ตอนที่ 1502
ตอนที่ 1502 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1342
October 28, 2026
เย่ป๋อเดินมาหยุดตรงหน้าทั้งสองคน หยิบถุงดำที่ชายชุดดำข้างกายส่งมาให้และส่งยิ้ม แต่ยิ้มนับกลับไม่แสดงออกที่ดวงตาของเขา “คุณชายของพวกเราเชิญครับ”
“อ้าย! อ้าย! น่าเบื่ออะไรขนาดนี้!”นี่เป็นครั้งที่สิบห้าแล้วที่ติงยียีตะโกนออกมา เธอนั้นอุดอู้อยู่แต่ในห้องมาเป็นเวลาหลายสิบชั่วโมงแล้ว บอดี้การ์ดที่ชุมชนพวกนั้นไม่ยอมให้เธอออกไป
โทรศัพท์ดังขึ้น เธอขมวดคิ้วขึ้นมา “ฮาโหล สวัสดีค่ะ”
“ไม่ทราบว่าใช่คุณติงยียีหรือเปล่าคะ? พวกเรามาจากหมากฝรั่งอันไนค่ะ อยากจะสอบถามว่าคุณมีความสนใจจะถ่ายโฆษณาหรือเปล่าคะ แน่นอนว่าค่าตอบแทนนั้นไม่น้อยเลยทีเดียวค่ะ”
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่สนใจถ่ายโฆษณาค่ะ และก็ไม่รับสัมภาษณ์เช่นเดียวกันค่ะ ขอบคุณมากค่ะ!”ติงยียีวางโทรศัพท์อย่างฉุนเฉียว เธอจำไม่ได้แล้วว่าวันนี้รับโทรศัพท์ติดต่อเธอถ่ายโฆษณามาแล้วกี่สาย
วิ่งตรงไปที่ระเบียงชั้นสอง เธอสูดหายใจเข้าไปลึกเต็มปอด ความอัดอั้นตันใจที่อยู่ในใจนั้นผ่อนคลายลงไปบ้าง ด้านล่างอาคารชายชุดดำสองคนยังคงลาดตระเวนอยู่ มีรถที่ไม่รู้จักจอดอยู่ด้านข้าง
ติงยียีมองไปยังหลังคารถ ในใจนั้นรู้สึกถึงความคุ้นเคยและใกล้ชิดปรากฏออกมาอย่างบอกไม่ถูก เธอนั่งอยู่ตรงระเบียงมองเหม่อลอยไปที่รถ
ภายในรถ เย่เนี่ยนโม่กำลังจ้องมองเธอ ในใจเต็มไปด้วยความรักความห่วงใยที่มีให้กับเธอ เขาอยากที่จะพุ่งตรงออกไปปลอบโยนเธอ อยากที่จะอยู่ข้างกายเธอ แต่ว่าเขานั้นไม่สามารถทำได้ ไม่ว่าจะเป็นอ้าวเสว่หรือว่าไห่โจ๋ซวนหรือว่าคนที่อยากจะทำร้ายเธอลับหลัง พวกนี้ทั้งหมดขัดขวางไม่ให้เขาเข้าใกล้เธอ
ภายในความมืดนิ้วของเขาค่อยๆกำแน่น อยู่ดีๆโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา เขาปล่อยให้มันดังอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งมือที่กำแน่นของเขาค่อยๆคลายออก จึงจะรับโทรศัพท์ “ฮาโหล”
“คุณชาย นำคนกลับมาเรียบร้อยแล้ว”
ติงยียีที่นั่งเหม่อลอยอยู่บนระเบียงมองไปที่รถยนต์ที่กำลังสตาร์ท ความสิ้นหวังภายในหัวใจที่ถูกซ่อนเร้นกลับปรากฏขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว สายตาของเธอตามไปทางที่รถแล่นจากไป เท้าอดไม่ได้ที่จะขยับไปข้างหน้า ตรงเข้าไปจนกระทั่งถึงขอบระเบียง
บริษัทเย่ซื่อ
ห้องโถงใหญ่ที่ปกติแล้วจะเงียบไม่มีคนนั้นค่อยๆเปิดออก ผู้ชายที่สวมชุดสูทรองเท้าหนังเดินสาวเท้าก้าวเข้ามาด้านในอย่างเย็นชา เย่ป๋อเดินมาด้านหน้าและพยักหน้าให้กับเขา
ภายในห้องทำงานที่สว่างไสว อันหรันสีหน้าซีดเผือดนั่งอยู่ด้านข้าง สวุเหวยเหรินถึงแม้ว่าบนใบหน้าจะดูใจเย็น แต่ว่าสายตานั้นกลับเย็นชาเป็นอย่างมาก
“เย่เนี่ยนโม่!”พอเห็นผู้ชายที่ผลักประตูเข้ามา อันหรันกระเด้งตัวขึ้นมาทันใด ยื่นกำปั้นออกไปชกเขา
เย่ป๋อเดินก้าวมาด้านหน้าสกัดกำปั้นของเขา สายตามองไปที่คุณชาย เห็นเขาส่ายศีรษะถึงสะบัดกำปั้นของอันหรันทิ้งไป
“ฉันเคยบอกคุณไปแล้วถ้าหากว่าคุณอยากจะอยู่เป็นราชาภาพยนตร์ของคุณอย่างราบรื่น ถ้าอย่างนั้นคุณก็อย่ามายั่วยุคนที่คุณไม่สมควรจะไปยั่วยุ”เย่เนี่ยนโม่ที่นั่งจมอยู่ในเก้าอี้ขนาดใหญ่ มองด้วยสายตาแหลมคม
อันหรันมองสบตากับเขา ในดวงตาราวกับดอกท้อคู่นั้นเต็มไปด้วยความโกรธเคือง “ไหนคุณพูดมาซิว่าฉันไปยั่วยุใครเข้า!”
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น?”อยู่ดีๆสวุเหวยเหรินที่อยู่ด้านข้างก็เอ่ยปากขึ้น เขาไม่เชื่อว่าเย่เนี่ยนโม่จะทุ่มทรัพยากรทั้งคนทั้งเงินเพื่อไปกรุงโรมตามจับพวกเขากลับมาโดยไม่มีสาเหตุ
“ฉันไม่ชอบให้คนอื่นมาขัดบทสนทนาของฉัน”เย่เนี่ยนโม่ขมวดคิ้วเล็กน้อย พูดถลึงตาใส่อย่างไม่พอใจ
อันหรันโมโหแต่กลับเค้นเสียงหัวเราะออกมา ใช้สีหน้าส่งไปหาสวุเหวยเหริน หมุนตัวเดินออกไปนอกประตู ขณะกำลังเดินอยู่นั้นก็พูดออกมาพร้อมกัน “บังเอิญจริงๆ ฉันเองก็ไม่ชอบคบกับคนที่ชอบมโนไปเองฝ่ายเดียวเหมือนกัน”
เย่ป๋อจะไปรั้งสองคนนั้น เย่เนี่ยนโม่โบกมือห้าม พูดใส่ด้วยคลื่นอารมณ์ที่ไม่พอใจ: “อันหรัน ชื่อจริงคืออันยูรัน กิจการด้านอาหารของพ่ออยู่ในระดับชั้นแนวหน้า ปู่ก่อนที่จะเกษียณนั้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ...... ”
“พอได้แล้ว!”อันหรันหันกลับมา มองเขาด้วยสายตากินเลือดกินเนื้อ พูดเค้นออกมาแต่ละประโยคแต่ละคำจากซอกฟัน: “คุณตรวจสอบฉัน”
“ฉันเคยบอกไปแล้ว จะโทษก็โทษที่คุณดันไปยั่วยุคนที่ไม่ควรจะไปยั่วยุด้วย”เย่เนี่ยนโม่เดินปล่อยอารมณ์ตรงไปด้านหน้า นำหนังสือพิมพ์หนึ่งฉบับส่งให้กับเขา
อันหรันดูจบก็ขมวดคิ้วพูด: “เรื่องนี้ไม่ใช่ฉันที่เป็นคนทำ จะพูดให้ถูกก็คือ ฉันเคยคิดที่จะทำแบบนั้น แต่สุดท้ายฉันก็ล้มเลิกไป”
“ทำไม?”เย่เนี่ยนโม่ค่อนข้างแปลกใจ
“พี่สาวที่แสนโง่งมแบบเธอนั้น แกล้งเขาไปฉันรู้สึกว่าไร้จิตสำนึกมากไปหน่อย!”อันหรันเหลือบมองเขา น้ำเสียงเยาะเย้ย
เย่เนี่ยนโม่คิดทบทวน นี่เป็นครั้งแรกที่เขาพยักหน้าเห็นด้วย แต่คิ้วนั้นกลับขมวดยกขึ้น เขาเชื่อในสิ่งอันหรันพูด ผู้ชายคนนี้ถึงแม้จะเป็นพวกเจ้าแผนการ แต่ว่ายึดมั่นในชัยชนะที่ใสสะอาด ถ้าเขาบอกว่าไม่ใช่เขา นั่นก็คือไม่ใช่เขาจริงๆ
ภายในห้องทำงานตกอยู่ในความเงียบชั่วขณะ ไม่ว่าใครก็ตามก็คงคิดว่าคนปล่อยภาพนั้นมีเจตนาแอบแฝง ในใจของอันหรันและสวุเหวยเหรินนั้นคิดว่าเป็นไปได้ไหมที่จะมีคนอยากจะทำลายภาพลักษณ์ของอันหรัน แต่ความคิดของเย่เนี่ยนโม่ลึกซึ้งไปมากกว่านั้น คนที่อยู่เบื้องหลังนั้นเป็นไปได้อย่างมากว่าคงต้องการจัดการกับติงยียี อันหรันเป็นเพียงแค่หมากตัวหนึ่งเท่านั้น
“พรุ่งนี้ฉันจะจัดงานแถลงข่าวชี้แจ้งเรื่องนี้”อันหรันถอนหายใจพูดออกมา สวุเหวยเหรินเลิกคิ้วอยากจะยับยั้งเขา การจัดงานแถลงข่าวตอนนี้จะกลายเป็นเขาเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงในกระแสสังคมอย่างไม่ต้องสงสัย
“ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลา”เย่เนี่ยนโม่เอ่ยปาก ดึงดูดความสนใจของทุกคนที่อยู่ที่นั่นได้อย่างประสบความสำเร็จจริงๆ สวุเหวยเหรินเข้าใจชัดแจ้ง “คุณคงอยากจะวางแผนระยะยาวโดยไม่รีบหวังผลวางเหยื่อล่อปลาตัวใหญ่?”
เย่เนี่ยนโม่มองออกไปชมทิวทัศน์ยามค่ำคืนที่ปกคลุมรายล้อมด้านนอกหน้าต่าง พูดด้วยน้ำเสียงเชื่องช้า: “ฉันชอบที่จะใช้คำว่าหนียังไงก็หนีไม่พ้น ลูกไก่ในกำมือมากกว่า”
แสงไฟของบริษัทเย่ซื่อส่องสว่างตลอดทั้งคืน แสงไฟจากห้องนอนของติงยียีก็ส่องสว่างทั้งคืนเช่นเดียวกัน เธอเศร้ามองเมื่อรู้ตัวว่าเธอนั้นนอนไม่หลับ