ตอนที่ 1497
ตอนที่ 1497 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1397
October 28, 2026
สวุเหวยเหรินจำเด็กผู้หญิงคนนี้ได้ เหมือนว่าจะชอบอันหรันมาก เป็นการชอบและนับถือแบบที่ใสซื่อ เขาพยักหน้า เผยรอยยิ้มที่น้อยมากจะเห็นออกมา
“พี่ยียี พี่สนิทกับพี่อันหรันจริงๆด้วย หนูอยากถ่ายรูปกับเขามากเลย พี่สามารถช่วยหน่อยได้ไหมคะ!”
ติงยียีมีความลำบากใจเล็กน้อย ถึงแม้ความสัมพันธ์ของเธอและอันหรันจะไม่เลว ทว่าเธอไม่อยากกลายเป็นคนหยิ่งเพราะเรื่องแบบนี้
“ที่แท้ผมก็ยังมีแฟนคลับที่น่ารักขนาดนี้ด้วย” อันหรันพึ่งถ่ายภาพยนตร์เสร็จ ยังสวมใส่ชุดเกราะที่หนักหลายกิโลอยู่บนตัว
ไห่โจ๋ซวนรู้สึกได้เลยว่าฝ่ายตรงข้ามกำลังใช้นัยน์ตาจ้องตัวเองอยู่ ยังบังติงยียีอย่างเงียบสงบอีกด้วย แอบรู้สึกตลกในใจ ติงยียี เธอมีเสน่ห์อะไรกัน แม้กระทั่งผู้ชายแบบนี้ก็หลงใหลในตัวเธอได้
เย่ชูฉิงก้มหน้าลงอย่างเขินอาย อันหรันยิ้มอย่างอ่อนโยน “แต่ผมไม่ได้พกโทรศัพท์นะครับ คุณมีไหมครับ?”
เย่ชูฉิงรีบหยิบโทรศัพท์ออกมา อันหรันขยับไปใกล้เธอแล้วทำท่าถ่ายรูปกับเธออย่างเป็นมิตร
หลังจากถ่ายเรียบร้อยแล้ว เย่ชูฉิงโพสต์ลงโซเชี่ยวอย่างมีความสุข อันหรันเดินกลับไปยังข้างกายของติงยียีด้วยรอยยิ้ม น้ำเสียงไม่ได้อ่อนโยนเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว พูดประชดด้วยเสียงเบาว่า “สมองเธอซื่อไปแล้วหรอ! อย่าใครมาก็ไปกับใคร เจอคนร้ายจะทำยังไง!”
“พี่อันหรัน พี่พูดอะไรคะ?” เย่ชูฉิงได้ยินคำพูดที่เหมือนว่าไม่ควรออกมากปากของไอดอลตัวเอง รีบเงยหน้าขึ้นแล้วถาม
“ไม่มีอะไรครับ” อันหรันเปลี่ยนกลับเป็นสภาพที่อ่อนโยน ไห่โจ๋ซวนรู้ว่าฝ่ายตรงข้ามตั้งใจพูดประโยคพวกนั้นให้ตัวเองฟัง ตอบกลับอย่างเงียบสงบว่า “ยียี ตอนที่ผมมาเจอเพื่อนตอนสมัยมหาลัยของคุณด้วย เธอบอกว่าคิดถึงคุณมาก”
สีหน้าของอันหรันอึมครึมลงทันที เขาพูดแบบนี้ก็เหมือนบอกตัวเองทางอ้อมว่าตัวเองรู้จักกับติงยียีนานแล้ว คนที่จะหลอกเธอก็เป็นตัวเองที่พึ่งรู้จักไม่นาน
ติงยียีเหมือนรู้สึกได้ว่าทั้งสองไม่ค่อยถูกกัน รีบพูดขึ้นว่า “พี่อันหรัน เขาคือเพื่อนที่ดีของฉันค่ะ เขามาหาฉันค่ะ”
“แล้วแต่เธอเลย” อันหรันพูดด้วยความแข็งทื่อ หันหลังแล้วจากไป สวุเหวยเหรินรู้ว่านิสัยดื้อด้านของเขาผุดขึ้นมาแล้ว ส่งสายตาไปทางติงยียี สื่อกับเธอว่าไม่ต้องเป็นห่วง
ติงยียียืนอยู่ข้างๆอย่างทำตัวไม่ถูก เธอไม่อยากทำให้พี่อันหรันโมโห อันหรันที่เดินออกไปด้วยก้าวใหญ่ก็หยุดลงกะทันหัน หันมา “พรุ่งนี้ไม่มีฉากของเธอ จำไว้ด้วยอย่ามาผิดอีก!”
ก่อนหน้านี้ติงยียีก็เคยวิ่งรอบเมืองตามกองถ่าย ปรากฏว่าวันนั้นไม่มีฉากของแพนด้าเลย ยังถูกอันหรันแอบหัวเราะอีกด้วย
“ฉันรู้แล้ว!” ติงยียีตอบกลับอย่างเสียงดัง อารมณ์ก็ดีขึ้น บนรถ เย่ชูฉิงตอบคอมเม้นต์ไปด้วยพลางพูดไปด้วยว่า “พี่ยียี เพื่อนหนูต่างก็อิจฉาพี่กันหมดเลย”
ติงยียียิ้มอยู่ข้างๆ “จริงด้วย โจ๋ซวนเมื่อวานนายบอกว่ามีเซอร์ไพรส์ คืออะไรหรอ?”
“พี่ยียี พี่รอไว้เลย เป็นเซอร์ไพรส์ใหญ่แน่นอน” เย่ซูฉิงกะพริบตาอย่างเจ้าเล่ห์กับเธอ เมื่อวานพี่ชายบอกเธอหมดแล้ว ไม่เช่นนั้นเธอคงจะเข้าใจผิดแล้วว่าพี่โจ๋ซวนชอบพี่ยียี
รถขับแล่นไปถึงบ้านพักคนชราส่วนตัว ติงยียีเข้าประตูไปก็เจอเจ้าหน้าที่คนหนึ่งที่เธอเคยเห็นในทีวี สวมชุดสีขาวของผู้ป่วยเดินเล่นอยู่บนสนามหญ้า
ทางเดินที่ยาวนั้น จริงๆแล้วมีห้องผู้ป่วยเพียงแค่ไม่กี่ห้อง แต่ละห้องต่างก็ปิดประตูมิดชิดมาก บางคนที่อยู่ในบ้านพักคนชรานี้ไม่อยากให้ผู้อื่นรู้ ดังนั้นบ้านพักคนชราก็จะมีการบริการด้านนี้
ตรงปลายสุดของทางเดิน มีประตูห้องเดียวที่เปิดไว้ ติงต้าเฉินเห็นยียีแล้วก็รีบพูดขึ้นว่า “ยียีลูก ลูกไปหาหมอที่ไหนเนี่ย ช่างมหัศจรรย์มากจริงๆ คิดไม่ถึงเลยว่าขาของพ่อจะยังสามารถรักษาได้!”
“คุณลุงครับ อาการของคุณลุงถือว่ายังไม่แย่ วางใจเถอะครับ สวมขาเทียมเข้าก็สามารถเดินได้แล้วครับ” ไห่โจ๋ซวนยิ้มอยู่ข้างๆ
นัยน์ตาของติงต้าเฉินมองไปมองมาระหว่างเขาและติงยียี ติงเหม่ยหรงที่อยู่ข้างๆ เขาถามขึ้นว่า “ยียี ผู้ชายคนนั้นล่ะ?”
“พูดถึงเขาทำไม ฉันว่าคนนี้ก็ไม่เลวนะ” ตอนที่ไห่โจ๋ซวนไปรับเขาที่เมืองเหยาหนานก็ได้ยินมาบ้างแล้ว เด็กคนนี้อ่อนน้อมมีมารยาท เหมาะกับยียีมากกว่า!
“พ่อ พ่อพูดอะไรคะเนี่ย!” ติงยียีเห็นเย่ชูฉิงก็อยู่ รีบห้ามไม่ให้พ่อพูดมั่วๆ ต่อ
ติงต้าเฉินคิดว่าเธอเขิน จึงไม่ได้พูดอะไรต่อ หรี่ตายิ้มแล้วมองทั้งสอง ในบ้านพักคนชรา ไห่โจ๋ซวนและติงยียีเดินข้างกัน
“โจ๋ซวน ขอบคุณมากจริงๆเลยนะ ที่ทำอะไรมากมายขนาดนี้ ฉันไม่เคยคิดเลยค่ะว่าจะเห็นคุณพ่อของฉันเดินได้เหมือนคนปกติ” ในใจของติงยียีมองเขาเป็นคนในครอบครัวแล้ว
“ยียี ในใจของคุณ ผมเป็นอะไร?” ไห่โจ๋ซวนหยุดเดิน ปัดใบไม้ที่ร่วงอยู่บนไหล่เธอออก ถามอย่างอ่อนโยน
ติงยียีตะลึงงันไปสักพัก พูดขึ้นอย่างไม่ลังเลว่า “ในใจของฉันคุณก็เหมือนกับพี่ชายเลย ลองคิดดูแล้ว เหมือนคุณช่วยเหลือฉันตลอดเวลาเลย ฉันกลับไม่สามารถตอบแทนอะไรได้เลย” เธอพูดตามใจจริง
“ถ้าหากผมบอกว่าคุณสามารถตอบแทนได้ล่ะ?” ไห่โจ๋ซวนมองเธอ นัยน์ตามีความน่ากลัว จู่ๆหัวใจเธอก็เต้นเร็วขึ้น “โจ๋ซวน คุณหมายความว่า?”
“ยียี ผมชอบคุณ!” ไห่โจ๋ซวนจับไหล่ของเธอมา หันข้างแล้วกดหัวลง “พวกพี่ทำอะไรกัน!”
แก้วน้ำที่อยู่ในมือของเย่ชูฉิงตกลงพื้น เธอไม่กล้าเชื่อในสิ่งที่ตัวเองเห็น กลับไม่อยากจะเชื่อ คำว่า ‘ผมชอบคุณ’ เธอรอมากี่ปี สุดท้ายได้ยินกับหูแล้ว ทว่าเขากลับพูดกับคนอื่น