ตอนที่ 1482
ตอนที่ 1482 สาวใช้ของคุณชายเย่ 1382
October 28, 2026
สวีเห้าเซิงแสดงท่าทางให้เธอลงรถ เข้าประตู ด้านในประตูคุณหมอกับพยาบาลสองคนที่นั่งอยู่ มองเห็นเขา คุณหมอส่ายหน้า “ก็ยังไม่ยอมให้ใครเข้าใกล้ และก็ไม่ยอมทานข้าวเลยครับ ยอมแค่ให้พวกเราฉีดสารอาหารชนิดเหลวให้”
สวีเห้าเซิงพยักหน้า เดินไปที่ทางขึ้นบันได หันหน้าไปแสดงความหมายให้ติงยียีตามมา เธอกลับรู้สึกกลัวเล็กน้อย มีความรู้สึกต่อต้านในใจอย่างไม่มีเหตุผล
“ไปเถอะ” สวีเห้าเซิงยิ้มให้เธออย่างใจดี ติงยียีรีบตามไป ชั้นสองกว้างใหญ่มาก แต่กลับมีเพียงแค่ห้องเดียวเท่านั้น ประตูสีขาวครีมขนาดใหญ่สถาปัตยกรรมแบบยุโรปถูกปิดอย่างแน่นหนา
สวีเห้าเซิงเปิดประตู หัวใจของติงยียีเต้นรัวอย่างตื่นเต้น ภายในห้องว่างเปล่าไร้ผู้คน หัวใจที่เต้นรัวก็หล่นตุบทันที
สวีเห้าเซิงขมวดคิ้วเดินไปตรงหน้าตู้เสื้อผ้า เคาะประตูตู้เสื้อผ้า พูดว่า “เสี่ยวเสว่รีบออกมาเร็ว”
ที่แท้ก็เป็นอ้าวเสว่! ติงยียีเดินเข้าใกล้ตู้เสื้อผ้า เสียงดังออกมาจากตู้เสื้อผ้า เสียงสิ่งของแตกดังขึ้น ติงยียีไม่รู้ว่าอ้าวเสว่ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้ ตกลงว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่!
สวีเห้าเซิงเห็นว่าตู้เสื้อไม่มีความเคลื่อนไหวอะไร ก็รีบออกแรงเปิดตู้เสื้อผ้า อ้าวเสว่ที่สวมชุดนอนสีขาวกระโปรงยาวถึงข้อเท้า หดงอตัวอยู่ในมุมตู้ บาดแผลบนแขนน่าตื่นตกใจ
“คุณพ่อ ขอโทษค่ะ หนูไม่สบายแล้ว” อ้าวเสว่ร้องคร่ำครวญ สายตากวาดไปมองติงยียีด้วยความตื่นตกใจ ในใจเต็มไปด้วยความยินดี เธอจะต้องบีบให้เย่เนี่ยนโม่ปรากฏตัว ทำให้เย่เนี่ยนโม่ไม่กล้าจากเธอไปอีก!
สวีเห้าเซิงอุ้มเธอออกมาวางบนเตียงอย่างสงสาร ปลอบประโลมเธอด้วยเสียงอ่อนโยน จู่ๆอ้าวเสว่ก็ดิ้นรนขัดขืนลุกขึ้นมา พลิกตัวลงจากเตียงคุกเข่าต่อหน้าติงยียี “เธออย่าไปยุ่งเขาเลยนะ ฉันทรมานมาก ขอร้องเธอละคืนเขาให้ฉันนะ จะเอาชีวิตฉันไปก็ได้!”
เธอพูดพลางกดแผลบนแขนตัวเองไปพลาง เลือดสดๆไหลทะลักออกมา สวีเห้าเซิงตกใจรีบไปเรียกคุณหมอ ติงยียีกลัวจนถอยกรูดไปข้างหลัง แต่ทันใดนั้นเองก็มองเห็นอ้าวเสว่ค่อยๆเปลี่ยนทิศทางของหัวเข่าแหวกมาที่ตำแหน่งตรงข้ามตนเอง
ตนเองตาฝาดไปเหรอ! คิดว่าวินาทีนั้นอ้าวเสว่ทำอย่างนั้นอย่างมีสติรู้ตัว ติงยียีตกใจความคิดของตนเอง ด้านข้างมีคนสองสามคนวิ่งมา คุณหมอพูดอย่างดุดันว่า “ตอนนี้คนไข้อารมณ์แปรปรวน ขอความกรุณากลับไปก่อนนะครับ”
สวีเห้าเซิงพาติงยียีกลับไปที่ห้องรับแขก เขายิ้มเจื่อนๆพูดว่า “นี่ก็คือเหตุผลที่ฉันพาเธอมาที่นี่”
“คุณต้องการให้ฉันไปจากเนี่ยนโม่เหรอคะ” ติงยียีพูดเน้นทและคำ เขาพยักหน้า “ถ้าอ้าวเสว่ไม่ได้ป่วย อย่างนั้นฉันก็จะให้พวกเธอต่อสู้กันอย่างยุติธรรมไม่มีทางแทรกแซงเด็ดขาด แต่ว่าเธอป่วยแล้ว ผมจะไม่สนใจเธอเลยได้ยังไง!”
ติงยียีเม้มปาก ไม่ว่าจะเหตุผลอะไรที่จะมาเกลี้ยกล่อมตนเองให้ปล่อยมือจากเนี่ยนโม่ แต่ทุกครั้งที่ความคิดนี้ผุดขึ้นในใจของเธอตอนนี้ก็เจ็บจนอยากจะควบคุมได้
“ลูกสาว!” จู่ๆ ก็มีหญิงสาวที่แต่งตัวเรียบร้อยดูดี แต่งหน้าสวยงามเดินเข้ามาคนหนึ่ง ติงยียีมองย่างตกตะลึง
แน่นอนว่าซือซือเองก็เคยเจอกับติงยียีแล้ว แต่ยังเดินมาข้างเธอทำท่าทางเหมือนไม่รู้จักกัน พูดอย่างน้ำตาซึมว่า“คุณผู้หญิงคนนี้ อ้าวเสว่ของเรามีความรักอย่างลึกซึ้งจริงๆ คุณปล่อยพวกเขาสองคนได้มั้ย”
ติงยียีก้มหน้าไม่พูดอะไร สายตากลับมองไปที่กำไลบนข้อมือของหญิงสาวคนนี่ รู้สึกคุ้นตาอย่างประหลาด เหมือนกับว่าเคยเห็นที่ไหนในบ้าน
ซือซือเห็นเธอไม่พูดอะไร โทนเสียงก็เปลี่ยนไปทันที เสียงก็เปลี่ยนเป็นแหลมสูง “ผู้หญิงคนนี้อย่าคิดว่าฉันไม่รู้ว่าเธอมีความคิดอะไร เย่เนี่ยนโม่กับลูกสาวฉันคบหาอยู่ด้วยกันแต่แรก เธอต่างหากที่เป็นมือที่สาม !”
“พอแล้ว” สวีเห้าเซิงตะคอกซือซือเธออึ้งไป ปาดน้ำตาถลึงตาใส่ติงยียีอย่างดุร้าย แล้วรีบขึ้นไปชั้นบน
ติงยียียังคงคิดถึงเรื่องกำไลที่เห็นเมื่อครู่ ตกลงว่าเห็นที่ไหนกันแน่นะ
ภายในห้อง ซือซือเปลี่ยนอารมณ์ความเศร้าเสียใจก่อนหน้านี้ วิ่งเข้าไปเติมเครื่องสำอางที่หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ไม่ได้เหลียวมองอ้าวเสว่ที่นอนอยู่บนเตียงเลย
หลายวันนี้อ้าวเสว่มีชีวิตอยู่โดยอาศัยอาหารเหลว บวกกับเสียเลือดมาก ดูอ่อนล้าไร้เรี่ยวแรง เห็นแม่เข้ามาก็ไปเติมหน้าก่อน ก็หัวเราะเยาะเย้ย
ซือซือปัดขนตาไปพลางพูดไปพลาง “ทำแบบนี้ต่อไป ทำให้เย่เนี่ยนโม่ต้องยอมจำนน”
“คุณแม่ หนูเกลียดตัวเองที่เป็นแบบนี้” อ้าวเสว่ก้มหน้ามองบาดแผลบนข้อมือตัวเอง ตนเองกลายเป็นคนที่ต้องอาศัยวิธีพวกนี้มามัดหัวใจผู้ชายคนหนึ่งตั้งแต่เมื่อไหร่
ซือซือกลัวว่าเธอจะเสียใจภายหลัง รีบเดินกลับมาที่หน้าเตียง ก้มมองดูเธอ “ต้องคิดว่าที่ลูกทำทั้งหมดตอนนี้ก็เพื่อที่จะได้ครองคู่อยู่กับเย่เนี่ยนโม่” “ครองคู่กันเหรอ” อ้าวเสว่กัดฟัน พยักหน้า
หลังจากเดินออกมาจากคฤหาสน์ ติงยียีไม่รู้ว่าตัวเองเดินมานานแค่ไหน และก็ไม่รู้ว่ากี่โมงแล้ว รู้แค่เพียงว่า ท้องฟ้าจากสว่างเปลี่ยนเป็นมืดแล้วทิวทัศน์ข้างทางเปลี่ยนไป เธอยังคงอยู่บนถนน
มีรถยนต์คันหนึ่งขับผ่านด้านข้างไปอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็หยุดรถอย่างกะทันหัน เธอเดินต่อไปข้างโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งไหล่ถูกคนจับยึดไว้
เย่เนี่ยนโม่มองเธออย่างร้อนใจ เขากลัวว่าคุณลุงสวีจะมาหาเธอ ดังนั้นจึงให้เย่ป๋อคอยเฝ้าอยู่ไม่ห่าง คิดไม่ถึงว่าสุดท้ายแล้วก็ยังพลาดได้
“ยียี อ้าวเสว่ป่วยแล้ว แต่นั่นไม่ใช่ความผิดของคุณ ทุกอย่างปล่อยให้ผมจัดการ” เย่เนี่ยนโม่มองใบหน้าขาวซีดของเธอ สงสารจับใจ
“แขนของเธอมีบาดแผลมากมายขนาดนั้น เลือดไหลตลอดเวลา” ติงยียีรีบทำท่าทางบนแขนของตนเอง อยากจะบอกเขาว่าภาพที่ตนเองเห็นน่ากลัวมากขนาดไหน
“ผมรู้ ผมรู้ ทุกอย่างมีผมคอยจัดการ” เย่เนี่ยนโม่จูบบนผมเธอ ตบหลังเธอเบาๆ ปลอบอย่างอ่อนโยน