ตอนที่ 1504
ตอนที่ 1504 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1344
October 28, 2026
ทันทีที่สิ้นเสียงพูดของเขา พวกนักข่าวก็ให้ความร่วมมือโดยการพูดตามมารยาท เขามองไปบริเวณรอบๆ พูดหัวข้อสนทนาอีกครั้ง “แต่ว่าถ้าทุกท่านยังอยากรักษาอู่ข้าวอู่น้ำของตัวเองเอาไว้ ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกท่านจะดูแลปากกาที่อยู่ในมือไว้เป็นอย่างดี"
ถ้าหากว่าคำพูดของอันหรันคือเป็นการพูดอย่างเกรงใจ คำพูดของคุณชายเย่ทั้งหมดนั้นชัดแจ้งตรงประเด็นเหมือนฟ้าสว่างเจิดจรัสเลยทีเดียว พวกนักข่าวหน้าใหม่นั้นพูดไม่ออกอย่างชัดเจน ส่วนนักข่าวที่อยู่มานานเหล่านั้นเข้าใจเรื่องราวดีว่าอะไรที่ควรทำ อะไรที่ไม่ควรทำ รีบเก็บของเตรียมตัวกลับ
“ไอ้ชุย คุณเดินไวขนาดนี้ทำไมกัน! กลัวอะไรนักหนา!” นักข่าวคนปัจจุบันของYangtse Evening Postมองอย่างไม่พอใจไปที่เย่เนี่ยนโม่ที่อยู่บนเวที จงใจพูดเสียงดังลั่น
นักข่าวเก่าที่คลุกคลีอยู่ในวงการนักข่าวมานานสิบกว่าปีเห็นเขาที่ไม่ตามถนนแล้วยังลากตัวเองลงหลุมอีก ในใจก็ยิ่งโมโห ทนไม่ไหวอีกต่อไปพูดเสียงเบา: “คุณรู้หรือเปล่าว่าทำไมหลายวันก่อนหนังสือพิมพ์ของสำนักพิมพ์ถึงขายหมดภายในคืนเดียว! กลับไปศึกษาซะไอ้คนมุทะลุ!”
นักข่าวเก่าก็แยกย้ายจากไปด้วยตัวเอง คนที่รู้ความก็แยกย้ายกลับไปสองสามคน ส่วนพวกเด็กใหม่ไก่อ่อนพอเห็นผู้เชี่ยวชาญในวงการทั้งหมดจากไป ใครมันจะกล้าอยู่ต่อกัน ไม่นานคนทั้งหมดก็กลับไปจนไม่เหลือสักคน
คลื่นลมพายุที่พัดเข้ามาแบบไม่ทันตั้งตัวจนป้องกันไม่ทัน ทันใดนั้นก็มลายหายไปอย่างไร้ร่องรอย ข่าวอันวุ่นวายโกลาหลนี้คล้ายกับถูกบีบคอรัดแน่นเอาไว้จากนั้นก็หยุดรัด ภายใต้คลื่นลมพายุนี้ มีคนคนหนึ่งกลับเริ่มที่จะไม่สบายใจขึ้นมา
คฤหาสน์เฟิงจิ่งย่วน อ้าวเสว่ขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจจ้องมองโม่ซวนหลิน “นี่คุณมาทำอะไรที่นี่?”
“ฉันอยากให้คุณช่วยฉัน หลายวันมานี้ผู้กำกับหวูเริ่มสอบถามในกองถ่ายแล้ว อีกไม่นานก็น่าจะสืบมาถึงฉันแล้ว”โม่ซวนหลินนั้นค่อนข้างกังวล คนในกองถ่ายพวกนั้น รวมกับที่เธอมีปัญหากับติงยียีอย่างเปิดเผย ถ้าอยากจะสืบหาตัวเธอก็คงจะไม่ยาก
อ้าวเสว่หัวเราะดังลั่น “แล้วทำไมฉันจะต้องช่วยคุณด้วย?”
“อย่าลืมสิ เรื่องพวกนี้เป็นคุณที่เป็นคนให้ฉันทำนะ ฉันเพียงแค่เปิดเผยเรื่องของคุณออกไป เย่เนี่ยนโม่จะต้องไม่ปล่อยคุณไปแน่”อ้าวเสว่มีความมั่นใจเต็มเปี่ยม คิดว่าตัวเองนั้นได้ใช้ไพ่ไม้ตายโกงออกไป
รอยยิ้มบนใบหน้าของอ้าวเสว่นิ่งค้าง สีหน้าอึมครึม: “อย่าลืมสิโม่ซวนหลิน ใบหน้านี้ของคุณเป็นแม่ของฉันที่ให้คุณมา”
โม่ซวนหลินสามคำนี้เหมือนกับเหล็กร้อนที่ถูกไฟเผาเอามาไว้กระตุ้นเธอ จิตใต้สำนึกของเธอยับยั้งโดยไม่รู้ตัว “ฉันชื่อEmily!”
อ้าวเสว่มองท่าทางของเธอ แววตาว่างเปล่า ริมฝีปากเอาแต่บ่นพึมพำไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไรอยู่ คล้ายกับตอนที่ตัวเองแสดงเป็นโรคซึมเศร้าอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว ในใจเธอตกตะลึง ขมวดคิ้วถาม“คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?”
“ไม่เป็นอะไร!”โม่ซวนหลินรีบร้อนลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไป เดินไปถึงประตูทางเข้าก็หันตัวกลับมาอย่างยากลำบาก คว้ากระเป๋าที่ถูกลืมไว้บนโซฟาลุกลี้ลุกลนจากไป
“ประสาท!” อ้าวเสว่มองแผ่นหลังของเธอแล้วบ่นพึมพำ ในใจนั้นเริ่มเกิดแผนการที่จะทำให้โม่ซวนหลินกลายเป็นผีตายโหง
โม่ซวนหลินออกมาจากในคฤหาสน์อย่างเร่งรีบ เสียงเบรกรถจากรถยนต์ที่แล่นอยู่ด้านนั้นทำให้เธอรู้ตัวขึ้นมาฉับพลัน
เธอใช้มือทั้งคู่ปัดถูอย่างไม่มีสติอยู่ตรงแปลงดอกไม้ที่สร้างมาเป็นอย่างดีข้างทาง ในสมองนั้นสับสนวุ่นวาย ตั้งแต่ที่เริ่มเป็นนักแสดงมา เธอนั้นไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตามก็เตรียมพร้อมอยู่เสมอ เตรียมพร้อมที่จะแสดงบนเวทีให้ยอดเยี่ยมเป็นที่น่าจับตามอง แต่ว่าแสดงแล้วแสดงอีกก็เป็นได้รับบทเป็นตัวรอง เธอไม่พอใจ!
และก็เป็นเพราะแบบนี้เอง เธอถึงไม่หยุดที่จะทรมานสัตว์ตัวเล็กที่อยู่กับตัวเพื่อให้รู้สึกสบายใจ แต่ว่าถ้าหากว่าไม่สามารถอยู่ในวงการเป็นศิลปินดาราได้ต่อไปอีกแล้ว เธอจะทำยังไง? กลับไปเป็นพนักงานธรรมดา? ไม่ เธอรับไม่ได้!
ความคิดที่สับสนวุ่นวายนี้ทำให้มือทั้งคู่นั้นฉีกดอกไม้ที่อยู่ในแปลงอย่างบ้าคลั่ง ดวงตาทั้งคู่ของเธอแดงก่ำ ท่าทางดุร้ายหยาบคาย ต่างจากemilyที่แสนอ่อนโยนบนหน้าจออย่างสิ้นเชิงราวกับว่าเป็นคนละคน
“เหมียวเหมียวเหมียว” มีแมวที่มีหูหนึ่งข้างพับลงไปตัวหนึ่งเดินแหวกหญ้าออกมา มันสะบัดเศษหญ้าที่อยู่บนตัว เดินไปบนสนามหญ้าด้วยท่าทางสง่างาม ทันใดนั้นเองมือที่ซีดขาวคู่หนึ่งดึงนั้นที่จะอุ้มมันที่ดิ้นรนร้องเสียงแหลมไม่ยอมขึ้นมาไว้กลางเอว มันหันกลับไปด้วยความตื่นตระหนก อีกฝ่ายนั้นมีดวงตาที่สีแดงก่ำทั้งคู่
หลังจากโม่ซวนหลินเดินจากไป อ้าวเสว่นั่งอยู่ในห้องคนเดียวเป็นเวลานาน โทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา เซี่ยชีหรั่นที่อยู่ในสายพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน: “เสี่ยวเสว่ เข้ากันได้ดีกับเนี่ยนยีหรือเปล่า?”
อ้าวเสว่ประหลาดใจ ทันใดนั้นเองก็คิดขึ้นมาได้ว่าเพื่อที่จะให้เย่เนี่ยนโม่มาพบตนเอง เธอจึงโกหกไปบอกว่าต้องการนำ เนี่ยนยีมาเล่นที่บ้าน ตอนนี้พอคิดดูแล้วเหมือนว่าจะไม่ได้เห็นแมวตัวนั้นมานานมากแล้ว ไม่อยากให้คุณน้าเชี่ยจับได้ถึงความผิดปกติ เธอจึงรีบพูด: “ดีมากเลยค่ะ เนี่ยนยีมันเป็นเด็กดีมาก”
รีบร้อนวางโทรศัพท์ อ้าวเสว่รีบตามหาทั่วทั้งห้อง ในใจนั้นแปรเปลี่ยนจากความหงุดหงิดกลายเป็นตื่นตระหนกหวาดกลัว เนี่ยนยีนั้นมีความสำคัญกับเย่เนี่ยนโม่มากขนาดไหนตัวเธอเองนั้นเคยมีประสบการณ์เรื่องนี้มาแล้ว เธอไม่อยากให้ช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ทำให้เขายิ่งเกลียดตัวเองเพิ่มขึ้น
สวีเห้าเซิงเข้ามาในห้องก็เห็นว่าภายในห้องนั้นโดนค้นจนเละเทะไปหมด รีบร้อนถามออกไป: “เสี่ยวเสว่นี่คุณหาอะไรอยู่เหรอ?”อ้าวเสว่ไม่มีเวลาสนใจเธอ ยื่นคอเข้าไปหาหนังโทรทัศน์
“เสี่ยวเสว่!” สวีเห้าเซิงเห็นเธอรีบร้อน ก็มีความกังวลอยู่บ้าง ไม่ง่ายเลยที่จะทำให้อาการป่วยทุเลาลงเมื่อเร็วๆนี้ วันนี้เธอทำไมดูเหมือนกระสับกระส่ายขนาดนั้น
น้ำเสียงของสวีเห้าเซิงทำให้อ้าวเสว่มีสติขึ้นมทันที เธอหันกลับมาน้ำตาก็ไหลหยดลงมาเสียแล้ว “พ่อ ฉันไม่ระวังทำลูกแมวของเนี่ยนโม่หายไป เขาจะต้องโกรธมากแน่ๆ!”
“จะเป็นไปได้ยังไง? ถ้าอย่างงั้นมาลองหาอีกทีไหม?” สวีเห้าเซิงพูดปลอบ อ้าวเสว่ส่ายหน้า ในใจนั้นกระจ่างชัดเจน เธอทำไมจะต้องตามหาลูกแมวที่ขวางหูขวางตาตัวนั้นด้วย ใช้จังหวะนี้ทำให้แมวนั้นหายไปจากสายตาไม่ดีกว่าเหรอ ตามเหตุผลที่ว่ามา ไม่ว่าตัวเองจะจัดการยังไงก็ตาม จะต้องมีคนหนึ่งคนมาช่วยเหลือตัวเอง
มุมปากของเธอยกขึ้นยิ้ม แล้วรีบปกปิดไว้ไม่ให้ใครเห็น ดวงตาเต็มไปด้วยน้ำตาอีกครั้ง “พ่อค่ะ หรือว่าจะเป็นยียี? เธอเพิ่งจะมาหาฉันเอง พอเธอไปลูกแมวก็ไม่เห็นอีกเลย!”
“ยียี! เขามาหาคุณมีธุระอะไรหรือเปล่า?” สวีเห้าเซิงนั้นรู้สึกละอายใจกับติงยียีลูกสาวคนนี้มาโดยตลอด เติมเงินเข้าไปในบัญชีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ แต่ว่าอีกฝ่ายนั้นไม่เคยเอามาใช้เลยแม้แต่แดงเดียว นี่ยิ่งทำให้เขาไม่มีหน้าไปพบเธอ
อ้าวเสว่ก้มหัวเล็กน้อย พูดด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย:“จะมีอะไรละ ก็บังคับให้ฉับเลิกยุ่งกับเนี่ยนโม่นั่นแหละ”