ตอนที่ 1484
ตอนที่ 1484 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1384
October 28, 2026
ยามค่ำคืน ลานด้านหน้าประตู ติงยียีนั่งอยู่บนเก้าอี้หวาย มองออกไปบนท้องฟ้าอย่างใจลอย ใบหน้าเย็นเยือก เธอดึงสติกลับมา เย่เนี่ยนโม่เอากระป๋องเบียร์ยัดใส่ในมือเธอ พูดเบาๆว่า “เฉพาะวันนี้เท่านั้น”
เธอยิ้มพลางเปิดฝากระป๋องเบียร์ จิบหนึ่งอึก ให้ของเหลวเย็นเฉียบไหลผ่านต่อมรับรส “อากจะไปหาพ่อแม่แท้ๆมั้ย” เย่เนี่ยนโม่ถามอย่างเรียบเฉย
ติงยียีหยิบกำไลมาแกว่งไปมาตรงหน้า อารมณ์ความรู้สึกสับสนพลุ่งพล่านในใจ จะเป็นเธอเหรอ แม่ของอ้าวเสว่ตกลงมีความสัมพันธ์อะไรกับตนเอง
หลังจากกลับมาจากเมืองเหยาหนาน ชีวิตก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปมากมายอะไร ติงยียีดูทีวีเย่เนี่ยนโม่ถูกสัมภาษณ์ในฐานะผู้รับผิดชอบหลักของศูนย์การค้าระหว่างประเทศ รู้สึกชุ่มชื่นหัวใจ
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นตรงเวลา เธอรับสายอย่างมีความสุข “เนี่ยนโม่!”
“ทานข้าวแล้วหรือยัง” เสียงเย่เนี่ยนโม่แฝงด้วยความรักใคร่เอ็นดู เธอพยักหน้า พักหนึ่งจึงนึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายมองไม่เห็น รีบส่งเสียงตอบ ทั้งสองฝ่ายพูดคุยทางโทรศัพท์กันอีกครู่หนึ่งจึงวางสาย
หลังจากวางสายเธอก็รีบเก็บของเตรียมออกจากบ้าน เธอขอลางานครึ่งเดือน ในช่วงเวลาครึ่งเดือนนี้ เธออยากจะทำให้กระจ่างว่าตกลงเธอคือใคร และคนที่จะสร้างความกระจ่างได้มีเพียงคนเดียวก็คือแม่ของอ้าวเสว่
มาถึงคฤหาสน์ คฤหาสน์ยังเงียบเชียบเหมือนเดิม ติงยียีนั่งอยู่ข้างทาง แบบนี้แค่เพียงมีคนอื่นผ่านมาก็จะมองเห็น
รอนานมาก ก็มีรถสปอร์ตสีแดงคันหนึ่งค่อยขับมา เธอเห็นผู้หญิงที่อยู่ในรถก็ชะงักไปทันที
ซือซือรู้สึกว่ามีคนมองตนเองอยู่ พอมองจากกระจกมองหลัง ในใจไม่รู้ถึงจุดประสงค์ที่ติงยียีมาหาตนเอง
รถยนต์จอดลงหน้าคฤหาสน์ ซือซือเพิ่งลงจากรถก็ถูกติงยียีขวางเอาไว้ “เธอจะทำอะไร!” เธอถามอย่างไม่เกรงใจ
ติงยียีควักกำไลออกมา พร้อมถามว่า “คุณจำกำไลอันนี้ได้มั้ยคะ”
ในใจซือซือเต้นตึกตัก มือซ้ายคลำกำไลบนข้อมือขวาโดยไม่รู้ตัว กำไลในมือติงยียีเธอรู้สึกคุ้นเคยเหลือเกิน ถ้าเธอเดาไม่ผิด ด้านในกำไลน่าจะมีชื่อของเธอเขียนอยู่ด้วย
“ทำไมเธอถึงมีของชิ้นนี้ เธอเอามาจากไหน! ” ซือซือถามเสียงดุ
ติงยียีจ้องมองแขนของเธอ มองเธอพยายามที่จะปกปิดกำไลบนแขนของตนเอง ในใจก็ตกใจตาไปด้วย “พ่อของฉันให้มาค่ะ เมื่อ24ปีก่อนคุณเคยคลอดลูกที่โรงพยาบาลเจตนินหรือเปล่าคะ”
“เป็นไปไม่ได้ เด็กคนนั้นพอคลอดออกมาก็ตายแล้ว พยาบาลเป็นคนบอก!” ซือซือมองเธออย่างแปลกประหลาดใจ เธอไม่เชื่อ ผ่านไปหลายปีขนาดนั้นแล้วจู่ๆก็มีผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งมาบอกกับตนว่า ลูกที่เธอคลอดตอนนั้นอาจจะไม่ได้ตาย เธอไม่เชื่อเลยสักนิด!
ติงยียีบีบเข้าใกล้กัน พูดทีละคำทีละประโยค “ตอนนั้นเด็กคนนั้นไม่ได้ตาย แม่แท้ๆของเธอบอกกับพยาบาลว่าไม่ต้องการลูกคนนี้ หลังจากเด็กคนนี้คลอดออกมาพยาบาลก็อุ้มเด็กหนีไป เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้แม่เปลี่ยนใจภายหลัง เธอโกหกแม่คนนั้นว่าลูกตายแล้ว
ซือซือมองเธออย่างไม่อยากจะเชื่อ เธอรู้เหตุการณ์ในคืนวันนั้นได้อย่างไร หรือว่าจะเป็นลูกของเธอจริงๆ ไม่ ต้องเป็นแบบนี้แน่ มิน่าเล่าครั้งแรกที่เธอเห็นเด็กคนนี้ถึงมีความรู้สึกแปลกๆ!
“ต่อให้เป็นความจริง ฉันก็ไม่ยอมรับเธอ เธอไปเถอะ!” ซือซือทิ้งท้ายอย่างร้ายกาจ เห็นติงยียีมองด้านหลังของตนเองด้วยสีหน้าแปลกประหลาด เธอหันไปมอง สวีเห้าเซิง อ้าวเสว่กำลังยืนมองเธออย่างตกตะลึงอยู่ด้านหลังของเธอ
สวีเห้าเซิงมองติงยียีอย่างเหลือเชื่อ “ลูก เมื่อกี้ที่พูดเป็นความจริงเหรอ”
ติงยียีพยักหน้า เธอรู้ว่าสวีเห้าเซิงน่าจะเป็นพ่อแท้ๆของตนเอง อ้าวเสว่ที่อยู่ข้างๆมองภาพนี้อย่างเย็นเยือก ทันใดนั้นก็ร้องคร่ำครวญ ทรุดตัวลงดึงผมตัวเองอย่างเจ็บปวด
“เสี่ยวเสว่!” ซือซือและสวีเห้าเซิงรีบประคองเธอขึ้นมา หมอพาพยาบาลพุ่งออกมาจากในห้อง ทุกคนประคองอ้าวเสว่เข้าไปในบ้านอย่างร้อนใจ
ติงยียีมองพ่อแม่ๆของตนเองมองอ้าวเสว่ด้วยสีหน้าร้อนรนกระวนกระวาย แต่ตัวเองยืนอยู่ด้านนอก ไม่มีใครสนใจ เธอหัวเราะเยาะตัวเอง หมุนตัวเดินจากไป
บริษัทเย่ซื่อ
ประตูกระจกเปิดทั้งสองด้าน ชายหนุ่มผู้เป็นผู้นำในชุดสูท ใบหน้าหล่อเหลา ชายศีรษะแบนข้างๆ เขากำลังพูดพลางพลิกดูแฟ้มเอกสาร ผู้บริหารระดับสูงเจ็ดแปดคนตามมาข้างหลัง
ชายหนุ่มถูกเชื้อเชิญเข้าไปในลิฟต์ส่วนตัวราวกับเป็นดวงจันทร์ที่มีหมู่ดาวล้อมรอบเขาก้มหน้ามองดูนาฬิกาข้อมือครู่หนึ่ง คิ้วค่อยๆขมวด ด้วยท่วงท่าที่สง่างาม
“ผู้จัดการใหญ่คะ” หญิงสาวที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ข่มความตื่นเต้นที่อยากจะมองเขาให้นานมากอีกหน่อย รีบพูดว่า “มีคุณผู้หญิงคนหนึ่งต้องการพบคุณค่ะ”
“ไม่พบ” เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้วคำถามแบบนี้ก็ยังมาถามตนเอง หญิงสาวที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์รีบพยักหน้าถอยออกไป เมื่อก่อนมีเซเลบสาวคนดังบางคนเข้าไปนัดผู้จัดการใหญ่โดยพลการ ต่อมาบริษัทเย่ซื่อจึงมีกฎที่ไม่ได้บันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรขึ้นมาข้อหนึ่ง นั่นก็คือหากไม่ได้ทำการนัดหมายล่วงหน้าจะไม่พบใครทั้งนั้น แต่ว่าคุณผู้หญิงคนเมื่อครู่นั้นเรียกผู้จัดการใหญ่ว่า ‘เนี่ยนโม่’ เธอคิดว่าผู้จัดการใหญ่รู้จักกับอีกฝ่าย
สาวที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์มองประตูลิฟต์ปิดเข้าหากัน จึงได้หมุนตัวไปที่พื้นที่รับรองแขก “ขอโทษด้วยนะคะคุณผู้หญิง ผู้จัดการบอกว่าไม่พบค่ะ”
“ไม่ให้พบเหรอ” ติงยียีบ่นพึมพำเบาๆ จากนั้นก็ยิ้มพลางเอ่ยว่า “ขอบคุณนะคะ ฉันรู้แล้ว”
พนักงานประชาสัมพันธ์สาวมองด้านหลังของเธอเดินจากไป ถอนหายใจ คนอย่างผู้จัดการใหญ่นั้น ไม่ใช่คนที่พวกเขาจะเอื้อมขึ้นมาหาได้
ภายในลิฟต์ เย่เนี่ยนโม่มองนาฬิกาข้อมือ เขาไม่ชอบการมาสาย ยังมีเวลาก่อนที่จะเริ่มประชุมยี่สิบนาที
“คุณชาย คุณชายว่าคนที่มาหาคุณเมื่อกี้นี้จะเป็นคุณยียีหรือเปล่าครับ” จู่ๆเย่ป๋อก็พูดขึ้น
ยียีเหรอ จะเป็นเธอเหรอ เย่เนี่ยนโม่เดินออกจากลิฟต์ ทันใดนั้นก็หมุนตัวเดินกลับไปอีก