ตอนที่ 1525
ตอนที่ 1525 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1365
October 28, 2026
ติงยียีเห็นเธอรับปาก ก็โล่งใจ เกาะโซฟาลุกขึ้นยืน จากนั้นก็ตะลึงอ้าปากค้างที่เห็นอ้าวเสว่คุกเข่าต่อหน้าตนเอง
“ยียีเนี่ยนโม่ไม่ได้มาหาฉันที่นี่นานแล้ว หรือว่าเธออยากจะตัดบัวไม่เหลือใยเลยเหรอ” อ้าวเสว่เงยหน้ามองเธอ ร้องไห้จนน้ำตานองหน้า
“เธอกำลังพูดอะไร” ติงยียีมองเธออย่างแปลกใจ
“คนที่เนี่ยนโม่ชอบคือเธอ ฉันขอแค่ได้เฝ้ามองเขาอยู่ข้างๆ เธอได้โปรดอย่าแย่งชิงความหวังเดียวของฉันไปเลยนะ ”อ้าวเสว่ร้องไห้ฟูมฟาย
สวีเห้าเซิงเปิดประตูพอดี เห็นภาพนี้ก็ตกใจร้องว่า “พวกลูกกำลังทำอะไรกัน!”
พออ้าวเสว่เห็นเซี่ยชีหรั่นที่อยู่ข้างหลังสวีเห้าเซิงก็สะใจยิ่งขึ้น แต่สายตากลับตื่นตระหนกอย่างยิ่งเธอรีบลุกขึ้น ก้มหน้าพูดว่า “ไม่มีอะไรค่ะ”
สวีเห้าเซิงเดินมาตรงหน้าทั้งสองคน ขมวดคิ้วมองติงยียี “มีอะไรทำไมไม่พูดคุยกันดีๆ ยังไงก็ตามพวกเธอก็เป็นพี่น้องกัน แล้วนี่มันอะไร”
เซี่ยชีหรั่นรีบเดินมา อ้าวเสว่ก็พุ่งเข้าไปในอ้อมกอดเธอ เอียงคอมองตรงซอกคอเธอ
เธอเอียงคอมองติงยียี มุมปากทำปากพูดอย่างไม่มีเสียง ติงยียีมองเธออย่างเยือกเย็น เธอรู้ว่าหล่อนคิดจะเอาเรื่องที่ตนเองขอให้ไปเยี่ยมพ่อมาข่มขู่ตนเอง แต่ที่น่าขันก็คือ เธอทำสำเร็จแล้ว
“ยียี! ที่พ่อพูดลูกได้ยินหรือเปล่า” สวีเห้าเซิงปวดใจมาก ภาพเมื่อครู่นั้นทิ่มแทงจิตใจของเขา
ติงยียีดึงสายตากลับมา มองเขาพลางเอ่ยอย่างเรียบเฉยว่า “ฉันขอคุยกับคุณหน่อยได้มั้ยคะ”
สวีเห้าเซิงข่มความโกรธเอาไว้รับปากเธอ หันไปพูดกับอ้าวเสว่อย่างอ่อนโยนว่า “เสี่ยวเสว่พักผ่อนนะลูก ไม่นานเดี๋ยวพ่อกลับมา”
ไม่อยากเห็นภาพนี้อีก ติงยียีหันไปก่อน ในสวนปลูกต้นไม้เขียวขจี แมวตัวหนึ่งมุดออกมาจากรั้ว มองสองคนที่อยู่ข้างหน้าอย่างเกียจคร้าน
สวีเห้าเซิงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นมาก่อน “ยียี พี่สาวลูกนิสัยเธอค่อนข้างอ่อนโยน อีกทั้งก่อนหน้านี้เธอถูกคนร้ายรังแก ทิ้งบาดแผลที่เลวร้ายทางจิตใจเอาไว้”
เขาพูดไม่หยุด แค่อยากให้ติงยียีเคารพอ้าวเสว่บ้าง ติงยียีขมวดจนกลายเป็นปม พูดตัดบทเขาว่า “วันนี้ฉันอยากจะขอความช่วยเหลือจากคุณ”
สวีเห้าเซิงมองเธออย่างแปลกใจ ในใจเขาติงยียีเป็นคนที่จิตใจดีมีมารยาทมาตลอด แต่เมื่อครู่การแสดงออกของเธอทำให้เขาปวดใจมากจริง!
ติงยียีมองความเหลือเชื่อในสายตาเขา เกิดความรำคาญขึ้นในใจทันที วันนี้ตอนแรกเธอแค่อยากจะมาขอร้องเขาดีๆเท่านั้น ใครจะรู้ว่าสุดท้ายจะเละไม่เป็นท่า
เธอแทบจะพูดด้วยการลดเกียรติตัวเอง “คุณได้โปรดไปพบคุณพ่อของฉันหน่อยได้มั้ยคะ”
“พ่อเธอเหรอ เขาเป็นอะไรเหรอ” สวีเห้าเซิงมองความเจ็บปวดที่ฉายในดวงตาของเธอ ก็รีบถามขึ้น
ติงยียีพูดรวดเดียวจบ ย้ำอีกครั้งว่า “ขอให้คุณช่วยไปพบกับพ่อฉันหน่อยได้มั้ยคะ”
สวีเห้าเซิงพยักหน้าอย่างแรง “นี่ได้แน่นอน เดิมทีพ่อก็ควรจะไปเยี่ยมเขาอยู่แล้ว ยังไม่ได้โอกาสที่เหมาะสมเลยสักที ลูกนัดเวลามาเลย”
ติงยียีพยักหน้า หัวข้อสนทนานี้ทำให้เธอหายใจไม่ออก รีบพูดว่า “งั้นก็คืนนี้หนึ่งทุ่ม ขอบคุณค่ะ”
“ไม่ต้องเกรงใจ” สวีเห้าเซิงตอบกลับด้วยจิตใต้สำนึก จึงพบว่าบทสนทนาระหว่างทั้งสองคนเกรงใจกันจนห่างเหิน
“ลาก่อนค่ะ” ติงยียีรับหมุนตัวไป น้ำตาอดไหลออกมาไม่ได้ เธอปาดน้ำตาก้าวยาวๆไปข้างหน้า
จะเจ็บปวดอีกแค่ไหน ต้องผ่านไปสักวัน รุ้งกินน้ำจะสวยงามแค่ไหน ก็ต้องมีวันที่สลายหายไป เธอ ติงยียีไม่ยอมถูกกักขังด้วยสิ่งเหล่านี้!
รีบเดินกลับโรงพยาบาล ติงยียีเปิดประตูห้องผู้ป่วยก็พบว่าที่พื้นมีกล่องขนาดใหญ่มหึมาวางอยู่ก็ตกใจมาก
“ยียี ไอ้หมอนี่ไม่รู้ทำอะไร ไม่ทันไรก็เอากล่องใหญ่นี้เข้ามา แล้วก็ไม่บอกว่าคืออะไร”ติงต้าเฉินกำลังให้น้ำเกลืออยู่ มองเห็นเธอก็รีบตะเกียกตะกายลุกขึ้น ถูกพยาบาลขวางไว้
เย่ป๋อยิ้มพลางมองเธอ “คุณยียี รีบเปิดดูสิครับ”
ติงยียีเปิดกล่องอย่างลังเล พยาบาลอยู่ด้านข้างโน้มตัวมาดู หลังจากมองเห็นของในกล่องแล้วก็ตกใจร้องว่า“ทำไมมีโทรศัพท์มือถือมากมายขนาดนี้”
ตอนแรกติงยียีตกใจ ความตกใจภายในใจก็ถูกแทนที่ด้วยความปีติยินดี เขาจำได้ จำได้ว่าตนเองเคยบอกว่าโทรศัพท์มือถือรุ่นนี้มีความหมายกับเธอมากขนาดไหน ที่แท้แล้วการที่มีคนให้ความสำคัญกับคำพูดของตนเองนี่มันมหัศจรรย์ขนาดนั้นเลย
เย่ป๋อที่ยืนอยู่ข้างๆพูดอย่างมีนัยยะว่า “ตอนนี้โทรศัพท์รุ่นนี้กลายเป็นรุ่นที่เลิกผลิตในตลาดแล้วนะครับ”
ติงยียีลุกพรวดพราดขึ้นมา พูดตะกุกตะกักวิ่งไปข้างนอก “ฉันไปโทรศัพท์!”
ในระเบียงทางเดิน เธอกดเบอร์โทรศัพท์ด้วยมือที่สั่นเทา แต่เมื่อโทรติดแล้วกลับไม่รู้จะพูดอะไร เย่เนี่ยนโม่ที่อยู่ปลายสายเป็นฝ่ายเอ่ยก่อนว่า “ยียี”
เสียงเขาเหมือน นํ้าอมฤต ทำให้ในใจเธอสงบนิ่ง “อืม ฉันเอง”
เขาอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับถูกเธอตัดบทก่อนว่า “พรุ่งนี้มาสักครั้งได้มั้ย ฉันมีเรื่องจะพูดกับคุณ”
“ได้” เย่เนี่ยนโม่ตอบอย่างรับอย่างรวดเร็วชัดเจน ขอแค่เป็นเธอ ไม่ว่าเรื่องอะไรเขาก็รับฟังทั้งนั้น Bakerที่อยู่ข้างๆเห็นท่าทางอ่อนโยนของเขา ก็รู้สึกประหลาดใจมาก