ตอนที่ 1503
ตอนที่ 1503 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1343
October 28, 2026
“นี่คุณ?”เย่ชูฉิงมองเขาอย่างไม่อยากจะเชื่อ หลี่ยี่ซวนรับกระเป๋าเดินทางของเธอไป สาวเท้าก้าวเดินไปด้านหน้า เดินไปพูดไป: “รีบไปเปลี่ยนเป็นBoarding passก่อน!ถ้าฉันไปไม่ทันขึ้นเครื่องคอยดูนะคุณจะต้องเป็นคนเลี้ยง!”
เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่เดินตามมาอย่างตื่นตระหนกทางด้านหลัง หลี่ยี่ซวนจึงค่อยๆเดินช้าลง ให้เธอนั้นสามารถเดินตามระยะก้าวของตัวเองได้ เย่ชูฉิงหันกลับไป มองครอบครัวตัวเองเป็นครั้งสุดท้ายอีกครั้ง สายตาหันเข้าไปทางทางเข้าสนามบินอย่างเชื่องช้า ความไม่เต็มใจทั้งหมด ความโศกเศร้า ความอ่อนแอได้มลายสลายไปหมดในช่วงเวลาที่หันหัวกลับทันที
ครึ่งชั่วโมง ไห่โจ๋ซวนปรากฏตัวที่สนามบิน เขาไม่ได้มีความรีบร้อนที่จะตามหา แต่กลับค่อยๆเดินอย่างเชื่องช้า เขาเดินผ่านเคาน์เตอร์ เดินผ่านโถงเที่ยวบินภายในประเทศ จากนั้นก็มาถึงประตูขึ้นเครื่อง เขารู้ดีว่าก่อนหน้านี้ไม่นานคนที่เขารักที่สุดแผ่นดินผืนนี้ จากนั้นก็แยกจากไป
รอบกายผู้คนเดินไปเดินมา บางคนก็กล่าวลาร้องได้ บางคนก็โอบกอดกันอย่างลึกซึ้ง ไห่โจ๋ซวนมองไปที่พวกเขา มือก็เข้าไปล้วงในกระเป๋ากางเกงและควักบุหรี่ออกมา พอควักออกมาก็พบว่าไม่มีไฟแช็ก
เขาเองก็ไม่ได้ใส่ใจ หยิบบุหรี่หนึ่งมวนออกมาคาบไว้ในปาก รู้สึกได้ถึงรสขมจางๆของนิโคตินแพร่กระจายไปทั่วปลายลิ้น ใช้เวลาสักพักทีเดียวกว่าเขาจะหยิบบุหรี่ที่ยังไม่ได้จุดนั้นออก ริมฝีปากเปิดออกเล็กน้อย “ชูฉิง ผมรักคุณ ผมขอโทษ”
ติงยียีและไห่โจ๋ซวนนั้นหลังจากที่ตามเย่ชูฉิงไม่ทันก็เศร้าเสียใจอย่างเงียบๆ เธอมองไปหาไห่โจ๋ซวนถามด้วยรอยยิ้มว่าเย็นนี้ตัวเองนั้นอยากกินอะไร แต่กลับปล่อยเธอไว้ให้อยู่ด้วยตัวเอง และเล่นเปียโนเพลงแล้วเพลงเล่าอยู่เพียงลำพัง
เธอนั้นคิดไม่ตก ในเมื่อไห่โจ๋ซวนนั้นไม่ได้รักเธอ แล้วจะอยากสารภาพรักกับเธอทำไม? แพนด้าที่ขยับตัวอยู่ด้านล่างเท้า เอาหัวมาวางไว้บนเท้าของเธอ และยังหลับไปอีก
“ดูแล้วคงจะต้องไปหาหมอจริงๆซะแล้ว”ติงยียีมองแพนด้าด้วยความกังวล ก้นของเธอเคลื่อนไปกดรีโมทคอนโทรล ในโทรทัศน์ใบหน้าของอันหรันทำให้เธอรู้สึกเบิกบานใจ แต่ว่าคำพูดของเขาต่อจากนี้ทำให้เธอประหลาดใจเป็นอย่างมาก
“ไม่ผิด ความสัมพันธ์ของผมกับติงยียีนั้นค่อนข้างสนิทสนมกันจริง แต่ว่าผมหวังว่าทุกท่านจะปล่อยให้เรื่องนี้เป็นส่วนตัว เป็นเรื่องระหว่างพวกเราสองคน” ภายใต้แสงแฟลช อันหรันยิ้มสดใสเผชิญหน้ากับสื่อมวลชน
ติงยียีดูการสัมภาษณ์อย่างสงสัย ในใจรู้สึกค่อนข้างเหลือเชื่อ พอดูวันที่ เรื่องเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานเอง เธอรีบร้อนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา โทรศัพท์ถูกรับทันทีเมื่อดังขึ้น “ยัยบื้อ สุดท้ายก็คิดได้สักทีว่าต้องโทรหาฉัน?”
“พี่ใหญ่อัน ฉันเห็นในข่าว นี่มีเกิดเรื่องอะไรขึ้น?”ติงยียีพูดอย่างรีบร้อน
“ไม่มีอะไรหรอก ปิดโทรทัศน์ซะแล้วหลับให้สบาย พรุ่งนี้คุณก็พบว่าเรื่องอะไรทั้งหมดก็จะไม่มีแล้ว อนุญาตให้คุณฝันถึงฉันนะ โอ๊ย......”
เธอได้ยินเสียงสูดลมหายใจออกมาจากปลายสายโทรศัพท์ รีบร้อนถาม: “พี่ใหญ่อัน คุณเป็นอะไรหรือเปล่า?”
ผ่านไปสักพักใหญ่อันหรันถึงจะพูดตอบกลับ “ไม่มีอะไรไม่มีอะไร เมื่อตะกี้ฉันชนเข้ากับมุมโต๊ะ เอาละแค่นี้นะ ไว้คุยกันใหม่”
อันหรันวางสายโทรศัพท์ กุมส่วนท้องเอาไว้ส่งสายตา “เย่เนี่ยนโม่ คุณฝึกกำลังภายในหรือยังไง ตีโดนจุดชาของฉันพอดี!”
เย่เนี่ยนโม่กวาดสายตามองเขา สายตาไม่แยแส อันหรันจงใจร้องด้วยความเจ็บปวดออกมาเสียงดัง“อาเหริน ฉันพบว่าท้องของฉันนั้นค่อนข้างเจ็บ คุณช่วยมาดูให้ฉันหน่อย!”
สวุเหวยเหรินกวาดตามองเย่เนี่ยนโม่อย่างเย็นชา ขมวดคิ้วแน่น ดึงอันหรันมาตรวจสอบซ้ายขวาบนล่างซ้ำไปซ้ำมา จนกระทั่งเห็นว่าไม่มีปัญหาอะไรแล้วจริงๆถึงวางใจ
อันหรันใช้ดวงตาลูกท้อที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มหรี่ตามองเขา เมื่อตะกี้เขานั้นจงใจทำตัวน่าสงสาร ทั้งหมดต้องโทษเขาที่เมื่อวานไม่ยอมแจ้งให้ทราบและยังจงใจโดดงานอีก ทำให้สวุเหวยเหรินหาเจอง่ายอย่างฉับพลัน วันนี้ก็จะไม่สนใจตัวเองแล้ว แต่ว่าหมัดนั้นของเย่เนี่ยนโม่ก็รุนแรงมากเหลือเกิน ตัวเองไม่ใช่ว่าคิดจะแกล้งติงยียีหรือยังไง!
“เย่เนี่ยนโม่ จะบอกข้อมูลให้คุณรู้สักเรื่อง วันนั้นมีผู้ชายคนหนึ่งขับรถBugattiมาส่งติงยียี ดูรูปร่างหน้าตาก็ไม่เลวเลยทีเดียว เธอคงจะเนื้อหอมน่าดูเลยทีเดียว” อันหรันพูดกระตุ้นให้เกิดความสนใจ
เย่เนี่ยนโม่มองปราดไปที่เขา หันศีรษะไปมองนอกหน้าต่างไม่พูดจา เย่ป๋อผลักประตูเข้ามา “คุณชาย ทุกอย่างเตรียมพร้อมเรียบร้อยแล้วครับ”
อันหรันอยู่ด้านหน้าประตูคอนโด นักข่าวที่รู้ข่าวมาก่อนหน้านี้แล้วขวางบริเวณรอบๆทางเข้าของคอนโดแม้แต่หน้าซักหยดก็ไม่ให้ผ่านไปได้ แฟนคลับจำนวนมากถือไม้รอคอยอยู่ด้านข้างเพียงเพื่อจะได้เห็นไอดอลด้วยตามตัวเอง
“ออกมาแล้ว! ออกมาแล้ว!” เสียงคนดังขึ้นอย่างโกลาหล สถานที่เกิดเหตุมีความสับสนวุ่นวาย อันหรันที่ได้รับการปกป้องจากบอดี้การ์ดเดินออกไปด้วยความยากลำบาก ข้างกายมีผู้หญิงที่สวมหน้ากากอันใหญ่และหมวกแก๊ปยืนอยู่ข้างๆ
“อันหรันอันหรัน! ฉันรักคุณ!”แฟนคลับกรี๊ดลั่นสนั่นหวั่นไหว ผู้คนมากมายพยายามดันมาข้างหน้า นักข่าวหลายคนถูกแฟนคลับที่บ้าคลั่งดันออกไปด้านนอกอย่างรวดเร็ว อันหรันมองแฟนคลับอย่างอ่อนโยน มือโอบรอบเอวผู้หญิงที่ก้มศีรษะสวมแว่นกันแดดอันใหญ่อย่างเบาๆ แฟนคลับที่ดูอยู่นั้นยิ่งตื่นเต้นมากขึ้น
“อยู่ตรงนั้นไง!”ทันใดนั้นเองเขาใช้เสียงต่ำพูดตะโกนไปทางด้านข้าง บอดี้การ์ดที่อยู่บริเวณรอบๆก็รีบฝูงชนออกและวิ่งตรงไปบริเวณที่เขาชี้ไป
มีผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่บนที่ว่างไม่ไกลจากตรงนั้น บนหัวของเธอนั้นมีผ้าพันคอพันเอาไว้ แว่นกันแดดขนาดใหญ่บดบังใบหน้าอันบอบบางเอาไว้ จึงมองเห็นรูปลักษณ์หน้าตาได้ไม่ชัดเจน พอเห็นว่าเหล่าบอดี้การ์ดวิ่งตรงมายังทิศทางของตัวเอง เธอนั้นค่อนข้างตกใจเป็นอย่างมาก รีบร้อนหมุนตัวกลับเข้าไปในรถยนต์
บอดี้การ์ดด้านหน้าสกัดกั้น! ผู้หญิงจึงเพิ่มเร่งความเร็วอย่างไม่คิดชีวิต ไม่มีใครกล้าไปขวางด้านหน้า ทำได้เพียงมองรถแล่นออกไปไกลขึ้นเรื่อยๆ
สวุเหวยเหรินเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจึงเดินขึ้นมาบังอยู่ด้านหน้าของอันหรัน พูดกับนักข่าวและแฟนคลับ: “ต้องขออภัยด้วยครับ สถานที่ในตอนนี้อยู่นอกเหนือการควบคุม แต่ว่าอีกสิบหน้านาทีหลังจากนี้อันหรันจะจัดงานแถลงข่าว”
พวกนักข่าวได้แต่มองดูกันไปมา แต่ว่าในเมื่อยังมีงานแถลงข่าวอยู่ ก็ไม่มีคนที่จะตามตอแยอีก พวกที่เนียนไปตามน้ำก็กระจายตัวออกไป เหลือเพียงนักข่าวหน้าใหม่และแฟนคลับที่ยังคงรออยู่ที่หน้าประตู