ตอนที่ 1479
ตอนที่ 1479 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1379
October 28, 2026
ฝน เริ่มตกเบาลงราวกับเกิดเรื่องมหัศจรรย์ และลมก็ไม่กล้าสร้างปัญหาอีก ค่อย ๆ ถอยกลับเข้าไปในก้อนเมฆ ท้องฟ้ายังคงมืดครึ้มเสียงฝนตกปรอยๆ ผสมไปกับเสียงเครื่องขุดเจาะ
ท้องฟ้าที่มืดครึ้มเริ่มสว่างขึ้นช้าๆ ผู้คนเริ่มช่วยกันทำความสะอาด คนที่ขอความช่วยเหลืออยู่ข้างหลังเขาได้รับการช่วยเหลือเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ตอนเขาจากไป เขาหันมาทางที่เย่เนี่ยนโม่ยืนอยู่แล้วถ่มน้ำลายใส่
เขายืนมองซากปรักหักพังตรงหน้า เหมือนว่าทุกอย่างไม่เกี่ยวข้องกับเขา สองชั่วโมงต่อมา เย่ป๋อก็พูดขึ้นมา “คุณชายครับ ไม่มีใครอยู่ข้างในบ้านครับ เราไม่เจอใครอยู่ในนั้นเลย”
เย่เนี่ยนโม่หันกลับมากะทันหัน เย่ป๋อสะดุ้งตกใจกับแววตาที่เย็นชาของเขา มันเป็นแววตาที่ไม่เคยเห็นตอนอยู่ในกองทัพเลย “ไม่มีอย่างนี้เหรอ?” เย่เนี่ยนโม่ถามเสียงต่ำ
เขาพยักหน้า เย่เนี่ยนโม่เม้มปากแน่น ก่อนจะมองลึกเข้าไปในบ้านที่พังยับเยิน แล้วรู้สึกเหมือนถูกสูบแรงในร่างกายไปจนหมด ทั้งรู้สึกโล่งอก และสั่นไหวไปหมด
แพนด้าถูไถขากางเกงของเขา เขานั่งลงยองๆ ก่อนจะยิ้มออกมา แล้วพูด “เจ้านายของนายไม่เป็นอะไร นายดีใจมากใช่ไหม?”
แพนด้าเลียหลังมือของเขา เย่เนี่ยนโม่ลุกขึ้นยืน ก่อนจะรู้สึกเจ็บแสบขึ้นมา เขายกมือขึ้นมาดู เย่ป๋ออุทานออกมาอย่างตกใจ “หมอ มานี่เร็วเข้า!”
เย่เนี่ยนโม่โบกมือ แล้วมองไปที่แพนด้า ก่อนจะถามว่า “นายยอมไปกับฉันรอเจ้านายของนายมารับหรือเปล่า?”
แพนด้าเดินเข้าไปเลียหลังมือของเขา แล้วเดินตามเขาไป หลังจากที่ฝนพัดถล่มทุกอย่างจนเสียหาย แสงแดดอ่อน ๆ โผล่พ้นออกมาจากก้อนเมฆแล้วส่องสว่างลงบนซากปรักหักพัง
ในโรงแรมแมดเซน ติงยียีเปิดผ้าม่าน แล้วมองดูดวงอาทิตย์ส่องแสงไปทั่วในทุกมุมของลาน พวกพนักงานเสิร์ฟก็กำลังยุ่ง
“เมื่อคืนนอนหลับสบายดีไหม” เย่ชูหวินเคาะประตู แล้วถามด้วยรอยยิ้ม
ติงยียีเดินไปทางเขา แล้วพูด “ขอบคุณที่พาฉันกับพ่อมาพักที่นี่นะคะ ไม่รู้ว่าที่บ้านจะเป็นยังไงบ้าง” เมื่อคืนนี้ เย่ชูหวินส่งเธอกลับบ้าน แต่เป็นห่วงว่าบ้านของพวกเธอจะไม่สามารถต้านทานพายุไต้ฝุ่นในครั้งนี้ได้ เขาจึงพาพ่อกับเธอกลับมาที่โรงแรม
ตรงหน้าห้องมีกระเป๋าเดินทางของเย่ชูหวินวางอยู่ ติงยียีรู้สึกแสบจมูกอยากร้องไห้ขึ้นมาทันที “คุณจะไปแล้วเหรอคะ”
เย่ชูหวินพยักหน้าแล้วยิ้มให้เธอ “ผมจะกลับมาเยี่ยมคุณอีกแน่นอนครับ”
“ไม่ไปไม่ได้เหรอคะ?” ติงยียีพูดเสียงเศร้า พอเห็นสีหน้าสงสัยของเขาจึงรีบอธิบายอย่างรวดเร็ว “ฉันหมายความว่าพวกเราทุกคน ทั้งโจ๋ซวนและชูฉิงก็จะคิดถึงคุณเหมือนกัน”
เย่ชูหวินยกกระเป๋าเดินทางขึ้น แล้วยิ้มให้เธอ ก่อนจะพูดว่า “คุณจะไปส่งผมที่สนามบินไหม” ติงยียีพยักหน้า แล้วเดินออกไปกับเขา
บ้านตระกูลเย่
ในตอนที่เย่เนี่ยนโม่สะลึมสะลือนอนหลับอยู่ มีมือคู่หนึ่งสัมผัสแก้มของเขาอย่างอ่อนโยน มันอ่อนโยนมาก จนหัวใจของเขารับรู้ได้
“ยียี” เขาพึมพำออกมา ก่อนจะรู้สึกว่ามือที่กำลังลูบแก้มของเขาอยู่ชะงักไป แล้วตั้งท่าจะดึงมือออก เขาก็รีบคว้ามันไว้
เปลือกตาของเขาหนักมาก เขาพยายามลืมตาอย่างยากลำบาก จึงเห็นอ้าวเสว่นั่งอยู่ข้างเตียงเขา มือของเธอถูกเขาจับไว้แน่น
“เนี่ยนโม่คะ ตื่นแล้วเหรอคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน เย่เนี่ยนโม่ปล่อยมือของเธอออก อ้าวเสว่หน้าบึ้งไปเล็กน้อย ก่อนจะกลับมาทำสีหน้าอ่อนโยนเหมือนเดิม
เธอหยิบน้ำขิงขึ้นมา แล้วพูดว่า “คุณไม่สบาย คุณรู้ไหมคะ! ดื่มน้ำขิงเร็วค่ะ!”
เธอยกน้ำขิงขึ้นมาเตรียมจะยื่นให้เย่เนี่ยนโม่ดื่ม ทันใดนั้นเองกลับมีเงาสีดำวิ่งผ่านประตูที่เปิดอยู่เข้ามา อ้าวเสว่สะดุ้งตกใจ พอเห็นสุนัขที่เย่เนี่ยนโม่นำกลับมาด้วยสีหน้าของเธอก็บึ้งตึงทันที
แพนด้าเข้าแทรกกลางระหว่างอ้าวเสว่กับเย่เนี่ยนโม่เพื่อป้องกันไม่ให้เธอเข้ามาใกล้ อ้าวเสว่ยิ้มแห้งอยากจะเข้าใกล้เย่เนี่ยนโม่มาก แพนด้าคำรามเสียงต่ำ แล้วชนเธอ จนน้ำขิงหกลงบนพื้น
อ้าวเสว่โกรธมากตั้งใจจะไปตีมัน ทันทีที่เธอยกมือขึ้น ข้อมือของเธอก็ถูกจับได้แน่น เย่เนี่ยนโม่พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและแฝงไปด้วยอันตราย “คุณกล้าดียังไง”
อ้าวเสว่ตกใจ เธอแค่อยากจะขู่ให้สุนัขกลัว ทำไมเขาต้องดุขนาดนี้ด้วย ก็แค่สุนัขตัวหนึ่งเท่านั้นเอง
เย่เนี่ยนโม่ปล่อยมือของเธอออก แล้วลุกขึ้นนั่ง ก่อนจะมองดูนาฬิกา นั่งนิ่งอยู่หลายนาที จากนั้นก็กระโดดขึ้นจากเตียง หยิบเสื้อคลุมออกจากตู้อย่างรีบร้อน แล้วเดินออกไป
“เนี่ยนโม่คะ!” อ้าวเสว่วิ่งไล่ตามเขาไปด้วยความหวั่นใจ หัวใจของเธอเต้นแรงมาก เธอต้องการได้ยินเขาพูดกับตัวเองบ้าง “เนี่ยนโม่คะ คุณกำลังจะไปไหน?”
เย่เนี่ยนโม่ยังคงนิ่งเงียบ ก้าวเดินออกไปจากบ้านอย่างรวดเร็ว จนหายลับจากสายตาไป อ้าวเสว่ยืนนิ่งอยู่กับที่ มองเย่เนี่ยนโม่เดินจากไปอย่างแค้นเคือง แต่ในใจของเธอกลับเจ็บจี๊ด เขาจะไปหาติงยียีใช่ไหม? เธอแพ้อย่างย่อยยับแล้วจริงๆ ใช่ไหม?
สนามบิน
เย่ชูหวินขมวดคิ้วมองนาฬิกาของเขา ติงยียีมองหน้าเขาแล้วถาม “มีอะไรหรือเปล่าคะ ต้องรีบไปแล้วเหรอ”
เขาส่ายหน้า แล้วมองไปที่ผมของติงยียี ก่อนจะพูดขึ้นมากะทันหัน “ยียี ผมยาวเหมาะกับคุณมากกว่านะ”
“จริงเหรอคะ?” ติงยียีจับผมของเธอ ก่อนจะได้ยินประกาศให้ไปขึ้นเครื่อง เธอจึงพาเขาไปที่ประตูขึ้นเครื่อง
ทันใดนั้น ข้อมือของเธอก็ถูกคว้าอย่างแรง วินาทีต่อมาเธอก็ถูกใครบางคนดึงเข้าไปกอดไว้แน่น แรงที่กอดเธอไว้นั้นรุนแรงเกินไป รัดจนกระดูกของเธอเจ็บไปหมด เธอพยายามดิ้นหนี แต่กลับถูกกอดแน่นขึ้น