คู่หมั้นของผมก็เชื่อมั่นในตัวพวกคุณมาก นี่เป็นโอกาสครั้งสุดท้าย” เฟ่ยหลอจับมือลากับติงยียี อ้าวเสว่ แล้วก็จากไป
ในโรงจอดรถ เฟ่ยหลอเล่นกับกุญแจรถที่อยู่ในมือ แล้วกล่าวกับคู่สายโทรศัพท์ว่า :“ประธานเย่ครับ ผมรับปากที่จะร่วมมือกับบริษัทเย่ซื่ออีกครั้งแล้ว อย่างนั้นเมื่อห้างสรรพสินค้านานาชาติของบริษัทคุณสร้างเสร็จ ที่บอกว่าจะให้สิทธิ์สินค้าของผมใช้บริการฟรี คุณอย่าลืมนะครับ”
“วางใจเถอะ” เสียงสุขุมเยือกเย็นจากโทรศัพท์ ที่ฟังไม่ออกถึงอารมณ์ ในห้องสำนักงานยังมีเพื่อนร่วมงานจำนวนไม่น้อยกำลังนั่งซุบซิบคุยกัน
“พวกคุณรู้ไหมว่าทำไมเฟ่ยหลอจู่ๆถึงตอบตกลง” เหยนหมิงเย้ากล่าวอย่างมีนัย อ้าวเสว่กับติงยียีส่ายหน้า
“มีคนได้ช่วยพวกคุณอยู่เบื้องหลัง แต่เป็นใครนั้นพวกคุณก็น่าจะเดาออก” สายตาของเหยนหมิงเย้าทอดมองมาที่ติงยียี จนเธอเริ่มระแวง
จะต้องเป็นเย่เนี่ยนโม่แน่ๆ ช่วงนี้เขางานยุ่งมาก ไม่ได้มาหาฉันเลย!” อ้าวเสว่หยิบโทรศัพท์แล้วเดินออกจากห้องสำนักงานไป ติงยียีมองแผ่นหลังของเธอแล้วแอบตัดสินใจว่า ไม่ได้ พวกเขาต่างหากที่เป็นคู่กัน ตัวเองจะเข้าไปแทรกระหว่างกลางไม่ได้
ที่โรงพยาบาล ติงยียีพาคุณพ่อไปตรวจเช็คร่างกาย ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุติงต้าเฉินก็รู้สึกว่าขาของตัวเองนั้นไม่ค่อยมีความรู้สึก
“อาการของคุณค่อนข้างรุนแรง ขาด้านซ้ายจะสูญเสียความสามารถการเดินตามปกติ” คุณหมอมองสองคนอย่างจริงจัง
“คุณหมอหมายความถึงขาผมจะพิการเหรอครับ” ติงต้าเฉินถามด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เมื่อได้รับคำตอบที่ชัดเจนก็ยกกำปั้นทุบเข้าที่ขาของตัวเองอย่างแรงทันที
“พ่อคะ! อย่าทำแบบนี้!” ติงยียีรีบจับมือของเขาไว้ แล้วกล่าวปลอบประโลม: “พ่อ ใจเย็นๆนะ หนูเลี้ยงพ่อได้สบายเลยค่ะ”
เมื่อกลับมาถึงบ้าน ติงต้าเฉินทานข้าวเสร็จก็ขังตัวเองไว้ในห้อง ติงยียีถอนหายใจ ยกเก้าอี้มาตัวหนึ่งแล้วนั่งใจลอยอยู่หน้าห้อง
โทรศัพท์ดังขึ้น ตัวอักษรเย่เนี่ยนโม่กะพริบ เธอจ้องมองหน้าจอโทรศัพท์จากสว่างจนกระทั่งดับลงอย่างเหม่อลอย ปลายนิ้วชี้ปัดไปที่ปุ่มลบทิ้ง กำลังจะทำการลบ ก็มีเสียงดังลอยขึ้นจากในห้อง
เธอตกใจจนใช้กุญแจสำรองเปิดเข้าไประตู ติงต้าเฉินล้มอยู่หน้าประตูห้องอาบน้ำ “พ่อ!” ติงยียีรีบพยุงเขาขึ้นมา ติงต้าเฉินหันมายิ้มให้กับเธอ: “พ่อไม่เป็นไร พ่อแค่ต้องการจะไปห้องอาบน้ำเท่านั้น”
“หนูช่วยพ่อนะ” ติงยียีกลั้นน้ำตาประคองคุณพ่อเข้าไปห้องอาบน้ำ ยุ่งอยู่สักพัก จนคุณพ่อนอนหลับไป เธอถึงได้มาที่ห้องรับแขก
รอยยิ้มของคุณแม่ในห้องรับแขกยังคงหยุดอยู่ในช่วงวัยสาวเสมอ “แม่คะหนูจะช่วยพ่อได้อย่างไรคะ”
เสียงข้อความของโทรศัพท์ดังขึ้น ส่องสว่างห้องรับแขกที่สลัว “พักผ่อนเยอะๆ พรุ่งนี้ฝนจะตกอย่าลืมพกร่มด้วย”
ข้อความไม่กี่คำ แต่สื่อความอบอุ่นเหลือล้น
ติงยียีสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วกดปุ่มโทรออก เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น จากนั้นเธอกล่าวเบาๆ:“อย่าเพิ่งพูด ฟังฉันพูดให้จบ อย่ามาหาฉันอีก คืนนั้นฉันไม่ถือสา ให้มันเป็นแค่ความฝัน”
“ความฝันเหรอ” เย่เนี่ยนโม่ที่อยู่ไกลแต่รู้สึกความอันตราย
“ใช่ แค่ความฝัน ไม่ใช่เรื่องใหญ่” ติงยียีกล่าวเสียงต่ำ เสียงตู๊ดๆดังขึ้นจากโทรศัพท์ อีกฝ่ายได้วางสายลงแล้ว
ทุกอย่างจบลงแล้วเหรอ เธอมองรูปขาวดำของแม่ที่มองมาทางตัวเองด้วยความรัก เธอที่กลั้นน้ำตาไว้ไม่ไหว “แม่คะ ทำไมหนูถึงได้เจ็บเพียงนี้”
โทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง เธอที่กำลังลนลานหยิบขึ้นมารับโดยไม่รู้ตัว “ออกมา พึ่บ” โทรศัพท์ถูกวางสาย
ติงยียีออกประตูด้วยความลังเล ในตรอกซอยเล็กๆ เย่เนี่ยนโม่ใส่สูทลำลองทั้งตัว ที่เห็นได้ชัดว่าได้รออยู่ด้านนอกตั้งนานแล้ว บนตัวยังมีความเย็นยะเยือกของฤดูใบไม้ร่วง
“เจ้าบื้อ ไม่แคร์แล้วจะร้องไห้ทำไม” เย่เนี่ยนโม่ช่วยเช็ดน้ำตาที่เธอเช็ดไม่ทันอย่างอ่อนโยน