ตอนที่ 1513
ตอนที่ 1513 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1353
October 28, 2026
หลังจากเย่เนี่ยนโม่เปิดประตูรถแล้วก็ยืนหันข้างอยู่อีกด้าน สายตาอ่อนโยน “คุณยียี เชิญขึ้นรถครับ”
ติงยียีขึ้นรถอย่างกระอักกระอ่วนท่ามกลางสายตาที่อิจฉาของผู้คน เย่เนี่ยนโม่เอี้ยวตัวไปช่วยเธอคาดเข็มขัดนิรภัย
“เย่เนี่ยนโม่ คุณคิดจะทำอะไร!” ติงยียีมองดูเขา ในใจก็เกิดความโมโหขึ้นมา ในข่าวเห็นชัดว่าเขากับอ้าวเสว่ใกล้ชิดสนิทสนมกันขนาดนั้น ตอนนั้นทำไมยังจะมาอ่อยเธออีก
“คุณกำลังคิดอะไรอยู่” เขาเข้ามาใกล้เธอ สายตากลับมองไปที่IPADที่อยู่บนเบาะ บนiPadยังเปิดภาพของเขาและอ้าวเสว่ที่ถูกนักข่าวถ่ายได้ขณะอยู่บนเรือสำราญ
เขามองเธอ ขมวดคิ้ว “คุณกำลังหึงเหรอ”
ติงยียีเงยหน้าขึ้นมาสบตากับดวงตาที่กำลังโกรธของเขา เขายิ้ม ค่อยๆโน้มเข้ามาใกล้ขึ้น ยื่นมือกั้นให้เธออยู่ในที่นั่งแคบๆ “คนที่หึงคือผม อยากจะเอาคุณมาเป็นเชลย จะได้ไม่มีใครแย่งชิงคุณได้”
ติงยียีหน้าแดงก่ำ บ่นพึมพำเบาๆว่า “ตอนเย็นยังมีงานปาร์ตี้หน้ากากอีกหนึ่งงาน”
เธอรู้ว่าเขากำลังมองเธอ แต่เธอกลับไม่หันหน้ามา คอยังคงรู้สึกปวดเมื่อยเล็กน้อย ได้ยินเสียงเขาถอนหายใจ จึงดึงสายตากลับมา
ปาร์ตี้หน้ากากไม่ได้เป็นกฎระเบียบข้อหนึ่งในวงการบันเทิง โดยเริ่มจากดาราดังที่อยู่แถวหน้า ก็แค่เชื้อเชิญดารามา ดาราสวมใส่หน้ากากก็สามารถพูดคุยกันภายในงานได้ ต่อให้ถูกจำได้ว่าใครก็ไม่สามารถเปิดเผยตัวตนของอีกฝ่ายได้
เพราะสามารถปลดปล่อยความเครียดได้ ดังนั้นเมื่อถึงเวลานี้ของทุกๆปี ดาราทั่วประเทศก็จะพากันมารวมตัวที่นี่เข้าร่วมงานปาร์ตี้หน้ากากนี้
พวกดาราสองสามคนยืนพูดคุยอยู่ด้วยกันเงียบๆ ประตูถูกเปิดออก บริกรพาคนเดินเข้ามา
ผู้หญิงที่เข้ามาสวมชุดกระโปรงยาวสีเบจ บนกระโปรงยาวนั้นไม่ได้มีการประดับตกแต่งมากนัก เทียบกับดาราคนอื่นๆในงานไม่ได้เลย แต่ผู้ชายสวมชุดสูทธรรมดาที่ยืนอยู่ด้านหลังเธอ แม้จะสวมหน้ากากการ์ตูนอยู่ แต่บุคลิกท่าทางโดดเด่นมาก คนจำนวนไม่น้อยกำลังคาดเดาว่าคือดาราคนไหน
ติงยียีหลังจากเดินเข้ามาแล้วก็ไปหามุมสงบเงียบมุมหนึ่งรองานเลิก เธอมองไปทางที่ไกลจากเธอไม่กี่ก้าว เย่เนี่ยนโม่ถูกดารารุมล้อม แม้แต่ดาราชื่อดังอันดับต้นๆอย่างแซ่ถิงถิงยังเป็นฝ่ายมาพูดคุยกับเขาก่อนเลย
เธอยิ้ม ทองแม้จะเคลือบด้วยน้ำตาลชั้นหนึ่งแล้วไม่นานก็ยังถูกมองออก มีมือหนึ่งยื่นมาขวางตรงหน้า ในมือถือแก้วไวน์หนึ่งแก้ว
“สวัสดีครับ” ชายหนุ่มยิ้มอย่างหล่อละมุน ดวงตาสีเข้มแบบลูกครึ่งทำให้คนมองไม่เห็นก้นบึ้ง ติงยียีรีบตอบว่า “สวัสดีค่ะ”
“ตั้งแต่ที่คุณเดินเข้ามาเมื่อกี้ผมก็สังเกตเห็นคุณแล้ว ในวงการบันเทิง คนที่ชอบหามุมส่วนตัวอยู่น่าจะมีน้อยมาก” เขาจิบค็อกเทลช้าๆแล้วพูดออกมา
ติงยียีมองที่นิ้วมือเขา รอยสักที่นิ้วนางมีเพียงศิลปินในวงการนักร้องคนหนึ่งเท่านั้นที่มี ผู้ชายหนึ่งเดียวที่โด่งดังมีสถานะเท่าเทียมกับอันหรันแห่งวงการนักแสดง
ชายหนุ่มเห็นเธอมองนิ้วมือของตนเอง ก็ยิ้มอย่างรู้ทัน เอานิ้วชี้กดไว้ที่ริมฝีปากเธอ “วันนี้พูดออกมาไม่ได้นะ”
“ผมแนะนำให้เอามือออกจากเธอ” อันหรันยืนตัวตรงอยู่ด้านหลังทั้งสองคน เขาใส่หน้ากากครึ่งหน้า ด้วยเหตุนี้จึงทำให้จำได้ง่าย
ชายหนุ่มยืดตัวหันไป ส่วนสูงที่ไล่เลี่ยกับอันหรันก็แฝงด้วยลมหายใจของความดุร้ายเช่นกัน “คนดีสบายดีมั้ย”
ดวงตาอันหรันแววตาล้ำลึก “คนเขาสบายดีมาก ไม่ต้องรบกวนคุณหรอก”
“จริงเหรอ” เขายิ้ม หันข้างไปพูดกับติงยียีว่า “หวังว่าต่อไปจะมีโอกาสได้ร่วมงานกันนะครับ”
ติงยียีรีบพยักหน้า อันหรันจับมือซ้ายเธอเอาไว้ สีหน้าไม่สู้ดีนัก น้ำเสียงกลับอ่อนลง “ไป ผมพาคุณไปกินของอร่อยๆ”
เธอถูกเขาดึงให้หมุนตัวไป มือขวารู้สึกถึงแรงดึง เธอหันกลับไป เย่เนี่ยนโม่จับมือขวาเธอเอาไว้ สิ่งที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากการ์ตูนนั้นคือความบ้าคลั่ง
ติงยียียืนอยู่ตรงกลาง อันหรันและเย่เนี่ยนโม่ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกัน ไม่มีใครยอมปล่อยมือ อันหรันขมวดคิ้ว แม้เขาจะมองไม่เห็นใบหน้าที่อยู่ภายใต้หน้ากาก แต่สายตาแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของคู่นั้นได้เป็นตัวแทนแสดงให้เห็นแล้ว
“โฆษณาเครื่องดื่มนั้นถ่ายได้ไม่เลวเลย” เย่เนี่ยนโม่เป็นฝ่ายเอ่ยก่อน
อันหรันยิ้มพลางเอ่ยว่า “ภายในไม่กี่วันก็ไต่ขึ้นมาเป็นแชมป์ยอดขายสูงสุด ขอบคุณที่ชม”
เย่เนี่ยนโม่ไม่พูดอะไร มือค่อยๆออกแรงมากขึ้น ติงยียีเหล่มองเขาด้วยความคุ้นเคย อันหรันขมวดคิ้ว ออกแรงที่มือมากขึ้นเหมือนจะไม่ยอมแพ้อย่างนั้น ติงยียีเหล่มองไปทางเขาอีก
“พอแล้ว!” เธอตะคอก สองมือสะบัดให้หลุดออกจากการพันธนาการของทั้งสองคน ตอนแรกเย่เนี่ยนโม่ก็ห่วงว่าเธอจะเจ็บ ดังนั้นจึงได้แต่กำที่ข้อมือเธอเอาไว้อย่างหลวมๆ เห็นอย่างนั้นแล้วก็ปล่อยไป
ติงยียีโมโหจนทนไม่ไหว “พวกคุณพูดอะไรกันฉันไม่เข้าใจเลย ฉันว่าพวกคุณน่าจะคุยภาษาเดียวกัน! พวกคุณไปคุยกันเอง ฉันไม่อยากยุ่งด้วยแล้ว!”
เธอยืดอกหลังตรงเดินไปที่โต๊ะอาหารบุฟเฟต์ หยิบซูชิขึ้นมาชิ้นหนึ่งจิ้มไปที่น้ำจิ้มสีเขียวอย่างมั่วๆใส่เข้าปากคำใหญ่
“ระวังเผ็ด!” ตอนที่เย่เนี่ยนโม่เอ่ยปากบอกก็สายไปแล้ว ติงยียีเผ็ดจนหน้าแดงก่ำไปทั้งหน้า เธอรีบหยิบแก้วเครื่องดื่มที่วางอยู่ข้างๆโต๊ะมาดื่มรวดเดียวหมด
“เหล้านั้นมันแรงมาก!” อันหรันรีบหุบปากเพราะรู้ว่าคำพูดนี้ของตนเองสายไปแล้ว ติงยียีที่ถือแก้วเหล้าอยู่มองเขาอย่างงงๆ ค่อยๆหันหน้ามา สีหน้าไร้เดียงสาน่ารัก “หืม”
อันหรันกุมขมับ หันไปพูดกับเย่เนี่ยนโม่ว่า “เธอคอแข็งมั้ย”