ตอนที่ 1507
ตอนที่ 1507 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่1347
October 28, 2026
“คุณก็คือเพื่อนสนิทของติงยียีใช่หรือเปล่า?”เพื่อนร่วมงานที่เป็นคนโทรศัพท์ไปตอนแรกยืนขึ้นมาซ่งเมิ่นเจ๋ตะลึง พูดอย่างดูถูกตัวเอง: “น่าจะใช่นะ”ทุกคนช่วยกันพาติงยียีที่เมาไม่รู้เรื่องเข้าไปในรถพอเสียงดังเอะอะโวยวายค่อยๆจากไป ในรถที่ปิดสนิทก็เหลือเพียงเสียงลมหายใจของคนสองคน ซ่งเมิ่นเจ๋ขมวดคิ้วมองคนที่หลับสนิท ถอนหายใจ นำเสื้อคลุมที่อยู่ที่นั่งด้านหลังมาคลุมให้กับติงยียี จากจึงขับรถออกไป
ตระกูลไห่
ไห่โจ๋ซวนเปิดประตู พอเห็นซ่งเมิ่นเจ๋ใช้แรงทั้งหมดที่มีลากติงยียีมายืนอยู่ที่ประตูจึงรีบมารับช่วงต่อทันที พอเข้ามาที่ห้องรับแขกก็จัดแจงให้พาติงยียีนอนประจำที่เรียบร้อย ซ่งเมิ่นเจ๋มองเขาก็หัวเราะขึ้นมาทันทีและพูดว่า “คงคิดไม่ถึงว่าฉันจะรู้ว่าบ้านของคุณอยู่ที่ไหนใช่หรือเปล่า?”
ไห่โจ๋ซวนหัวเราะและเปิดหัวข้อสนทนา “อยากดื่มอะไร?”
ซ่งเมิ่นเจ๋ส่ายหน้า “ฉันรู้ดาราฟุตบอลที่คุณชื่นชอบ รู้ว่าคุณอาศัยอยู่ที่ไหน รู้ว่าความเคยชินในการขับรถของคุณ อย่างเดียวที่ฉันไม่รู้ นั่นก็คือคุณรักใครกันแน่!”
เสียงของเธอ่อนลงเรื่อยๆ ไห่โจ๋ซวนถอดแว่นออกบีบจมูก “เมิ่นเจ๋ ฉันไม่คู่ควร”
“คู่ควรไม่คู่ควรฉันเป็นคนตัดสิน”ซ่งเมิ่นเจ๋อารมณ์เสียมาก พุ่งตรงเข้าไปในอ้อมกอดของเขาอย่างรุนแรง
ไห่โจ๋ซวนก้าวถอยหลังไปสองก้าวเพื่อหลีกหนี เธอยืนทำอะไรไม่ถูกอยู่ที่เดิม หัวเราะพึมพำทันใด: “แม้แต่การปลอบโยนคุณก็ยังไม่ยอมให้ฉัน”
“เมิ่นเจ๋ คุณสามารถเจอคนที่ดีกว่า”ไห่โจ๋ซวนมองเธออย่างแน่วแน่ หัวใจของเธอเจ็บปวดเขาเข้าใจดี อารมณ์ความรู้สึกแบบนั้นสายตาแบบนั้นความสิ้นหวังแบบนั้นเขานั้นประสบอยู่ตลอดเวลา เพียงแต่ว่าเขานำสิ่งเหล่านี้เก็บเอาไว้ในส่วนลึกที่สุดของหัวใจแล้วทั้งหมด และปล่อยให้มันเน่าไปซ่งเมิ่นเจ๋มองเขาพร้อมกับน้ำตา ไห่โจ๋ซวนไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี ทำได้เพียงชี้ไปที่ดวงตาของเธอ“มาสคาร่าหลุดหมดแล้ว”
“ขอโทษ ฉันขอไปห้องน้ำสักหน่อย”เธอที่ใส่รองเท้าส้นสูงรีบร้อนวิ่งหนีออกไปจากข้างกายเขา เหมือนลมโชยพาไป
หลังจากผ่านไปสิบนาทีเธอก็เดินกลับเข้ามาอย่างไม่สะทกสะท้าน ใบหน้าแต่งหน้างดงามเรียบร้อยแล้ว มีเพียงดวงตาที่สีแดงที่ไม่สามารถอำพรางความเหนื่อยล้าเอาไว้ได้
เธอเดินมาอยู่ตรงหน้าโซฟาจับจ้องติงยียีอย่างลึกซึ้ง จากนั้นหันตัวกลับมาด้วยรอยยิ้มทำตัวว่าเข้มแข็งและพูดว่า “ฉันพาผู้หญิงที่คุณรักที่สุดมาให้คุณแล้ว เธอดื่มเหล้ามากไป ดูแลเธอให้ดี ฉันไปละ”
เธอพูดจนหมดเปลือก ไม่รอคำตอบจากไห่โจ๋ซวนก็เดินออกจากประตูอย่างฉับพลัน เปิดประตู ลมหนาวพัดปลิวเข้ามา เธอหนาวสั่น ทันใดนั้นหันกลับมาเหมือนอยากจะพูดอะไรบางอย่าง“เออใช่ฉันกำลังเตรียมตัวที่จะไปเป็นครูอาสาที่ทิเบต ไปหนึ่งปี ไม่ต้องบอกยียีละ”
เธอพูดจบเท้าก็หยุดชะงักค้าง มองไห่โจ๋ซวนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคาดหวัง ถ้าหากว่าเขารั้งตัวเธอเอาไว้ แค่พูดว่ากังวล เธอก็พร้อมจะอยู่ต่อ
“เดินทางปลอดภัย”ไห่โจ๋ซวนพูดด้วยสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง
“ขอบคุณ”ซ่งเมิ่นเจ๋ฉีกยิ้มบางที่ดูไม่ได้ยิ่งกว่าร้องไห้ รีบเดินจากไปทันที ขนาดประตูยังลืมปิด
ไห่โจ๋ซวนยืนอยู่ด้านหน้าของหน้าต่างที่กว้างจนถึงพื้น มองแสงไฟระยิบระยับของรถที่แล่นไปไกลออกไป เย่ชูฉิงจากไปแล้ว ซ่งเมิ่นเจ๋เองก็ไม่มีค่าพอที่จะใช้ประโยชน์แล้ว และก็เป็นเวลาที่จะปล่อยเธอไป
เวลากลางดึก ลมพัดจนใบไม้ร่วงหล่น กระทบหน้าต่างจนเกิดเสียงดัง หลังของติงยียีเจ็บจนรู้สึกไม่สบายตัว หมุนตัวกลับเบาๆ หยิบโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋าด้านหลังออกมาอย่างลวกๆ เธอกำลังคิดจะนอนหลับต่อ อยู่ดีๆก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา
ห้องที่ได้รับการตกแต่งที่ไม่คุ้นตา นี่เธออยู่ที่ไหน? เธอรีบร้อนดึงผ้าห่มออก พอเห็นว่าบนร่างกายยังสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยอยู่ถึงจะวางใจลง
นาฬิกาปลุกบนโต๊ะแสดงผลออกมาว่าตอนนี้เป็นเวลาตีหนึ่งแล้ว เธอลงจากเตียงเปิดประตู ห้องด้านข้างมีแสงไฟสะท้อนออกมาจากทางประตู เธอผลักประตูเข้าไปอย่างสงสัย
“โจ๋ซวน!” เธอมองเขาด้วยอารมณ์สับสนวุ่นวาย ไม่รู้จริงๆว่าทำไมตัวเองถึงมาอยู่ที่บ้านของเขา
“ตื่นแล้วเหรอ?”ไห่โจ๋ซวนสวมชุดลำลองผ้าลินิน นั่งอยู่ที่ขอบหน้าต่างด้วยท่าทีสบายๆ ข้างๆมีขวดไวน์แดงเปล่าอยู่หลายขวด
“ฉันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร?”ติงยียีนวดขมับที่ปวดเดินเข้ามาอยู่ข้างๆเขา ไห่โจ๋ซวนมองพระจันทร์ที่นอกหน้าต่าง พูดเสียงเบา: “เมิ่นเจ๋เป็นคนส่งคุณมา เธอเตรียมที่ไปเป็นครูอาสาที่ทิเบต แต่ว่าเธอบอกว่าไม่อยากให้คุณรู้”
“เป็นแบบนั้นเองเหรอ?”ติงยียีรู้สึกเสียใจก้มหัวลง นิ้วมืออันเรียวยาวช้อนคางของเธอขึ้นมา ไห่โจ๋ซวนค่อยๆเข้ามาใกล้ กลิ่นเหล้าจางๆค่อยๆแพร่กระจายตลบอบอวลระหว่างคนสองคน
ระยะห่างระหว่างเขากับเธอนั้นเหลือเพียงไม่กี่เซนติเมตรสั้นๆเท่านั้น ริมฝีปากบางของไห่โจ๋ซวนเปิดเล็กน้อย “ติงยียี คุณและผมติดค้างพวกเธอมากจริงๆ”
เธอตกตะลึงเล็กน้อย ไม่นานหลังจากนั้นก็ยิ้มอย่างเศร้าโศก นั่งบนขอบหน้าต่าง สมุดโทรศัพท์ที่อยู่กระเป๋ากางถูกกด แต่เธอกลับไม่สังเกตเห็น
ติงยียีหยิบขวดเหล้าขึ้นมากรอกเข้าไปหลายอึก “พูดได้ดี ดูแล้วพวกเราควรค่าที่จะชนกันสักแก้ว”ไห่โจ๋ซวนยิ้มและชนแก้วกับเธอ สองคนดื่มหมดรวดเดียว“นี่ พวกเราสองคนอยู่ด้วยกันเถอะนะ ไม่ว่าใครก็อย่าทำลายเลย”
ติงยียียิ้มพร้อมกับหลั่งน้ำตา ดื่มเข้าไปอึกใหญ่อย่างดุเดือด “ตกลง พวกเราอยู่ด้วยกันนะ!”
หน้าจอโทรศัพท์มีแสงไปตลอดตั้งแต่แรกจนจบ คนที่อยู่ปลายสายโทรศัพท์นั้นฟังอย่างเงียบๆ นิ้วมือวางอยู่บนส่วนท้ายของหนังสือ แต่ไม่ได้เปิดมาเป็นเวลานาน
เย่เนี่ยนโม่วางหนังสือลุกขึ้น ไปที่ชั้นเก็บเหล้าหยิบเหล้านอกมาหนึ่งขวดส่งให้กับคนรับใช้ที่อยู่ข้างกาย คนรับใช้นำเหล้าเทใส่ในแก้วเหล้า ใส่น้ำแข็งอย่างพิถีพิถัน หยิบมะนาวออกจากตู้เย็น
เขาเปิดปากที่แสนสง่างาม ให้ความเปรี้ยวของมะนาวแทรกซึมเข้าไปในช่องปาก จากนั้นถึงสลับกับเหล้าหนึ่งอึก
ไม่ว่าใครมองก็คิดว่าเขานั้นเป็นคุณชายสูงศักดิ์ที่แสนสง่างาม แต่ในเวลานี้ตอนนี้หัวใจของเขากลับเจ็บปวดจนเป็นตะคริว