ตอนที่ 1483
ตอนที่ 1483 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1383
October 28, 2026
ข้างทางมีหมาหนึ่งตัววิ่งผ่านแพนด้าลุกขึ้นยืนทันที หางของมันสะบัดไปโดนสมุดบันทึกในมือของติงยียี เธอคว้าไว้ไม่ทัน สมุดบันทึกตกลงไปในแอ่งน้ำเล็กๆด้านข้าง
เธอรีบหยิบสมุดบันทึกขึ้นมาจากแอ่งน้ำ แต่กลับถูกดึงดูดความสนใจจากสองหน้าสุดท้ายที่ติดกันนั้น กระดาษสองแผ่นนั้นถูกคนทากาวติดเอาไว้ ตรงกลางปูดออกมา เพราะถูกน้ำทำให้เปียก จึงมองเห็นว่าด้านในมีจดหมายที่เขียนไว้ฉบับหนึ่ง
ทำไมแม่ต้องเอาจดหมายมาติดเอาไว้ด้วย ติงยียีอยากรู้มาก ค่อยฉีกสมุดบันทึกออก เอาจดหมายข้างในออกมา อ่านออกเสียงเบาๆ
“ยียี แม่คิดทบทวนมาตลอดว่าจะบอกลูกเรื่องนี้ดีหรือไม่ ในเมื่อแม่กับพ่อก็รักลูกมากขนาดนั้น แต่แม่มักจะฝันบ่อยๆ ฝันว่าลูกกำลังร้องไห้ ฝันว่าลูกถามพวกเราว่าทำไมต้องอุ้มลูกไป ทำไมลูกไม่ได้รับความรักจากแม่ที่แท้จริงของลูก”
สองมือของติงยียีสั่นไม่หยุด สองหูเธอไม่ได้ยินเสียงใดๆ เหงื่อผุดออกมาจากมือและเท้า ศีรษะวิงเวียน ได้แต่อ่านต่อไปเหมือนเครื่องจักร
“ลูก พวกเราผิดต่อลูก ตอนแรกแม่กับพ่อไม่สามารถมีลูกได้ ป้าลูกทำงานที่โรงพยาบาล เธอบอกว่าแม่ของลูกไม่ต้องการมีลูก พวกเราจึงอุ้มลูกกลับมา ขอโทษด้วยนะลูก แม่ไม่กล้าพอที่จะบอกเรื่องนี้กับลูก ถ้าวันหนึ่งลูกเห็นจดหมายฉบับนี้ อย่างนั้นก็หวังว่าลูกจะให้อภัยพวกเรา”
ติงยียียืนอยู่ น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัวเลยสักนิดเดียว เพื่อนบ้านที่อยู่รอบๆทักทายเธอ เธอมองพวกเขา แต่กลับเหมือนอยู่กันคนโลก ทั้งหมดล้วนเหลือเชื่อขนาดนั้น ทำให้คนเราไม่กล้าที่จะไปทำความเข้าใจ
เธอไม่รู้ว่านั่งอยู่นานขนาดไหน รู้เพียงว่ามือกับเท้าไม่มีความรู้สึก เธอไม่รู้ว่าตัวเองร้องไห้นานมากแค่ไหน รู้แค่เพียงตาแห้งจนขนาดกระพริบตายังรู้สึกแสบตา
เสียงเรียกและเสียงฝีเท้าอย่างกระวนกระวายดังมาจากข้างๆ เธอไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองไม่ตอบไม่มอง มือข้างหนึ่งจะดึงกระดาษในมือเธอออก เธอจับแน่นด้วยสัญชาตญาณ จนกระทั่งมีเสียงฉีกขาดเบาๆดังขึ้นมาเธอจึงได้สติเหมือนตื่นจากความฝัน
เย่เนี่ยนโม่มองเธออย่างเป็นห่วง เขาไม่เคยเห็นเธอเป็นแบบนี้มาก่อนเลย สภาพที่อ่อนแอแบบนั้น ผมของเธอถูกลมพัดยุ่งเหยิง เขาสัมผัสแก้มเธอ ความหนาวเย็นที่ทิ่มแทงไปถึงกระดูกในฤดูใบไม้ร่วงแผ่ออกมาจากฝ่ามือ
ติงยียีปล่อยมือ เขาอ่านจดหมายฉบับนั้นจบแล้ว เธอเงยหน้ามองเขาด้วยท่าทางเหมือนหุ่นยนต์ ถามอย่างทำอะไรไม่ถูกว่า “เนี่ยนโม่ ฉันควรจะทำยังไงดี!”
เย่เนี่ยนโม่พับจดหมายอย่างดีวางในมือของเธอ พร้อมกันนั้นก็ใช้มือที่ใหญ่โตของเขาห่อมือของเธอเอาไว้ พูดด้วยเสียงอ่อนโยนแผ่วเบา ราวกับกลัวว่าจะทำให้เธอตกใจ “ผมอยู่ข้างคุณ”
ค่ำคืนที่ยาวนานยิ่งขึ้น ติงยียีคิดว่าตนเองจะนอนไม่หลับ แต่กลับคิดไม่ถึงว่าจะนอนหลับในอ้อมกอดของเย่เนี่ยนโม่ได้จนถึงเช้า
เธอตื่นขึ้นมาทันทียามที่ฟ้าค่อยๆสว่างทันทีที่เธอขยับตัวก็มีพลังบางอย่างรัดตนเองให้แน่นยิ่งขึ้น ทันใดนั้นโทรศัพท์มือถือของเย่เนี่ยนโม่ก็สั่นสะเทือน ติงยียีกลัวว่าจะปลุกให้เขาตื่น จึงรีบหยิบมา
“เนี่ยนโม่ อรุณสวัสดิ์” จู่ๆข้อความหนึ่งก็เข้ามาอยู่ในสายตาเธอ ภายใต้ภาพของอ้าวเสว่ที่ยิ้มอย่างหวานเยิ้ม อยู่ในห้องที่มืดมิดกลับทำให้ดูแปลกประหลาด ไม่นานโทรศัพท์มือถือของเธอก็สั่นเช่นเดียวกัน “ติงยียี แกนังมือที่สาม เมื่อไหร่จะคืนเนี่ยนโม่มาให้ฉัน!”
คนส่งข้อความคนเดียวกัน เนื้อความต่างกัน มือคู่หนึ่งหยิบโทรศัพท์มือถือไปจากมือเธอ เย่เนี่ยนโม่มองข้อความในโทรศัพท์มือถือของติงยียี คิ้วขมวดแน่น “เริ่มได้รับข้อความพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่”
ติงยียีไม่พูดอะไร เย่เนี่ยนโม่เริ่มใส่เสื้อผ้าอย่างเงียบๆ สีหน้าไม่สู้ดีนัก เธอรีบไปรั้งเขาไว้ “ไม่นานเท่าไหร่ เมื่อวานซืนเองค่ะ”
“ลุงสวีบอกให้คุณไปจากผมใช่มั้ย” เย่เนี่ยนโม่พลิกไหล่ของเธอมาถาม แรงจนทำให้ทั้งสองฝ่ายเจ็บเล็กน้อย
“แล้วคุณคิดยังไง” เขาถาม แม้ว่าเสียงจะเป็นปกติอย่างไร แต่สีหน้ากลับมีความตระหนกเล็กน้อย
ติงยียีเขย่งปลายเท้าโน้มไปตรงหน้าเขา ใช้ลมหายใจเกี่ยวกระหวัดกันเป็นวิธีการบอกเขาถึงการตัดสินใจของตนเอง
ความรักคือความเห็นแก่ตัว ในเมื่อเขาเลือกเธอ เธอก็ต้องอยู่กับเขาต่อไป
เย่เนี่ยนโม่ยิ้ม ยิ้มอย่างบริสุทธิ์ไร้เดียงสาราวกับเด็ก นั่นคือรอยยิ้มอย่างมีความสุขของคนที่เรารักและรักเรา ท้องของติงยียีส่งเสียงโครกครากดังขึ้นมาเธอยืนขึ้นมาอย่างเคอะเขิน
เย่เนี่ยนโม่ยื่นมือมาถูปลายจมูกเธอเบาๆ พูดอย่างเอ็นดูว่า “ผมไปทำอาหารเช้าให้คุณ”
ฤดูใบไม้ร่วง แม้แต่ดวงอาทิตย์ก็ยังมาสาย ติงยียีมองท้องฟ้าสีคราม ลมอ่อนๆพัดผ้าม่านสีฟ้าที่เธอเลือกขึ้นมา ภายในห้องตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของโจ๊ก ผู้ชายที่เธอรักที่สุดยอมปล่อยวางสถานะตัวตนเพื่อทำอาหารเช้าให้เธอ
หกโมงครึ่ง ประตูในบ้านมีเสียงเคาะประตูดังขึ้นตรงเวลา เย่ป๋อที่อยู่ในชุดสูทยืนอยู่นอกประตู ในมือคือเอกสารหนาๆ เมื่อวานคุณชายสั่งว่าวันนี้จะทำงานที่บ้าน ดังนั้นเขาจึงนำเอกสารทั้งหมดมา
เย่เนี่ยนโม่พลิกอ่านหนังสือพิมพ์ หลังจากติงยียีทานอาหารเสร็จแล้วก็ส่งเสื้อคลุมให้กับเธอ ติงยียีถามอย่างแปลกใจว่า“ไปไหนคะ”
“เมืองเหยาหนาน”
หัวใจเธอเต้นตึกตัก เมืองเหยาหนานคือเมืองที่คุณป้าพักอยู่ จะไปเผชิญหน้าตอนนี้เลยเหรอ
เย่เนี่ยนโม่สวมเสื้อคลุมเรียบร้อย ติงยียียังนั่งอยู่บนโซฟา เขายืนอยู่ด้านหลังโซฟาค่อยๆโน้มตัวลงมา มองดวงตาของเธอพลางพูดเบาๆว่า “อย่าหนี”
ติงยียีมองดวงตาของเขา กลับรู้สึกว่าละสายตาไปไหนไม่ได้ หัวใจถูกเติมเต็มด้วยความรู้สึกปลอดภัย เธอพยักหน้าอย่างแรง