ตอนที่ 1499
ตอนที่ 1499 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1399
October 28, 2026
“ตอนเด็กๆ คุณแม่เคยบอกกับฉันว่า หากวันหนึ่งฉันกับนายชอบผู้หญิงคนเดียวกัน ฉันห้ามแย่งกับนายเด็ดขาด” เย่เนี่ยนโม่พูดด้วยเสียงแผ่ว
แก้วของโต๊ะข้างๆตกลงพื้น เสียงกระแทกดังสนั่น ในไม่ช้าก็มีพนักงานมาเก็บกวาด เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้ว พูดต่อว่า “ตอนเด็กๆ เด็กที่กลุ่มคนพวกนั้นจะลักพาตัวคือฉัน คุณลุงสวีก็ถือว่าเสียชีวิตไปเพราะฉัน”
ไห่โจ๋ซวนนั่งฟังอย่างเงียบๆ มือที่อยู่ใต้โต๊ะกำหมัดไว้อย่างแน่น “นายอยากพูดอะไร?”
เย่เนี่ยนโม่สูดหายใจลึก “หากสุดท้ายแล้วคนที่เธอเลือกคือนาย ฉันก็จะปล่อยมือ”
หลังจากพูดจบแล้ว เย่เนี่ยนโม่ก็เหมือนใช้พลังในตัวไปเกือบหมด ภาพเมื่อวานที่คุณแม่ร้องไห้อยู่บนระเบียงผุดขึ้นมาในสมองของเขา เขาไม่อยากให้เธอเสียใจแล้ว
“เนี่ยนโม่ ฉันหวังว่านายจะสามารถปล่อยวางเธอได้อย่างแท้จริง อย่าปรากฏตัวต่อหน้าเธออีก แบบนั้นเธอถึงจะลืมนายได้ แล้วมีความเป็นไปได้ที่เธอจะยอมรับฉันใหม่ นี่คือสิ่งที่นายติดค้างฉัน เนี่ยนโม่” ไห่โจ๋ซวนพูดออกมาทีละคำ ในใจเต็มไปด้วยความซะใจ
ในที่สุดเขาก็รอมาถึง การเห็นตระกูลเย่เจ็บปวดแบบนั้น เขาจ้องเย่เนี่ยนโม่โดยไม่ละสายตา ทว่ากลับพูดอย่างเฉยชาว่า “ตอนเด็กๆ ขอแค่คุณพ่อกับคุณแม่ทะเลาะกัน ฉันก็รู้เลยว่าต้องเป็นเพราะคุณน้าเซี่ย แต่ว่าฉันไม่โทษเธอ เธอเป็นหญิงงาม ผู้ชายจะหวั่นไหวกับเธอก็เป็นเรื่องธรรมดา ถึงแม้ว่าจะสละชีวิตที่ตาม”
“ฉันตกลง จะไม่ปรากฏตัวต่อหน้าเธออีก” เย่เนี่ยนโม่ดื่มไวน์ที่อยู่ในแก้ว พูดด้วยความยากลำบาก
ข้างๆโต๊ะมีเสียงดังลุกขึ้น นัยน์ตาของเย่เนี่ยนโม่หดเล็กลงทันที ติงยียีเดินมายังข้างหน้าของเธอ มองทั้งสองด้วยนัยน์ตาที่เยือกเย็น “อะไรของพวกนายกัน!เห็นฉันเป็นสิ่งของ แล้วจัดการกันเองเป็นส่วนตัว? ”
“ยียี!” เย่เนี่ยนโม่ลุกขึ้น ติงยียียกมือขึ้น ตบเขาไปหนึ่งทีอย่างแรง “เย่เนี่ยนโม่ นี่เป็นครั้งที่สองที่นายทิ้งฉัน!”
เย่เนี่ยนโม่โดนตบจนศีรษะเอียงไปเล็กน้อย แสงไฟในช่วงยามเย็นเขามองเห็นน้ำตาในนัยน์ตาของเธอ ติงยียีวิ่งออกไป เขาหันหลังไปเห็นไห่โจ๋ซวนที่กำลังจิบไวน์อยู่ “ไม่จำเป็นต้องทำถึงขั้นนี้ ฉันตกลงกับนายแล้ว ก็ทำได้แน่นอน”
ไห่โจ๋ซวนเห็นติงยียีจากไป เย่เนี่ยนโม่จากไป ก็ดื่มไวน์ที่อยู่ในแก้วให้หมด เงยหน้าขึ้นมองหลอดไฟLEDหลากหลายสีสันบนผนัง ก้มหน้าแล้วยิ้มออกมา
ซ่งเมิ่นเจ๋เดินไปยังตรงหน้าเขาแล้วมองเขาด้วยความเศร้าใจ ไห่โจ๋ซวนปิดหน้าด้วยความเหนื่อยล้า “ไปเถอะ ฉันคือคนแบบนี้แหละ เธอไปเถอะ”
“ถึงแม้ว่าจะเป็นนายแบบนี้ ฉันก็ยังคงรักนายเหมือนเดิม” ซ่งเมิ่นเจ๋พูดอย่างเงียบสงบ ยกเท้าแล้วเดินจากไป ไห่โจ๋ซวนมองภาพข้างหลังของเธอด้วยความนิ่งงัน หัวเราะด้วยเสียงต่ำ รัก ช่างเป็นสิ่งที่แปลกมากจริงๆ !
ติงยียีไม่รู้ว่าตัวเองดื่มไวน์ไปเท่าไหร่แล้ว ในตอนที่โทรศัพท์ดังขึ้นเธอเดินไปรับสายด้วยความมึน กดไปหลายรอบมากจึงจะกดติด
“ติงยียีเธอรู้หรือเปล่าว่าคืนนี้มีฉากของแพนด้า!” เสียงตะโกนของอันหรันดังผ่านมาจากโทรศัพท์
“ขอโทษค่ะ ฉันขอโทษจริงๆ ฉันไปตอนนี้เลย จะรีบนั่งจรวดไปเดี๋ยวนี้เลย!” เธอลุกขึ้นขึ้นอย่างเซไปเซมา จากนั้นก็นั่งกลับไปอย่างเซไปเซมา
“เธอดื่มไวน์? เธอไปดื่มไวน์โดยที่ไม่เรียกฉันเหรอ!” อันหรันพูดตะโกนด้วยความโกรธ ในโทรศัพท์ไม่มีเสียงตอบกลับ เขารู้ว่าติงยียีน่าจะดื่มมากเกินไปแล้ว รีบถามเธอว่าอยู่ที่ไหน
ในโทรศัพท์ไม่มีการตอบกลับ มีเพียงแต่เสียงวุ่นวายรางๆ เหมือนมีแขกกำลังพูดว่า “เทียนติง” นั่นเป็นแถวถนนพันธมิตร ในตอนที่เขายังไม่ดังเขามักจะไปทานข้าวที่นั่นบ่อยๆ
อันหรันรู้ว่าติงยียีน่าจะเมาแล้ว ในใจก็ยิ่งเป็นห่วงไปใหญ่ หลังจากที่อยู่ด้วยกันมาสองสามวันนี้ เขาเห็นเธอเป็นเหมือนน้องสาวของตัวเองตั้งนานแล้ว
หยิบโทรศัพท์และกุญแจรถแล้วเขาก็ออกไปเลย ผู้ช่วยห้ามเขาไว้ “อันหรัน ก่อนที่พี่สวีจะไปโรมได้กำชับไว้แล้วว่าให้ดูนายไว้ให้ดี ถ้านายไปแล้วตอนเขากลับมาต้องด่าฉันตายแน่!”
อันหรันไม่มีเวลาพูดเรื่องไร้สาระกับเขา พูดขึ้นว่า “ตอนกลางคืนไม่มีฉากของฉันแล้ว พรุ่งนี้ฉันหยุดงาน ไม่เกิดอะไรขึ้นแน่นอน ฉันระวังหน่อยก็ได้แล้ว”
ผู้ช่วยยังอยากจะพูดอะไรต่อ ทว่าอันหรันวิ่งหายไปดั่งลมแล้ว
บนถนนที่คึกคักมีโต๊ะและเก้าอี้วางอยู่ข้างๆ สิ่งที่ไม่เหมือนกับความหวือหวาในเมืองคือ ที่นี่จะใช้ชีวิตแบบติดดินกว่า
ลุงคนหนึ่งที่กำลังดื่มโซจูอยู่เห็นชายคนหนึ่งสวมหมวกแก๊ปแว่นกันแดดกรอบดำและผ้าหน้าป้าปิดปากขนาดใหญ่เดินไปยังข้างหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งอย่างลับๆ ล่อๆ เขายื่นมือไปแตะไหล่ของผู้หญิง เห็นว่าผู้หญิงไม่มีการตอบสนองใดๆ ก็แบกผู้หญิงขึ้นมาแล้วเดินออกไปทางข้างนอก
กลางดึกแบบนี้สวมแว่นกันแดดและผ้าปิดปากจะเป็นคนชั่วหรือเปล่า สมองของคุณลุงมีข่าวเกี่ยวกับการค้าอวัยวะของมนุษย์ลอยขึ้นมา คุณลุงที่ดื่มจนมึนๆเมาๆ รีบได้สติขึ้นมาทันที
“ไม่ได้เด็ดขาด เด็กผู้หญิงคนนี้น่าสงสารเกินไปแล้ว” คุณลุงรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งตามข้างหลังผู้ชายคนนั้นไป
อันหรันดึงแว่นกันแดดและผ้าปิดปากลง แบกติงยียีไปยังข้างรถด้วยความยากลำบาก พึ่งเอามือออกมาจะเปิดประตู ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากข้างหลัง “หยุดนะ! วางเด็กผู้หญิงคนนั้นลง!”
เขาหันกลับไปด้วยความแปลกใจ เห็นชายวัยกลางคนคนหนึ่งจับเบียร์อยู่ในมือแล้วจ้องเขาด้วยความโหด แอบรู้สึกในใจว่าแย่แล้ว รีบเผยรอยยิ้มตามมืออาชีพออกมา พลางยัดติงยียีเข้าไปในรถด้วย
คุณลุงเสียสติเพราะฟันที่ขาวใสของเขา จนกระทั่งรถขับออกไปไกลแล้วจึงจะพึมพำขึ้นว่า “คนเมื่อกี้คือ...ซุปเปอร์สตาร์อันหรัน? ?”
ในโรงแรม ติงยียีหลับอย่างสบาย อันหรันนวดไหล่ที่ปวดเมื่อย กำลังเตรียมตัวจะกลับบ้าน
จู่ๆโทรศัพท์ก็ดังขึ้น ติงยียีพลิกตัว โทรศัพท์ตกออกมาจากกระเป๋าของเธอ เขามองดูหน้าจอที่กะพริบ เดินเข้าไปด้วยความแปลกใจ หลังจากเห็นชื่อที่กะพริบอยู่บนหน้าจอก็เข้าใจแล้ว ติงยียีดื่มจนเมาก็เพราะว่าเขาสินะ