ตอนที่ 1474
ตอนที่ 1474 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1374
October 28, 2026
ติงยียียิ้มเยาะ อ้าวเสว่มีพ่อที่รักเธอมากขนาดนี้ มีความรักของเย่เนี่ยนโม่ มีการงานที่มั่นคง เธอไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมมีคนคอยตามหลังตนเอง ให้ตนเองมอบความภักดีกับเธอ มีสิทธิ์อะไร
“ถ้าเย่เนี่ยนโม่ไม่มายุ่งกับฉัน ฉันก็จะไม่ไปยุ่งกับเขาเช่นกันค่ะ” ติงยียีเดินจากไปอย่างเร่งรีบ ตอนนี้เธอแค่อยากขอให้พ่อของเธอยกโทษให้เธอ
ติงยียีสะดุ้งตื่นเพราะเสียงพายุและฟ้าผ่า เธอรีบลืมตาขึ้นทันที เครื่องปรับอากาศของโรงแรมหนาวเย็นมากจนทำให้เธอตัวสั่น
ติงยียีมองเม็ดฝนนอกหน้าต่างอย่างหมดความหวัง นาฬิกาปลุกบนโต๊ะชี้ไปที่ห้าโมงเช้า เธอหยิบโทรศัพท์ออกมาอย่างใจเย็น ใช้นิ้วปัดหน้าจอหาข้อมูล ก่อนจะกดเข้าไปเบาๆ แล้วกดปุ่มโทรออก
อีกฝ่ายรับสายอย่างรวดเร็ว เสียงของเย่เนี่ยนโม่พูดขึ้นอย่างรวดเร็ว เขาเอ่ยถาม “ยียี คุณอยู่ที่ไหน?
“แล้วคุณล่ะคะอยู่ที่ไหน” เธอถามกลับ อีกฝ่ายนิ่งเงียบไป เธออดหัวเราะออกมาไม่ได้ เสียงฝนตกลงมานอกขอบหน้าต่างดังเล็ดลอดเข้ามาตามสาย ฟังดูเหมือนใกล้แต่ก็ไกล เธอพูด
“ฉันเชื่อว่าคุณรักฉัน ไม่ใช่สิ อย่างน้อยคุณก็ชอบฉัน แต่ฉันไม่เชื่อในความรักของเรา”
เสียงฝนตกผสมกับความเงียบทางโทรศัพท์ทำให้เกิดความรู้สึกที่พิเศษ เสียงลมหายใจที่แรงขึ้นกะทันหันทำให้ติงยียีรู้ว่าเขากำลังจับโทรศัพท์อยู่ เธอพูดต่อ “ฉันรู้ว่าความรักไม่ใช่แค่เรื่องของคนสองคน แล้วฉันก็รู้ว่าคุณไม่ได้ชอบเธอ
แต่คุณไม่สามารถปล่อยเธอไปได้ เธอได้ผูกติดกับชีวิตของคุณแล้ว ส่วนฉันอยู่นอกชีวิตของคุณ ทำได้เพียงพึ่งพาฝนและน้ำค้างที่ตกลงมาเป็นครั้งคราวของคุณ”
เธอพูดอย่างเร่งรีบเล็กน้อย เหมือนกลัวว่าจะถูกขัดจังหวะ จนกระทั่งเธอระบายความรู้สึกของเธอออกมาจนหมด เสียงจากอีกด้านของโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา น้ำเสียงของเย่เนี่ยนโม่ชัดเจนมากขึ้น “ผมเคยบอกคุณแล้ว ให้เวลาผมอีกสักหน่อย”
“เย่เนี่ยนโม่” เธอตะโกนเรียกทั้งชื่อและนามสกุลของเขา มือข้างหนึ่งจับโทรศัพท์ไว้ ส่วนมืออีกข้างทุบลงที่ตำแหน่งหัวใจ ตรงนั้นเจ็บมากจนหายใจแทบจะไม่ออก แต่เสียงของเธอกลับใจเย็นมาก เธอพูด “แต่ฉันไม่อยากจะรออีกต่อไปแล้ว”
“ยียี! เพล้ง!” เธอกดวางสาย แล้วมองที่ข้างเตียง ก่อนจะมีความรู้สึกอยากตากฝนขึ้นมากะทันหัน เธอเปิดหน้าต่างออก ลมที่พัดเข้ามาบนชั้นสิบสี่หนาวจนถึงกระดูก เม็ดฝนผสมกับลมสาดกระทบหน้าของเธอ สายฝนอันหนาวเหน็บปนไปกับน้ำตาอุ่นๆ ของเธอ เช้าของวันนี้ ไม่มีคำว่าอรุณสวัสดิ์ มีแค่ฝน
หลังจากออกจากห้องพัก ติงยียีก็รีบเรียกรถแท็กซี่ออกไป โรงแรมที่เธอพักอยู่ไกลจากบริษัทหลินซื่อเล็กน้อย เธอจึงต้องใช้เวลาในการเดินสักพัก
เพราะการระบายน้ำไม่ดีทำให้มีกองน้ำฝนค้างอยู่ด้านข้าง มีรถขับผ่านอย่างรวดเร็ว ติงยียีคิดจะหลบ แต่ก็ไม่ทันแล้ว เธอยืนนิ่งอยู่ที่เดิมปล่อยให้น้ำโคลนจากรถกระเด็นใส่เธอ
คนเดินผ่านไปมามองอย่างมีความสุขบนความทุกข์ของคนอื่น ในเวลานี้เองเสียงโทรศัพท์ช่วยให้เธอรอดจากเรื่องน่าอับอายนี้ไปได้ เป็นเบอร์แปลกหน้า เอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงที่เคร่งขรึม “คุณติงยียีใช่ไหมครับ ทางเราจับเจ้าของรถที่ก่อเหตุได้แล้วครับ รบกวนมาที่สถานี XX เพื่อให้ความร่วมมือในการสอบสวนด้วยครับ”
เธอรีบออกเดินทาง และเป็นไปตามที่คาดไว้เธอเห็นจางถังนั่งอยู่ที่นั่นด้วยสีหน้าบูดบึ้ง โดยมีชายใส่ชุดสูทกับรองเท้าหนังนั่งถัดจากเขา น่าจะเป็นทนายความของเขา
“ติงยียี เธอพอใจหรือยัง พ่อของผมโมโหจนต้องเข้าโรงพยาบาล คุณพอใจแล้วใช่ไหม!” จางถังรีบลุกขึ้นยืน แล้วจ้องมองเธออย่างโกรธแค้น เหมือนคนร้ายคือติงยียีไม่ใช่เขา
ติงยียีมองเขาอย่างแปลกใจ เธอยังไม่ได้ทำอะไรเลย แต่ทำไมจางถังถึงพูดอย่างนั้น? Bakerเดินเข้ามา ยื่นรูปถ่ายให้เธอ ในรูปภาพเป็นรูปรถ BMW ที่ด้านหน้าของเธอถูกกระแทกจนยับเยิน
“นี่ไม่ใช่รูปที่คุณส่งมาจริงๆ เหรอครับ” Bakerแสดงที่อยู่ของผู้ส่งบนซองจดหมายให้เธอดู มันเขียนชื่อของเธอไว้
เธอส่ายหน้า จางถังหัวเราะออกมาจากด้านข้าง แววตาของเขาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง ทนายที่อยู่ด้านข้างยืนขึ้นแล้วพูด “เราขอคุยกับคุณติงเกี่ยวกับแก้ไขปัญหาเป็นการส่วนตัวครับ”
ติงยียีปฏิเสธออกมาทันที “ไม่ว่าคุณจะจ่ายสองแสนหรือสามแสน ฉันก็ไม่ให้อภัยคุณ คนที่ทำผิดควรได้รับโทษ”
จางถังหัวเราะออกมากะทันหัน ก่อนจะพูดเสียงเจ้าเล่ห์ “มันก็ไม่แน่ง เธอหันไปดูซะก่อนว่าใครมา”
ติงยียีหันหลังไปมอง ก็เจอเข้ากับเย่เนี่ยนโม่ โดยมีอ้าวเสว่กอดแขนเขาอยู่ ก่อนจะเดินเข้ามาด้วยสีหน้าลำพองใจ ติงยียีมองดูเขานิ่ง ถ้าเธอจำไม่ผิด ก่อนหน้านี้พวกเธอยังช่วยกันเรื่องนี้อยู่เลย ในตอนนั้นเขาบอกว่าเขาจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอ
“เจรจากันส่วนตัวเถอะ” เย่เนี่ยนโม่พูด ติงยียีมองหน้าเขาอย่างไม่เชื่อสายตา ใบหน้าที่หล่อเหลาเหมือนเดิม แววตาเหมือนเดิม ทำไมเขาถึงพูดแบบนั้นออกมาได้? เขาจะไม่เห็นแววตาที่เจ็บปวดของพ่อเธอหรือไงกัน หรือเขาไม่ได้เข้ามามีส่วนร่วม ทำไมเวลาแค่ช่วงสั้น ๆ เขาถึงกลับคำแบบนี้
“ไม่ มี ทาง!” ติงยียีพูดออกมาทีละคำ แต่ละคำช่างบาดลึกถึงใจ
เย่เนี่ยนโม่มองเธอนิ่ง คำตอบของเธอไม่ได้ส่งผลกระทบต่ออารมณ์ของเขาเลย เขาเพียงแค่พยักหน้า แล้วหันหลังและเดินออกไป
“เย่เนี่ยนโม่” ติงยียีไม่ยอม เธอวิ่งไล่ตามออกไป พยายามวิ่งตาม จนในที่สุดก็ตามเขาทัน เธอดึงแขนเสื้อเขาแล้วถามอย่างไม่เข้าใจ
“ทำไมคะ?”
“เป็นคุณเองที่ต้องการปล่อยมือก่อนไม่ใช่เหรอ” เย่เนี่ยนโม่เหลือบมองเธอ ในแววตาของเขามีหลายอย่างที่เธอไม่เข้าใจ เธออยากจะมองเข้าไปใกล้ๆ แต่กลับถูกผลักออกไปอย่างแรงจากด้านข้าง
เธอถูกผลักโดยไม่ทันระวัง จึงเซไปชนกับรถยนต์ไฟฟ้าที่อยู่ข้างๆ อย่างแรง ข้อศอกชนเข้ากับรถ ติงยียีรู้สึกวิงเวียนไปสักพัก แล้วเงยหน้าขึ้นเพื่อมองหาเย่เนี่ยนโม่อย่างลืมตัว