ตอนที่ 1524
ตอนที่ 1524 หญิงรับใช้ของคุณชายเย่ 1364
October 28, 2026
“งั้นทำยังไงดี! เขาไม่ได้ตั้งใจนะคะ!” ติงยียีร้อนรนกระวนกระวาย Bakerมองอย่างชอบใจ ผู้หญิงที่ผู้ชายตระกูลเย่ชอบมักจะใสซื่อไร้เดียงสาขนาดนั้น ไห่โจ๋ซวนเป็นใคร เบื้องหลังเขาก็คือตระกูลเย่ จะอย่างไรตระกูลเย่ก็ต้องปกป้องเขา ตอนนี้ที่เขาเข้าไปก็แค่ทำเป็นพิธีเท่านั้น
เขาโบกไม้โบกมือให้เธอแล้วเดินไปตรงหน้าไห่โจ๋ซวน ย่อตัวลงพูดว่า “ไปได้แล้ว”
มือของเย่ชูฉิงที่จับเขาอยู่ไม่ยอมปล่อย “พี่ไปไหนฉันก็จะตามพี่ไปด้วย!” ในใจเธอหวาดกลัวมาก แม้จะคาดเดาได้ว่าต้องมีวันนี้สักวัน แต่เธอก็ไม่เต็มใจที่จะเชื่อ
ไห่โจ๋ซวนถอนหายใจ ยื่นมือมาแตะมือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวเธออีกข้างหนึ่ง นิ้วมืองอเล็กน้อย เกี่ยวนิ้วชี้เล็กๆของเธอเอาไว้ไม่เบาไม่แรงจนเกินไป
“เธอเนี่ย มักจะชอบร้องไห้ฟูมฟาย ตอนเด็กพี่ทำแบบนี้เธอก็ยิ้มทันทีเลย ตอนนั้นพอน้าเซี่ยเห็นเธอร้อง คนแรกที่นึกถึงก็คือพี่” เขายิ้มให้เธออย่างรักใคร่เอ็นดู พูดต่อไปว่า “ครั้งนี้ก็ไม่ต้องร้องไห้ฟูมฟายได้มั้ย”
เธอมองเขาอย่างสะอึกสะอื้น อุณหภูมิระหว่างนิ้วกับนิ้วยังไม่เข้ากันดี ก็ถูกดึงออก ไห่โจ๋ซวนจูบบนผมของเธอ แล้วลุกขึ้นยืน
เขาพยักหน้าให้เจ้าหน้าที่ตำรวจที่อยู่ข้างๆ หลังจากหมุนตัวไปก็ชะงักทันที “แม่”
หลินหลิงยังคงสวมชุดเครื่องแบบทำงาน หน้าสดไม่ได้แต่งหน้า สีหน้าซูบซีดเทียบกับคนที่เก่งกล้าสง่างามในช่วงปกติราวกับเป็นคนละคน
เธอเดินไปตรงหน้าไห่โจ๋ซวน ขอบตาแดงเล็กน้อย แต่น้ำเสียงกลับดุดันมาก “ลูกสำนึกผิดแล้วหรือยัง”
ทันใดนั้นไห่โจ๋ซวนก็ยิ้ม ไม่นานรอยยิ้มก็จางหายไป นำมาซึ่งความเจ็บปวดและความรู้สึกผิดต่อเธอ “แม่ ขอโทษครับ”
รถยนต์ค่อยๆลับหายไปจากสายตาของผู้คน เย่ชูฉิงพิงไหล่ติงยียีสะอึกสะอื้น
เย่เนี่ยนโม่ออกมาเป็นคนสุดท้าย มุมปากเขายังเขียวช้ำ สีหน้าเป็นปกติ “พี่!” เย่ชูฉิงมองเขาด้วยตาบวมแดงทั้งสองข้าง
เขาลูบศีรษะเธอ พูดกับเย่ป๋อว่า “ส่งคุณหนูกลับบ้าน”
ชิวไป๋มองเย่ป๋อโดยไม่รู้ตัว พบว่าเขาเองก็กำลังมองตนเอง รีบหันหน้าไปแล้วเดินไปข้างๆติงยียี
ส่งหลินหลิงและเย่ชูฉิงแล้ว เย่เนี่ยนโม่ก็จ้องมองติงยียี เธอลังเลในตอนแรก จากนั้นก็เขินอายขึ้นมา คำพูดเหล่านั้นที่พูดในโรงแรมผุดขึ้นมาในหัวทันที
“ฉันไปก่อนนะ อย่าลืมรายการพรุ่งนี้ตอนบ่าย” ชิวไป๋พูดคุยกับเธอแล้วก็เดินตรงไปที่โรงจอดรถ วันนี้เธอพบว่าความรู้สึกของตนเองที่มีต่อเย่ป๋อนั้นยิ่งลึกซึ้งขึ้นเรื่อยๆ เธอต้องการเวลาคิดทบทวนให้ดี
ทันใดนั้นก็เงียบสงบลง ลมแรงพัดมา พัดเอาทรายเข้าไปในตาเธอ เธอขยี้อย่างทรมาน
มือใหญ่มือหนึ่งคว้าข้อมือเธอเอาไว้ น้ำเสียงเธอแฝงด้วยความน้อยใจอย่างไม่รู้ตัว “เจ็บ”
เธอหรี่ตา น้ำตาทำให้การมองเห็นเลือนราง มองเห็นร่างหนึ่งเข้าใกล้อย่างรางๆ เย่เนี่ยนโม่โน้มตัวลงมาใกล้เธอ ลมเย็นพัดเข้ามาในดวงตาเธอ
“ดีขึ้นบ้างมั้ย” เขาถามเธอด้วยรอยยิ้ม แม้เธอจะมองเห็นไม่ชัด แต่กลับสัมผัสได้ว่าเขาอารมณ์ดี
เธอพยักหน้า เป็นฝ่ายดึงแขนเสื้อเขาไว้ เขาหัวเราะเบาๆ เอามือมากุมมือเธอไว้แล้วพาเธอเดินไปที่รถ
รถยนต์ขับมุ่งหน้าไปโรงพยาบาล ภายในพื้นที่ว่างคับแคบเงียบสนิท ทันใดนั้นทั้งสองคนก็เอ่ยปากขึ้นมาพร้อมกัน
“คุณลุงเป็นยังไงบ้าง”
“โจ๋ซวนจะไม่เป็นอะไรนะ”
เย่เนี่ยนโม่ยื่นมือไปลูบศีรษะเธอ “ไม่เป็นไร มีตระกูลเย่อยู่เขาไม่มีทางเป็นอะไร”
ติงยียีพยักหน้า “พ่อก็ยังเหมือนเดิมค่ะ คุณหมอบอกว่าเลือดที่คั่งอยู่ในสมองยังไม่หมด”
พูดจบ ก็กลับเข้าสู่ความเงียบงันอีก แต่ทั้งสองคนไม่ได้รู้สึกอึดอัด ในทางกลับกันรู้สึกสบายๆเป็นตัวของตัวเอง
เวลานี้เองเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้นมา ติงยียีพอเห็นว่าเป็นคนที่เฝ้าพ่ออยู่ ก็รีบรับสาย หลังจากนั้นไม่กี่วินาทีก็วางสาย ความดีใจบนใบหน้าของเธออย่างจะปกปิดเอาไว้ได้ “พ่อฉันฟื้นแล้วค่ะ!”
รถยนต์พุ่งทะยานไปที่โรงพยาบาลราวกับจรวด ภายในโรงพยาบาล ติงต้าเฉินนอนอยู่บนเตียงด้วยสภาพอิดโรย สีหน้าเรียบเฉย
“พ่อ!” ติงยียีพุ่งตัวไป สายตาติงต้าเฉินมองทะลุผ่านเธอไปยังเย่เนี่ยนโม่ที่ยืนตรงประตู
“คุณเย่ ห้องนี้คงเป็นห้องที่คุณจองให้ล่ะสิ” พี่สาวของติงต้าเฉินเป็นพยาบาล เขาเองก็รู้ดีว่าถ้าพักห้องที่หรูหราของโรงพยาบาลต้องใช้เงินจำนวนไม่น้อยแน่นอน
“ยียีเคยร่วมงานกับบริษัทในเครือของพวกเรา นี่ถือว่าเป็นหนึ่งในสวัสดิการครับ” เย่เนี่ยนโม่พูดด้วยสีหน้าเรียบเฉย
ติงต้าเฉินพยักหน้า มือของเขามีรอยฟกช้ำเป็นแผ่นใหญ่ แต่ก็ยังยกขึ้นมาลูบผมยาวของลูกสาวได้อย่างยากลำบาก ดวงตามองไปยังเย่เนี่ยนโม่
เย่เนี่ยนโม่รู้ว่าเขามีเรื่องอยากจะคุยกับติงยียี จึงพยักหน้าให้เขา แล้วเป็นฝ่ายเดินออกไปเพื่อให้เวลากับพวกเขา
“พ่อคะ ต่อไปพ่อจะไปไหนก็ต้องพาฉันไปด้วยนะคะ จะล้มอีกไม่ได้แล้ว” ติงยียีมองเขาด้วยขอบตาแดงก่ำ