ตอนที่ 1514
ตอนที่ 1514 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1354
October 28, 2026
“ขอบคุณเสื้อโค้ทของคุณด้วย”
“ไม่ต้องเกรงใจ”
ความเงียบงันที่น่ากลัวเกิดขึ้นระหว่างทั้งสองคน ราวกับว่าเสียงฝนที่หยดอยู่นอกหน้าต่างดังยิ่งขึ้น พัดพาลมแห่งฤดูใบไม้ร่วงที่เย็นยะเยือก
ติงยียีรีบพูดขึ้นว่า “เสื้อโค้ทซักแล้วจะคืนให้คุณนะคะ ลาก่อน!”
โทรศัพท์ถูกวางสายทันที เย่เนี่ยนโม่ถือโทรศัพท์มือถือใจลอยเล็กน้อย เย่เนี่ยนโม่เดินมาตรงหน้าเขา “คุณอ้าวเสว่โวยวายต้องการจะพบคุณ”
ภายในห้องผู้ป่วย อ้าวเสว่นอนอยู่บนเตียง มีผ้าพันแผลพันอยู่รอบศีรษะ บนตัวมีรอยฟกช้ำดำเขียวมากมาย น่ากลัวอย่างยิ่ง
Bakerวางแลปท็อปที่ว่างเปล่าลงพูดอย่างดุดันว่า “คุณอ้าวเสว่ หวังว่าคุณจะให้ความร่วมมือกับงานของพวกเรานะครับ”
พออ้าวเสว่มองเห็นเย่เนี่ยนโม่สีหน้าก็ตื่นตัวขึ้นมา “เนี่ยนโม่ รีบให้เขาออกไป ฉันไม่อยากพูด!”
เย่เนี่ยนโม่ส่งสายให้Baker Bakerถอนหายใจแล้วเดินจากไป อ้าวเสว่ซุกอยู่ในอ้อมกอดเขาร้องไห้อย๋างเสียใจ
“เสี่ยวเสว่!” สวีเห้าเซิงพุ่งเข้ามาในห้อง หลังจากมองเห็นสภาพย่ำแย่ของเสี่ยวเสว่นี่เป็นเรื่องน่าตกใจที่เขาคาดไม่ถึงเลย
“พ่อ” อ้าวเสว่มองเขาน้ำตาซึม สีหน้าที่เศร้าหมองทำให้หัวใจของสวีเห้าเซิงเจ็บปวดขึ้นมาก
ตรงทางเดินระเบียง Bakerสูดควันบุหรี่ฟอดสุดท้ายเสร็จ ก็หันหน้ามาพูดกับเย่เนี่ยนโม่ที่เดินมา “ช่างน่าแปลกประหลาด”
เย่เนี่ยนโม่มองเขา แสดงความหมายให้เขาพูดต่อไป เขาพูดต่อไปว่า “ดูจากตัวอย่างในตอนแรก ถ้าคนที่ลงมือเป็นคนเดียวกัน อย่างนั้นทำไมถึงมีแค่อ้าวเสว่คนเดียวที่ได้รับการทำร้ายร่างกายทั้งยังถูกทุบตี นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลยจริงๆ”
“เธอไปที่ไซต์ก่อสร้างคนเดียวเพราะอยากจะล่อคนร้ายคนนั้นออกมาเพื่อผม” สีหน้าเย่เนี่ยนโม่สลดหดหู่เล็กน้อย
“เย่เนี่ยนโม่!” มีเสียงตะโกนเรียกด้านหลังเขา เขาหันไป รับฝ่ามือที่ฟาดมาของสวีเห้าเซิงอย่างสงบนิ่ง
สวีเห้าเซิงโกรธจนตัวสั่น “แม้ว่านายจะไม่ได้ชอบเสี่ยวเสว่ แต่ก็ไม่ควรให้เธอไปทำเรื่องอันตรายแบบนี้!”
เย่เนี่ยนโม่ไม่ได้โต้เถียง มีเสียงฝีเท้าที่เร่งรีบดังมาจากระเบียงทางเดิน เย่เชินหลิน เซี่ยชีหรั่นและไห่โจ๋ซวนสามคนรีบเดินมา
เซี่ยชีหรั่นวิ่งเข้าไปในห้องผู้ป่วยด้วยน้ำตาเอ่อนอง เย่เชินหลินเดินมาข้างๆเย่เนี่ยนโม่ โกรธจนหน้าดำหน้าแดง ยื่นมือออกมาก็ชกออกไปหนึ่งหมัด
เย่เนี่ยนโม่ถูกต่อยจนไร้ซึ่งเรี่ยวแรง เขาเองก็ไม่คิดที่จะตอบโต้ แต่ละครั้งที่ถูกต่อยจนลงไปหมอบอยู่ที่พื้นก็ลุกยืนขึ้นมา ไม่นานบนตัวก็มีรอยฟกช้ำดำเขียว
Bakerที่มองอยู่ข้างๆ เย่เชินหลินมือหนักจริงๆ ถ้าต่อยต่อไปแม้แต่ชีวิตเย่เนี่ยนโม่ก็อาจจะไม่เหลือ
“พอแล้ว!” เขาโยนก้นบุหรี่ทิ้งแล้วก้าวไปข้างหน้าเพื่อสกัดหมัดของเย่เชินหลิน เย่เชินหลินพูดกับเย่เนี่ยนโม่อย่างเยือกเย็นว่า “ฉันผิดหวังในตัวแกมาก”
ไห่โจ๋ซวนตบหลังปลอบเย่เนี่ยนโม่อย่างเห็นใจ เย่เนี่ยนโม่ลุกขึ้นผลักเขาออก เดินออกไปข้างนอกเพียงลำพัง ไห่โจ๋ซวนตามไปสองสามก้าว มองแผ่นหลังของเขา เผยให้เห็นรอยยิ้มออกมา
บ้านตระกูลติง
ติงยียีตบโต๊ะด้วยความโกรธแล้วลุกขึ้นยืน “ถ่ายโฆษณาให้บริษัทอาหารที่เป็นบริษัทลูกของเย่ซื่อเหรอ”
ชิวไป๋มองการตกแต่งบ้านตระกูลติงอย่างดูถูก “ทำไมไม่พักอยู่ที่คอนโดที่บริษัทเช่าให้เธอ คงไม่มีใครคาดคิดว่าดาราหน้าใหม่ที่กำลังโด่งดังอย่างมากในแวดวงโฆษณาอยู่ในตอนนี้ และจะไปเดินแฟชั่นโชว์ที่ปารีสจะพักอยู่ในบ้านที่เก่าซอมซ่อและคับแคบแบบนี้”
ติงยียีเปลี่ยนหัวข้อสนทนาอย่างไม่พอใจ คว้าข้อมือเธอแล้วถามว่า “คุณพูดจริงเหรอ โฆษณานี้บริษัทรับมาแล้วเหรอ” นับตั้งแต่วันนั้น เย่เนี่ยนโม่ก็ไม่มาปรากฏตัวในสายตาเธออีกเลย เธอโทรไปหลายครั้งก็เป็นเย่ป๋อที่รับสาย
ชิวไป๋ถอนหายใจ “ฉันไม่ได้อยากจะช่วยเธอรับมากนักหรอกนะ ในเมื่อช่วงนี้มักจะข่าวไม่ดีของบริษัทเย่ซื่อออกมาไม่หยุดได้ยินว่ามีผู้หญิงคนหนึ่งถูกทำร้ายที่ศูนย์การค้าสากล ครั้งนี้ยิ่งรุนแรง แม้แต่ความบริสุทธิ์ก็ไม่เหลือแล้ว ต่อให้ไม่ได้มีข่าวออกมา แต่ก็ถูกโจษจันกันไปทั่วบ้านทั่วเมืองแล้ว”
ติงยียีเป็นห่วงเย่เนี่ยนโม่มาก เธอรู้จักเขาดี ถ้ามีปัญหาแล้วจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่สามารถแก้ไขได้ เช่นนั้นเรื่องนี้ก็ต้องเป็นเรื่องที่จัดการแก้ไขได้ยากมากจริงๆ
“ฉันรับค่ะ!” ติงยียีพูดกับชิวไป๋ด้วยแววตาหนักแน่น
ชิวไป๋มองเธอ ใบหน้าที่หล่อเหลาของใครคนหนึ่งผุดขึ้นมาในใจอีก ถอนหายใจแล้วเขียนเครื่องหมายถูกลงในตารางการทำงานอีกครั้ง
รถตู้อเนกประสงค์ขับมาที่บริษัทเย่ซื่อ ถุงในมือใส่เสื้อโค้ทของเย่เนี่ยนโม่ แบบนี้ก็มีเหตุผลที่จะมาพบเขาได้แล้ว
ในห้องทำงาน ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และ ชิวไป๋ กำลังโต้เถียงกันอย่างรุนแรงเกี่ยวกับปัญหาในการถ่ายทำ ติงยียีก็แอบหนีออกมา
เดินตรงดิ่งไปยังชั้นที่คุ้นเคย เลขาจำเธอได้ “สวัสดีครับ ผู้จัดการใหญ่ไม่อยู่ครับ”
ติงยียีผิดหวังเล็กน้อย เอาของในถุงส่งให้เขา “อย่างนั้นรบกวนคุณช่วยเอาเสื้อตัวนี้ให้เขา จากนั้นช่วยขอบคุณเขาแทนฉันด้วยนะคะ”
เลขายิ้มพลางตอบรับ เธอหมุนตัวไปอย่างผิดหวัง ด้านหลังมีเสียงดังมาด้วยความดีใจ “คุณยียี”
เธอหันมา “เย่ป๋อ”
เย่ป๋อและเธอเดินเคียงคู่กันไปที่ลิฟต์ ติงยียีถามอย่างสงสัยว่า “เขาสบายดีมั้ย”