ตอนที่ 1478
ตอนที่ 1478 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1378
October 28, 2026
เย่ป๋อมองดูการจราจรที่ติดขัดบนถนนแล้วบ่นพึมพำ “เมื่อไหร่ฝนบ้าๆ นี้จะหยุดตกสักทีนะ”
ในรายการวิทยุ ผู้ดำเนินรายการรายงานข่าวสารอย่างเชื่องช้า “พายุไต้ฝุ่นจะเคลื่อนตัวเข้ามาในช่วงตีสี่ของเช้าวันนี้ ด้วยความเร็วประมาณสิบห้ากิโลเมตรต่อชั่วโมง ขอให้ประชาชนเตรียมพร้อมและห้ามออกเดินทางในช่วงนี้”
เย่ป๋อที่กำลังเพิ่มเสียงของวิทยุ ก็เห็นร่างหนึ่งกางร่มวิ่งออกมาจากซอย
เขารีบขับรถตามอย่างรวดเร็ว เดิมทีเขาก็กำลังมารับติงยียี แล้วตอนนี้เขาก็คิดว่าติงยียีกำลังจะไปตามนัด ดังนั้นเขาจึงรีบกดแตรรถเพื่อเรียกติงยียี
ฝนตกหนักมาก เขาทำได้เพียงขับรถตามหลังไปช้าๆ และเห็นติงยียีขึ้นแท็กซี่คันหนึ่งไป
ช่างมันเถอะ ถึงแม้จะรับคุณติงไม่ทัน แต่ขับรถตามหลังเธอไปและไปที่ร้านอาหารก็ไม่เป็นไร เย่ป๋อคิดในใจ
เขาขับรถตามหลังแท็กซี่ไป หลังจากขับรถตามหลังมาระยะหนึ่งถึงพบว่ามันไม่ใช่ทางไปที่ร้านอาหาร ร้านอาหารตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองตงเจียง แต่รถแท็กซี่กลับขับรถมุ่งไปทางตะวันตกเฉียงเหนือแทน
เขาไม่มีเบอร์โทรศัพท์ของติงยียี เขาจึงต้องหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วโทรหาคุณชายของเขาแทน ในตอนที่เขากำลังก้มหน้าลง มีรถคันหนึ่งขับสวนเลนมา รอจนเขารู้สึกตัว รถทั้งสองคันก็หักหลบไม่ทันแล้ว
ติงยียีรีบไปที่โรงแรม เธอมาถึงหน้าห้องที่เย่ชูหวินพักอยู่ เธอกดกริ่งหน้าประตูอย่างบ้าคลั่ง แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากข้างในห้องเลย ทำให้หัวใจของเธอก็หนักอึ้งขึ้นเรื่อยๆ
“เย่ชูหวิน!” เธอตบประตูอย่างร้อนใจ ทั้งตบประตูไปด้วยตะโกนเรียกไปด้วย ทันใดนั้นเองประตูห้องก็เปิดออกมา เธอยืนอึ้งอยู่กับที่ มือยังคงทำท่าเคาะประตูค้างอยู่
“เกิดอะไรขึ้น?” เย่ชูหวินสวมเสื้อสเวตเตอร์ สีหน้าของเขาซีดเซียวเล็กน้อย พอเห็นเธอเขารู้สึกดีใจเล็กน้อย
ติงยียีมองรอยยิ้มของเขา แล้วรู้สึกอายมาก ทำไมเธอถึงคิดว่าเขาจะตกอยู่ในอันตรายกันนะ? แล้วยังวิ่งมาหาแบบนี้มันดูไม่ดีเลย
“เข้ามาก่อนสิครับ” เย่ชูหวินยกยิ้ม แล้วเปิดประตูให้เธอเข้าไปข้างใน เขารีบเดินไปที่โซฟาก่อน แล้วใช้หมอนอิงทับขวดยาบนโซฟาเอาไว้
“ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มห้าสิบแล้ว ผมได้ข่าวมาว่าวันนี้มีพายุไต้ฝุ่น คุณจะพักอยู่ที่นี่สักคืนไหม?” ใบหน้าซีดของเย่ชูหวินแดงขึ้นมาเล็กน้อย เขาตั้งตารอรอฟังคำตอบที่เขาอยากจะได้ยิน
“ไม่ดีกว่าค่ะ พ่อฉันยังอยู่ที่บ้าน ฉันเป็นห่วงท่าน” ติงยียีตอบปฏิเสธ ในใจสะดุ้งเล็กน้อย สองทุ่มห้าสิบเลยจากเวลาที่เย่เนี่ยนโม่นัดเธอกินข้าวมาหนึ่งชั่วโมงแล้ว
ในห้องอาหาร แสงอ่อนๆ ส่องไปทางดอกไม้ที่ประดับอยู่เต็มห้อง ร้านอาหารที่ควรจะมีลูกค้าเต็มร้านตอนนี้กลับมีเพียงผู้ชายคนเดียว
พนักงานเสิร์ฟเดินไปหาเย่เนี่ยนโม่อีกครั้ง แล้วพูดว่า “ไม่ทราบว่าจะให้รออีกสักครู่ค่อยยกอาหารมาเสิร์ฟใช่ไหมคะ?”
เย่เนี่ยนโม่พยักหน้า พนักงานเสิร์ฟจึงเดินจากไป แล้วบรรยากาศทั้งร้านก็ตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง นักไวโอลินยืนเกร็งอยู่ด้านข้าง เขาถือว่าเป็นนักไวโอลินที่พอจะมีชื่อเสียงในแวดวงอยู่บ้าง มีหลายคนที่อยากจะจ้างเขาไปเล่นตามที่ต่างๆ เพื่อแลกกับรอยยิ้มของสาวงาม วันนี้เป็นช่วงเวลาที่น่าขายหน้าที่สุดในชีวิตของเขาแล้ว ด้วยค่าจ้างหนึ่งพันหยวนต่อชั่วโมง เขาทำได้แค่ยืนรอเท่านั้น
เย่เนี่ยนโม่เขย่าไวน์แดงในแก้ว ความคิดของเขาเริ่มหวาดหวั่น หรือว่าเธอจะตกอยู่ในอันตราย? หรือว่าจะเกิดอุบัติเหตุทำให้เธอไม่สามารถมาทันเวลาได้กัน?
เขายิ่งคิดยิ่งเป็นห่วง ในเวลานี้เองก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ตามมาด้วยเสียงของเย่ป๋อ “คุณชายครับ ผมประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์นิดหน่อยครับ แต่ผมจัดการได้ทันท่วงที แล้วอีกอย่างนะครับ ตอนนี้คุณติงยียีอยู่ที่โรงแรมแมดเซนครับ”
เย่เนี่ยนโม่กดวางสาย วางมือบนที่วางแขน แล้วเคาะเบาๆ ก่อนจะมีรอยยิ้มเยาะเย้ยก็ปรากฏขึ้นที่มุมปากของเขา เขาดื่มไวน์ในแก้วจนหมด ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปอย่างรวดเร็ว จนเหลือเพียงร้านอาหารที่ว่างเปล่ากับนักไวโอลินที่ยืนงงอยู่กับที่เท่านั้น
ในโรงแรม เย่ชูหวินใช้ไอโอดีนช่วยติงยียีฆ่าเชื้อตรงบาดแผลที่หัวเข่าของเธอ กลัวว่าเธอจะเจ็บ เขาจึงฆ่าเชื้อพร้อมกับช่วยเธอเป่าไปด้วย
ติงยียีรู้สึกเย็นๆ เธอมองดูใบหน้าด้านข้างที่จริงจังของเย่ชูหวิน แล้วรู้สึกเหมือนอยู่กันคนละโลก ผู้ชายคนนี้ยังคงอบอุ่นอ่อนโยนมาก แม้ว่าเขาจะเป็นคนขอเลิกรากับเธอ แต่เธอก็ไม่เคยรู้สึกเกลียดเขาเลย
เงาของต้นไม้นอกหน้าต่างโยกไปมาอย่างรุนแรง เย่ชูหวินดึงเธอลุกขึ้นยืน เอาเสื้อคลุมมาใส่แล้วเดินออกไป “ฉันจะพาคุณกลับไปส่งที่บ้าน”
ติงยียีเหลือบมองนาฬิกา แล้วถอนหายใจออกมาเล็กน้อย เธอเดินตามหลังเขาไป แต่เพิ่งเดินออกจากประตูก็ชนเข้ากับแผ่นหลังของเย่ชูหวินที่ยืนนิ่งที่หน้าประตู
เย่ชูหวินขยับออกเธอถึงได้เห็นคนที่ยืนอยู่ข้างประตู ร่างกายของเธอก็แข็งทื่อ สองมือไม่รู้ว่าจะวางมือไว้ที่ไหนดี เย่เนี่ยนโม่กำลังยืนกอดอกเอนหลังพิงกำแพง พอเห็นเธอก็ยกยิ้มบาง
“คุณมาทำอะไรที่นี่คะ?” ติงยียีเดินมาขวางตรงหน้าเย่ชูหวินอย่างปกป้อง เธอรู้สึกว่าตอนนี้สภาพร่างกายของเย่ชูหวินจะไม่ค่อยดีเท่าไหร่
เย่เนี่ยนโม่ยืนดูการกระทําของเธอ ก่อนที่ในแววตาจะปรากฏให้เห็นถึงความเสียใจ เธอไม่เชื่อใจเขา คิดว่าเขาจะทำอะไรกับเย่ชูหวินอย่างนั้นสินะ? ท่าทางปกป้องลูกตัวเองของเธอ เขาควรจะหัวเราะหรือหงุดหงิดดี?