ตอนที่ 1498
ตอนที่ 1498 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1398
October 28, 2026
เย่เนี่ยนโม่หันหลังต่อยเขาไปหนึ่งมัด เขาล้มลงบนโต๊ะชาอย่างทรุดโทรม ไห่โจ๋ซวนลุกขึ้นมา เช็ดเลือกตรงปาก พูดต่อว่า “นายให้ฉันดูแลเธอ ฉันยอมรับว่าเมื่อเวลาผ่านไปฉันก็เริ่มชอบเธอแล้ว”
“ปัง!” เย่เนี่ยนโม่ต่อยไปอีกหมัด นัยน์ตาของเขาเต็มไปด้วยเลือด แววตาเต็มไปด้วยความโหดร้าย ไห่โจ๋ซวนล้มลงพื้นไม่สามารถขยับได้ไปนานมาก
“เนี่ยนโม่!” เซี่ยชีหรั่นรีบไปประคองไห่โจ๋ซวน เย่เนี่ยนโม่อยากขยับขึ้นไปอีก เย่เชินหลินพูดขึ้นเบาๆ ว่า “หยุดนะ!”
เสียงของเขาทำให้สติของเย่เนี่ยนโม่วกกลับมาอีกครั้ง เขามองไห่โจ๋ซวนด้วยความโหดร้าย “นายพูดอีกครั้งสิ”
“ฉันชอบติงยียี” ไห่โจ๋ซวนนั่งลงพื้นเลย เงยหน้าขึ้นมองเขา เย่เนี่ยนโม่เสียสติไปหมด อยากจะขึ้นไปแต่ข้างหน้า
“หยุดนะ!” เย่ชูฉิงวิ่งมาปกป้องตรงหน้าไห่โจ๋ซวน เย่เนี่ยนโม่เบรกมือไม่ทัน หมัดที่แรงของเขาทุบลงตรงหลังของเธอพอดี ส่งเสียงดังขึ้น
“ชูฉิง!” ไห่โจ๋ซวนก็โมโหแล้ว ลุกขึ้นต่อยไปทางเย่เนี่ยนโม่หนึ่งหมัด ทั้งสองตีกันขึ้นมาจนไม่สามารถแยกออกได้
เย่เชินหลินออกมา ต่อยไปคนละหมัด เขาที่อยู่ในวัยกลางคนก็ยังคงเป็นเย่เชินหลินที่น่าเกรงขามดั่งตอนวัยรุ่น
“ใครต่อยชนะฉัน ฉันก็จะไม่ห้ามพวกแกแล้ว หรือไม่พวกแกก็ต่อยมาพร้อมกันเลย” เขาพูดอยู่ท่ามกลางระหว่างสองคน
คุณหมอประจำบ้านนั้นอาศัยอยู่ในบ้านของตระกูลเย่ พอได้ยินแล้วก็รีบวิ่งมา อุ้มเย่ชูฉิงขึ้นไปยังบนตึก เย่เนี่ยนโม่จ้องไห่โจ๋ซวนด้วยนัยน์ตาที่ดุดัน จากนั้นจึงจะรีบขึ้นตึกไป
ทุกคนต่างก็ตามไปดูอาหารของเย่ชูฉิง อ้าวเสว่รออยู่ข้างล่าง เห็นท่าทางที่ทรุดโทรมของเขา ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “นี่ก็คือสิ่งที่นายวางแผนไว้?”
นัยน์ตาที่เย็นชาของไห่โจ๋ซวนมองไปทางบนตัวของเธอ ขยี้มุมตาที่บวมช้ำ “ฉันจะไม่ยุ่งกับเธอ ดีที่สุดเธอก็อย่ามายุ่งกับฉัน แกล้งทำเป็นโรคซึมเศร้าของเธอต่อไป”
“แก!” อ้าวเสว่ลุกขึ้น จ้องเขาด้วยความโหดร้าย จากนั้นก็ยิ้มขึ้นกะทันหัน “นายคงไม่รู้สินะ ติงยียีคือน้องสาวของฉัน”
สีหน้าของไห่โจ๋ซวนเงียบสงบ ภายในใจกลับตกใจหนักมาก อ้าวเสว่เดินเข้าใกล้เขา “จะบอกสิ่งที่เซอร์ไพรส์กว่านี้ให้นายนะ สวีเห้าเซิงคือคุณพ่อของพวกเรา”
“เรื่องพวกนี้ไม่เกี่ยวกับฉัน” ไห่โจ๋ซวนเห็นว่ามีพยาบาลนำถุงน้ำแข็งขึ้นตึกไปตลอดเวลา เขารู้ว่าเขาไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ต่อแล้ว เขาหันหลังแล้วจากไปด้วยก้าวเท้าใหญ่
“ค่ำคืนในฤดูไม้ร่วงนั้นยอดไม้หวิวหวู มันแฝงไปด้วยความโศกเศร้า ทำลายคนที่ทรมานในทุกๆคืน” ติงยียีนั่งอยู่บนระเบียง เปิดสมุดที่อยู่ในมือ
บ้านจะรีโนเวทเสร็จแล้ว เมื่อเขากลับไปยังที่พักอาศัย ทั้งหมดก็คงจะกลับมาเป็นปกติแล้วซินะ
บนระเบียงยังสามารถเห็นถนนใหญ่รางๆ ในความมืดมิดมีรถคันหนึ่งขับผ่านมาด้วยความเร็ว ติงยียียังได้ยินเสียงสัมผัสของล้อกับถนนที่เผยออกมาอีกด้วย ไฟของรถสว่างขึ้น ผ่านไปสักพักกลับมองเห็นได้เพียงรางๆ
ตอนแรกเธอมีความสงสัย ผ่านไปไม่นาน ข้างล่างตึกมีเสียงของกริ่งดังขึ้น ต่อด้วยอีกเสียง ราวกับว่ารอไม่ไหวแม้แต่วินาทีเดียว
ติงยียีลงจากตึก พึ่งเปิดประตูก็ถูกกอดเข้าไปในอ้อมกอด เธอดมกลิ่นสุราที่แรงบนตัวของเย่เนี่ยนโม่ การโอบกอดของเขาทำให้กล้ามเนื้อบนร่างกายของเธอรู้สึกเจ็บปวดไปหมด
“เป็นอะไร?” เธอถามด้วยเสียงเบา คำพูดที่เหลือต่างก็ถูกการจูบที่ดื่มด่ำกลืนกินไปหมด
ค่ำคืนราตรีนั้นช่างเร่าร้อนและน่าดื่มด่ำ ภายใต้ม่านที่หนา แสงจันทร์หลบเข้าในเมฆเสมือนว่าเขินอาย บนเตียงที่อ่อนนุ่ม ติงยียีนวดเอวที่เมื่อยล้า
เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้ว เหมือนว่าจะหลับไม่ค่อยสบาย เธอมองไปทางนาฬิกา เป็นเวลาตีห้าเช้าแล้ว
ติงยียีลงจากเตียงเบาๆ เดินไปต้มซุปสร่างเมาให้กับเขาที่ห้องครัว เธอรู้ว่าเขาต้องตื่นตรงเวลาตอนหกโมงครึ่งแน่นอน
ในครัวเปิดเพียงโคมไฟตัวเดียว เธอสวมชุดนอนที่กว้างใหญ่ พูดชื่อของส่วนผสมไปด้วย ใส่ส่วนผสมลงหม้อไปด้วย
น้ำที่เร่าร้อนมีควันลอยขึ้นมา เย่เนี่ยนโม่ยืนอยู่หน้าบันได เห็นภาพทั้งหมดนี้ โคมไฟสีเหลืองทำให้เธอและห้องข้างๆ แยกกันเหมือนคนละโลก เขาอยากจะเดินไป ทว่ากลับมีแรงต้านที่หนักหนา
ติงยียีหันหลังเห็นเขาแล้วตกใจมา “ทำไมนายไม่ให้สุ่มให้เสียงเลย!”
เย่เนี่ยนโม่มองรอยช้ำตรงไหปลาร้าของเธอ เงียบไปสักพักแล้วพูดขึ้นว่า “ขอโทษ”
เธอตะลึงงันไปเลย ความโกรธที่อยู่ในใจผุดขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ “ไม่ต้องขอโทษ ฉันสมัครใจเองทั้งหมด คนที่บอกว่าจะจากไปคือฉัน สุดท้ายคนที่ยอมรับนายก็คือฉันเอง!”
“เมื่อคืนฉันดื่มจนเมาไป” เย่เนี่ยนโม่ไม่อยากใช้คำพูดหวานๆหลอกเธอ
“นายไปเถอะ” มือทั้งสองของติงยียีวางอยู่บนท็อปเคาน์เตอร์ มีเพียงแต่เช่นนั้นจึงจะสามารถทำให้มือที่สั่นของเธอมีที่พักพิง
ข้างหลังมีร่างกายที่อบอุ่นแนบชิดเข้ามา “ขอโทษ” เสียงของเย่เนี่ยนโม่แหบและต่ำมาก พูดคำว่าขอโทษออกมาทีละคำ พูดจนติงยียีรู้สึกรน
ติงยียีอยากจะหนี เขาซุกเข้าไปในลำคอของเธอ พูดขึ้นเบาๆ ว่า “อย่าหนีเลย ขอร้อง อย่าหนีเลย”
เธอยืนอยู่เงียบๆ ซุปที่อยู่ในหม้อยังคงเดือด ทว่ากลับไม่ได้รับการสนใจ ติงยียีรับรู้ได้ถึงความอ่อนแอของคนข้างหลัง ถึงแม้จะไม่รู้ว่าเพราะอะไร ทว่าเธอกลับไม่ได้ดิ้นรน
หลังจากผ่านไปไม่กี่นาที เย่เนี่ยนโม่ถอยหลังไปไม่กี่ก้าว ในแววตาไม่มีความสับสนแล้ว ในน้ำเสียงไม่มีความลังเลแล้ว บนใบหน้าไม่มีความอ่อนแอแล้ว เขากลับมาเป็นเย่เนี่ยนโม่คนนั้นอีกครั้ง